พาณิชย์ ออกมาตรการควบคุมหน้ากากอนามัย ให้เพียงพอต่อความต้องการ ป้องกันไวรัสโควิด-19 ห้ามส่งออก หากไม่ได้รับอนุญาต ให้นำติดตัวไปต่างประเทศได้ 30 ชิ้นต่อคน หากมีใบรับรองแพทย์ได้ 50 ชิ้นต่อคน
หลังจากกระทรวงสาธารณสุข โดย อนุทิน ชาญวีรกูล รองนายกฯ และรมว.สธ. ได้ประกาศให้การแพร่ระบาดของไวรัสโควิด-19 เป็นโรคติดต่อร้ายแรง เพื่อยกระดับมาตรการควบคุมและมอบอำนาจให้เจ้าหน้าที่ได้สามารถทำงานได้อย่างเต็มที่นั้น
ล่าสุดกระทรวงพาณิชย์ โดย จุรินทร์ ลักษณวิศิษฐ์ รองนายกฯ และรมว.พาณิชย์ เซ็นอนุมัติประกาศ คณะกรรมการว่าด้วยราคาสินค้าและบริการ (กกร.) ฉบับที่ 8 เรื่องควบคุมการจำหน่ายและส่งออกหน้ากากอนามัยไปยังต่างประเทศ รับลูกกับมาตรการของสธ.ต่อเนื่องกัน
ทั้งนี้ประกาศฉบับดังกล่าว ใช้เพื่อควบคุมให้หน้ากากอนามัยมีปริมาณที่เพียงพอกับความต้องการใช้ในประเทศ ในราคาที่เป็นธรรม เหนือสิ่งอื่นใดคือเรียกความมั่นใจในการป้องกันโรคไวรัสโควิด-19 ของรัฐบาลกลับคืนมา
- พบแล้วทางออก“โควิด-19” เมื่อจีนเจอยา “ฟาวิลาเวียร์” ฆ่าเชื้อร้าย
- “อนุทิน” ยกระดับ “โควิด-19” เป็นโรคติดต่อร้ายแรง
“วิชัย โภชนกิจ” อธิบดีกรมการค้าภายใน ในฐานะเลขานุการ กกร. ได้ชี้แจงว่า ประกาศฉบับดังกล่าวเป็นมติของ กกร.เมื่อวันที่ 20 ก.พ.63 และมีผลทันทีในวันที่ 21 ก.พ.63 โดยมีรายละเอียดคือ
1.ห้ามการส่งออกหน้ากากอนามัย หากไม่ได้รับอนุญาต มีผลตั้งแต่วันที่ 21 ก.พ. 2563 เป็นต้นไป
2.สามารถนำออกไปยังต่างประเทศได้กรณีเดียวคือ การนำไปใช้เป็นการส่วนตัว จำนวนไม่เกิน 30 ชิ้น/คน/ครั้ง ยกเว้นคนป่วยที่มีใบรับรองแพทย์ให้นำติดตัวได้ไม่เกิน 50 ชิ้น
3.ประเทศเพื่อนบ้าน ที่มีความจำเป็นต้องใช้ ให้ติดต่อกระทรวงต่างประเทศ และต้องมีหนังสือคำขออนุญาตในนามรัฐบาลให้ส่งออกตามจำนวนที่ต้องการเท่านั้น (หนังสือดังกล่าวจะต้องผ่านการอนุมัติ จากคณะอนุฯ ส่งออกหน้ากากอนามัย)
4. ผู้ผลิต และผู้จำหน่ายหน้ากากอนามัย จะต้องจำหน่ายให้กับศูนย์บริหารจัดการสินค้าหน้ากากอนามัยของกรมการค้าภายใน ไม่ต่ำกว่าร้อยละ 50 ในปริมาณที่ครอบครอง ภายในวันนี้ (21 ก.พ.63)
5. หากฝ่าฝืนจะมีความผิดตามกฎหมาย กกร. มาตรา 25 (9) มีโทษจำคุก 5 ปี ปรับ 100,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ
ฟังดูอาจจะจำกัดสิทธิ์ผู้ประกอบการที่อยู่ในธุรกิจจำหน่ายหน้ากากอนามัยจนเกินไป แต่ด้วยสาเหตุว่า มีผู้ประกอบการบางรายพยายามแยกการส่งออกไม่ให้ถึง 500 ชิ้น เพื่อหลีกเลี่ยงเงื่อนไขการขออนุญาต รวมทั้งมีการกักตุน และจัดจำหน่ายในราคาแพง ดังนั้น กกร.จึงต้องใช้ประกาศฉบับดังกล่าวแทนของเดิม
ที่ผ่านมา มาตรการควบคุมของ กกร. ทำให้ในเดือน ก.พ.63 มีหน้ากากอนามัยจำหน่ายให้กับประชาชนผ่านร้านค้าในความควบคุมของกรมการค้าภายในแล้ว จำนวน 12 ล้านชิ้น คือ ศูนย์ฯ กรมการค้าภายใน จำนวน 5.55 ล้านชิ้น องค์การเภสัชกรรม โรงพยาบาล จำนวน 3.5 ล้านชิ้น ร้านธงฟ้าลดค่าครองชีพ 1.8 ล้านชิ้น การบินไทย 1.8 แสนชิ้น สมาคมร้านขายยา 1.75 แสนชิ้น และอื่นๆ
ขณะที่เดือน มี.ค. 2563 จะมีหน้ากากอนามัยเข้ามาในศูนย์ฯ อีกไม่น้อยกว่า 15 ล้านชิ้น เพื่อกระจายให้ทั่วถึงกับความต้องการของคนไทย
ข่าวที่น่าสนใจ
