กูรูด้านเสือเผยวิธีสุดง่าย หากจะเอ๋เจ้าแมวยักษ์

กูรูด้านเสือเผยวิธีสุดง่าย หากจะเอ๋เจ้าแมวยักษ์

ผู้เชี่ยวชาญชี้ โอกาสเจอเสือโดยบังเอิญ ยากพอๆ กับถูกหวยรางวัลใหญ่ แนะวิธีเอาตัวรอดแบบง่ายที่สุด ได้ผลที่สุด แถมเข้ากับสัญชาตญาณของคน

วันที่ 21 ม.ค.63 ส่วนประชาสัมพันธ์และเผยแพร่ กรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช นำเสนอเรื่องราวที่น่าสนใจ ระบุว่า นายธนิตย์ หนูยิ้ม ผู้อำนวยการสำนักบริหารพื้นที่อนุรักษ์ที่ 12 ได้ถามไปยังเจอ ดร.อัจฉรา ซิ้มเจริญ หัวหน้ากลุ่มงานวิชาการ สำนักบริหารพื้นที่อนุรักษ์ที่ 12 (นครสวรรค์) ในฐานะที่เป็นผู้เชี่ยวชาญเรื่องเสือระดับต้นๆ ของโลก

โดยถามว่า จากกรณีที่นายธวัชชัย สังคง ราษฎรหมู่บ้านบ้านใหม่เสรีธรรม หมู่ 10 ต.เชียงทอง อ.วังเจ้า จ.ตาก ซึ่งเมื่อวันที่ 15 มกราคม 2563 ในขณะนั่งเก็บหัวมันสำปะหลังได้พบเห็นเสือโคร่งขนาดใหญ่ เดินผ่านไร่ ในระยะใกล้ชิด หากเป็นท่าน ดร.อัจฉรา จะเอาตัวรอดอย่างไร

ดร.อัจฉรา ซิ้มเจริญ บอกว่า

“นิยามที่ถูกต้องที่สุดของเสือโคร่ง ก็คือ “สัตว์อันตรายที่ไม่อันตราย” โดยเจ้าหน้าที่อุทยานแห่งชาติ ผู้ปฎิบัติงานในป่า ทั้งผู้ลาดตระเวนเชิงคุณภาพ และนักวิจัย ทุกคนจะรู้จักลึกถึงความเป็นเสือโคร่ง ดังนั้นเขาพร้อมจะเดินเท้าไปในป่าที่มีเสือโคร่งอาศัยอยู่อย่างไม่ต้องหวาดกลัว ไม่ระแวงว่าตัวเองจะตกเป็นเหยื่อเสือ เพราะรู้ดีว่าธรรมชาติเซตโปรแกรมให้เสือ “ไม่กินคน” และเสือ “กลัวคน”แม้ว่า เสือโคร่งมีทักษะการฆ่าเหยื่อที่ยิ่งใหญ่ แม้แต่กระทิงโทนตัวใหญ่กว่ามันถึง 5 เท่า ก็ยังพ่ายแพ้ต่อเสือโคร่ง แต่เสือโคร่งไม่สนใจที่จับคนกิน มิหนำซ้ำ ยังพยายามหลบหลีกคนอย่างที่สุด

จากการรวบรวมข้อมูลจากการวิจัยเสือ ที่พบว่าในเนื้อที่กว้างใหญ่ถึง 200 ตารางกิโลเมตร (125,000 ไร่) มีเสืออาศัยอยู่แค่ 3-4 ตัว ดังนั้นโอกาสที่ใครสักคนจะเจอ “จอมหลบหลีกแห่งพงไพร” โดยบังเอิญ จึงยากพอๆ กับถูกหวยรางวัลใหญ่ และคนที่ถึงขั้นถูกเสือกัด โอกาสเกิดยิ่งยากขึ้นไปอีกหลายเท่าตัว

ขณะที่ ผอ. สบอ. 12 ถามต่อว่า ไหนบอกว่าเสือไม่มีอันตราย แล้วทำไมมีข่าวกัดคนอยู่บ่อยๆ

หัวหน้ากลุ่มงานวิชาการยอมรับว่า ประเทศไทยเคยมีเหตุเกิดขึ้นนานมากแล้ว แต่ไม่บ่อย ส่วนหนึ่งเนื่องจากเสือตัวนั้น แก่และบาดเจ็บ ส่วนกรณีตะปบ สั่งสอนมนุษย์ ก็เคยเกิดขึ้น เป็นเพราะบังเอิญมนุษย์ไปยุ่มย่ามที่รังลูกของมัน

ส่วนวิธีเอาตัวรอดจากเสือ จริงๆ แล้วง่ายนิดเดียว หากได้ยินเสียงเสือขู่คำรามเตือน ก็แค่ถอยฉากออกมา “ใส่ตีนหมา” หรือวิ่งหนีให้เร็วที่สุด แม้ดูไม่เท่ เสียฟอร์ม แต่กลับเป็นวิธีการที่ได้ผลที่สุด ทำง่ายที่สุด ซึ่งเข้ากับสัญชาตญาณเอาตัวรอดของคนเราอยู่แล้ว

ถ้าไม่อยากวิ่ง อยากจะ “ใจดีสู้เสือ” ด้วยการยืนนิ่ง หรือค่อยๆ ฉากหลบหลังต้นไม้ ก็เป็นวิธีการที่ถูกต้องเช่นกัน หลายคนได้มีโอกาสคุมเชิงกับเสือแบบนี้ รอจนกระทั่งเสือเป็นฝ่ายล่าถอยไปเอง ซึ่งถ้ามีกล้องถ่ายรูปหรือมีมือถืออยู่ในมือ ก็อย่าลืมบันทึกภาพสุดยอดประสบการณ์นี้ มาฝากโลกภายนอกด้วย

“เพราะขอย้ำว่า การเจอเสือเป็นๆ นั้นเป็นเรื่องยากแสนยาก การถูกฟ้าผ่าตาย เพราะฝนฟ้าคะนอง (หรือเพราะไปสาบานมั่วซั่ว) ยังเกิดขึ้นได้ง่ายกว่า การที่ใครจะดวงกุด ถูกเสือกัดเป็นไหนๆ” ดร.อัจฉรา กล่าวทิ้งท้าย

ข่าวอื่นที่น่าสนใจ

ยืนยัน! เสือโคร่งล่ากระทิงเพศเมียตัวเต็มวัย เผยคลิปกำลังกินซาก

Developed by sarunyacrop