WHO เตือนช่วงเทศกาลตรุษจีนมีความเสี่ยงเชื้อโคโรนาไวรัสแพร่กระจายเป็นวงกว้าง เนื่องจากคนจีนมีการเดินทางไปยังเมืองต่างๆ ทั้งภายในและต่างประเทศ ในขณะที่จีนยอมรับวันเดียวมีคนเป็นโรคอุบัติใหม่นี้ 4 ราย สหรัฐคุมเข้มสนามบิน
องค์การอนามัยโลกหรือ (WHO) ได้ออกมาเตือนว่ามีความเป็นไปได้ที่เชื้อโคโรนาไวรัสจะระบาดเป็นวงกวางมากกว่าเมืองอู่ฮั่น โดยอาจแพร่กระจายไปยังเมืองต่างๆ ภายในประเทศและต่างประเทศที่เป็นแหล่งท่องเที่ยวที่นิยมของคนจีน ทั้งนี้เนื่องจากสัปดาห์หน้าเป็นสัปดาห์แห่งการเดินทางของคนจีนในเทศกาลตรุษจีน ซึ่งประชากรจีนขณะนี้มีถึง 1.4 พันล้านคน
ในขณะเดียวกันวันนี้ ( 18 ม.ค. 63)คณะกรรมการสุขภาพเทศบาลเมืองอู่ฮั่นในมณฑลเหอเป่ยของจีนเปิดเผยในวันนี้ว่า ได้ตรวจพบผู้ติดเชื้อปอดอักเสบอีก 4 รายในเมืองอู่ฮั่นซึ่งมีการระบาดของเชื้อโคโรนาไวรัสสายพันธุ์ใหม่ แต่ยังคงมีอาการทรงตัว
แถลงการณ์ดังกล่าวเป็นถือการยืนยันของทางการจีนเป็นครั้งแรกในรอบเกือบ 1 สัปดาห์เกี่ยวกับผู้ติดเชื้อโรคปอดอักเสบรายใหม่ และหลังจากที่คณะกรรมการสุขภาพฯ ได้ยืนยันการเสียชีวิตของผู้ป่วยรายที่ 2 เมื่อวานนี้
ในขณะที่เจ้าหน้าที่ศูนย์ควบคุมและป้องกันโรคแห่งสหรัฐฯ (CDC) เปิดเผยว่า สนามบิน 3 แห่งของสหรัฐฯ ในซานฟรานซิสโก, นิวยอร์ก และลอสแอนเจลิส เริ่มทำการตรวจสอบผู้โดยสารที่เดินทางมาจากเมืองอู่ฮั่นของจีน เนื่องจากวิตกว่าผู้โดยสารเหล่านั้น อาจจะมีไวรัสโคโรนาสายพันธุ์ใหม่ 2019 ที่เป็นสาเหตุของโรคปอดอักเสบที่ระบาดอยู่ในขณะนี้
ทางด้าน นายอนุทิน ชาญวีรกูล รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข พร้อมด้วย นายแพทย์สมศักดิ์ อรรฆศิลป์ อธิบดีกรมการแพทย์ เปิดการประชุมเชิงปฏิบัติการเตรียมความพร้อมกรณีโรคปอดอักเสบ สงสัยปอดอักเสบจากเชื้อไวรัสโคโรนาสายพันธุ์ใหม่ (Novel Coronavirus 2019) โดยมีแพทย์ พยาบาล นักวิชาการสาธารณสุขจากส่วนกลางและโรงพยาบาลเอกชน เข้าร่วมกว่า 300 คน และบุคลากรทางการแพทย์จาก 13 เขตสุขภาพทั่วประเทศ ร่วมประชุมทางไกลผ่านเว็บลิงค์ของกรมการแพทย์
นายอนุทินกล่าวว่า ประเทศไทยยังมีความเสี่ยงที่จะรับเชื้อเข้าประเทศผ่านผู้เดินทางที่มาจากเมืองอู่ฮั่น ปัจจุบันมีผู้เดินทางเข้าประเทศไทยวันละ 1,200-1,400 คน และจะเพิ่มขึ้นอีกเท่าตัวในช่วงตรุษจีนสัปดาห์หน้า
