หมอดังเมืองไทยโพสต์หมอสหรัฐ ได้รับการตีพิมพ์งานวิจัยการรักษาไวรัสโคโรนา ตีพิมพ์ผลงานวิจัยในวารสาร NEJM บอกอยากเห็นหมอไทยมีผลงานตีพิมพ์บ้างทั้งที่เราค้นพบไวรัสนอกจีนเป็นรายแรก
นพ.สมรุ่ง โชตินฤมล แพทย์ประจำศูนย์โรคหัวใจและหลอดเลือด โรงพยาบาลพญาไท 1 ได้โพสต์ผ่านเฟซบุ๊คส่วนตัว “Somroong Sam Chotin” เกี่ยวกับการตีพิมพ์ งานวิจัยไวรัสโคโรนา พร้อมวิธีที่แพทย์อเมริกันใช้รักษาผู้ป่วย และวิธีเขียนงานวิจัยซึ่งแพทย์ต่างชาติเก่งกว่าแพทย์ไทย ว่า
“เราได้เรียนรู้อะไรบ้างจากรายงานคนไข้ รู้สึกขยันและสนุกกว่าตอนเรียนหมอ อยากรู้อยากอ่านอะไรก็มีในเนท
การได้ลงตีพิมพ์ผลงานวิจัยในวารสาร NEJM เป็นเรื่องยากมากและถือเป็นเกียรติประวัติอย่างสูงสำหรับหมอ/นักวิจัย ช่วงนี้มีรายงานใหม่ๆเกี่ยวกับ 2019-nCoV ส่งลงตีพิมพ์ในวารสารนี้และวารสารอื่นๆ แต่หากเลือกได้เค้าคงเลือกที่นี่ล่ะ มันเจ๋งสุดๆ
ทีมหมออเมริกาที่ได้ดูแลคนไข้โคโรนา 2019 รายแรกของอเมริกาจึงเลือกส่งมาตีพิมพ์ที่นี่
ผมได้อ่านและขอหยิบบางประเด็นมาเล่าให้ฟัง
คนไข้ชายอายุ35ปี กลับจากไปเยี่ยมญาติที่อู่ฮั่น กลับถึงอเมริกา 15 มกราคม เริ่มมีอาการ 17 มกราคม ไปหาหมอ19 มกราคม อาการแรกแค่อ่อนเพลีย รู้สึกมีไข้และไอแห้งๆ หมอสงสัยไวรัสโคโรนาให้อยู่บ้านกักกันโรค ในฐานะผู้ป่วยต้องสงสัย (Patient Under Investigation, PUI)
วันรุ่งขึ้น 20มกราคม ผลตรวจยืนยันว่ามีเชื้อไวรัส 2019-nCoV จึงย้ายมานอนรพ. ให้การรักษาแบบตามอาการ เช่นให้น้ำเกลือ ให้ยาแก้คลื่นไส้
อาการทั้งหมดดูสรุปในภาพประกอบได้ มีไข้ค่อนข้างสูงหลายวัน มีอาการไอโดยตลอด มีท้องเสียสองครั้ง มีคลื่นไส้ และมีน้ำมูกในวันหลังๆ
ตอนแรกที่เข้าไปไม่พบว่ามีปอดอักเสบ
ต่อมาวันที่ 24 มกราคม (นับเป็นวันที่ 9 จากเริ่มมีอาการ) มีอาการและเอกเรย์เข้าได้กับปอดอักเสบ เค้าให้การรักษาแบบปอดอักเสบที่ติดภายหลังนอนรพ.ด้วยยาฆ่าเชื้อแบคทีเรีย (Antibiotic) แต่อาการไม่ดีขึ้นกลับทรุดลง
ในวันที่ 25 มกราคม (วันที่ 10 จากเริ่มมีอาการ) ทางทีมแพทย์จึงตัดสินใจทดลองให้ยาต้านไวรัสที่ยังอยู่ในช่วงการทดลอง (Treatment with intravenous remdesivir , a novel nucleotide analogue prodrug in development)
วันรุ่งขึ้นคือ 25 มกราคม ผู้ป่วยอาการดีขึ้นชัดเจนและดีขึ้นตามลำดับ จนกระทั่งวันที่ 30 มกราคม ผู้ป่วยยังอยู่ในรพ. ไม่มีไข้แล้ว
รายงานนี้ตีพิมพ์วันที่ 31 มกราคม 2563 (คือมันเขียนเสร็จคืนนั้นแล้วได้รับการตีพิมพ์เลย)
ในรายงานได้ให้รายละเอียดเรื่องการตรวจสารคัดหลั่งจากปาก, หลังโพรงจมูก, เลือด ปัสสาวะและอุจจาระ เพื่อตรวจหาเชื้อเป็นระยะๆ พบเชื้อดังรูปประกอบ จะเห็นว่ามีไวรัสออกมาในอุจจาระด้วยนะ (อาจเป็นอีกทางของการแพร่เชื้อได้)
เสียดายที่หมอไทยพบผู้ป่วย 2019-nCoV นอกประเทศจีนเป็นรายแรกของโลก และทีมหมอจากราชวิถีได้ทดลองใช้ยาต้านไวรัสบางตัวรักษาคนไข้ได้ผลดีมาก แต่ยังไม่ได้เขียนรายงานลงตีพิมพ์ในวารสารระดับโลกแบบนี้
ผมอยากอ่านรายงานจากประเทศไทยในNEJM หรือ Lancet แบบนี้บ้าง คงปลื้มกว่านี้หลายเท่า
ถึงใครจะบอกว่าหมอไทยเก่งไม่แพ้ชาติใดในโลก ต้องยอมรับว่าหมอไทยยังเขียนรายงาน หรือบทวิจัยสู้หมอฝรั่ง กับหมอจีน ไม่ได้เลยครับ เอาใจช่วยทีมแพทย์พยาบาลที่ต้องทำงานหนักดูแลคนไข้ครับ”



ข่าวที่เกี่ยวข้อง :