จึงต้องเข้มข้นการเฝ้าระวังตามมาตรฐานสากล ตรวจคัดกรองเป็นพิเศษ โดยเพิ่มการคัดกรองในสนามบินอีก 1 แห่งคือ สนามบินกระบี่ (จากเดิม 4 แห่ง คือ สนามบินสุวรรณภูมิ ดอนเมือง เชียงใหม่ และภูเก็ต) รวมทั้งเพิ่มจำนวนบุคลากรตามสัดส่วนนักท่องเที่ยวที่เพิ่มขึ้น นับเป็นการยกระดับการเฝ้าระวังสูงสุดทั้งประเทศ หากพบให้รายงานทุกเคส ไม่มีการปิดบัง และนำคนไข้เข้าสู่ระบบรักษา ที่สำคัญเจ้าหน้าที่ต้องปลอดภัยไม่ติดเชื้อระหว่างให้บริการด้วย
สำหรับประชาชนต้องป้องกันตัวเอง รักษาร่างกายให้แข็งแรง หลีกเลี่ยงการอยู่ใกล้ผู้ป่วยที่เป็นหวัด ไอ จาม ยึดหลัก กินร้อน ช้อนกลาง หมั่นล้างมือ หากป่วยให้รีบไปพบแพทย์พร้อมแจ้งประวัติการเดินทาง กรณีสงสัยผู้ป่วยเข้าข่ายโรคปอดอักเสบรักษาพยาบาลที่คลินิก ให้โทรแจ้งสายด่วนกรมควบคุมโรค 1422 เพื่อให้รถพยาบาลมารับ ห้ามผู้ป่วยเดินทางด้วยรถสาธารณหรือรถแท็กซี่เอง
“เรื่องนี้เป็นเรื่องใหญ่ มีการหารือร่วมกันในระดับรัฐบาล เพื่อหาแนวทางที่เหมาะสมในการดำเนินการ ไม่ให้กระทบกับภาคส่วนอื่นๆ อย่างไรก็ตาม กระทรวงสาธารณสุข จะควบคุมไม่ให้มีการระบาดในวงกว้าง ยังไม่มีการห้ามการเดินทาง และเราไม่สามารถห้ามคนเดินทางมาพร้อมเชื้อโรคได้ แต่ต้องตรวจจับควบคุมให้ได้ ขอให้ประชาชนมั่นใจ อย่าตื่นตระหนก เรารับมือได้ เพราะรู้ต้นตอการเกิดโรค ผู้ป่วยทั้งหมดล้วนเป็นผู้ที่เดินทางมาจากเมืองอู่ฮั่น” นายอนุทินกล่าว
ด้านนายแพทย์สมศักดิ์ อรรฆศิลป์ อธิบดีกรมการแพทย์ กล่าวว่า การประชุมครั้งนี้มีวัตถุประสงค์ให้บุคลากรทางการแพทย์และสาธารณสุข ทั้งภาครัฐ เอกชน สามารถวินิจฉัย รักษาผู้ป่วยโรคปอดอักเสบจากไวรัสโคโรนาได้อย่างรวดเร็ว
ซึ่งจะช่วยลดการแพร่กระจายของเชื้อและลดการสูญเสียที่อาจเกิดขึ้น เป็นไปตามหลักการขององค์การอนามัยโลกที่กำหนดไว้ คือ คัดกรองรวดเร็ว (Early detection) ตรวจวินิจฉัยรวดเร็ว (Early Diagnosis) รักษารวดเร็ว (Early Treatment) และควบคุมโรคได้อย่างรวดเร็ว (Early Containment)
ทั้งนี้ ได้รับความร่วมมือจากผู้เชี่ยวชาญจาก กรมการแพทย์ กรมควบคุมโรค กรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ กรมสนับสนุนบริการสุขภาพ ศูนย์วิทยาศาสตร์สุขภาพโรคอุบัติใหม่ โรงพยาบาลจุฬาลงกรณ์ และสมาคมวิชาชีพ ร่วมถ่ายทอดความรู้ให้แก่บุคลากร ทั้งในเรื่องแนวทางการเฝ้าระวัง สอบสวนโรค การตรวจทางห้องปฏิบัติการ รวมถึงแนวทางเวชปฏิบัติวินิจฉัยดูแลรักษา การป้องกันการติดเชื้อในโรงพยาบาลและการส่งต่อผู้ป่วย โดยใช้แนวทางเวชปฏิบัติสำหรับการวินิจฉัย และดูแลรักษาผู้ป่วยโรคปอดอักเสบซึ่งเป็นมาตรฐานเดียวกันทั้งประเทศ
ข่าวอื่นที่น่าสนใจ
สธ.พบผู้ติดเชื้อไวรัสโคโรนารายที่ 2 ส่งตัวรักษาที่สถาบันบำราศนราดูร
