ครม.เห็นชอบโครงการจัดการพลังงานไฟฟ้าแบบครบวงจรในจังหวัดชายแดนใต้

ครม.เห็นชอบโครงการจัดการพลังงานไฟฟ้าแบบครบวงจรในจังหวัดชายแดนใต้

ประชุมคณะรัฐมนตรี มีมติเห็นชอบการขับเคลื่อนโครงการบริหารจัดการพลังงานไฟฟ้าแบบครบวงจร พร้อมตั้งกองทุนพลังงานไฟฟ้าเพื่อประชาชนจังหวัดชายแดนภาคใต้ ระยะเวลาดำเนินการ 5ปี รอไฟเขียวดำเนินการ

ที่ประชุมคณะรัฐมนตรี มีมติเห็นชอบรับร่างหลักการการขับเคลื่อนโครงการบริหารจัดการพลังงานไฟฟ้าแบบครบวงจรในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้เพื่อความมั่นคง มั่งคั่ง ยั่งยืน โดยที่ศูนย์อำนวยการบริหารจังหวัดชายแดนภาคใต้ (ศอ.บต) เป็นผู้เสนอ

ทั้งนี้ ทางที่ประชุมคณะรัฐมนตรีให้ ศอ.บต. รับความเห็นของหน่วยงานที่เกี่ยวข้องไปพิจารณาดำเนินการแล้วนำเสนอคณะกรรมการนโยบายพลังงานแห่งชาติและคณะกรรมการยุทธศาสตร์ด้านการพัฒนาจังหวัดชายแดนภาคใต้พิจารณาก่อนดำเนินตามขั้นตอนต่อไป

ทั้งนี้ ให้ ศอ.บต. และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องดำเนินการให้เป็นไปตามกฎหมาย ระเบียบ ข้อบังคับ หลักเกณฑ์ และมติคณะรัฐมนตรีที่เกี่ยวข้องด้วย

รวมทั้งได้รับทราบการจัดตั้งคณะกรรมการอำนวยการบริหารโครงการพลังงานไฟฟ้าแบบครบวงจรในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ เพื่อความมั่นคง มั่งคั่ง ยั่งยืน โดยให้มีศูนย์ประสานและบริการเบ็ดเสร็จด้านพลังงานเป็นส่วนงานภายใน ศอ.บต. และให้ ศอ.บต. หารือร่วมกับกระทรวงพลังงาน สำนักงานสภาพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ ฝ่ายเลขานุการคณะกรรมการนโยบายพลังงานแห่งชาติและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเพื่อพิจารณาการกำหนดกลไกการดำเนินโครงการนี้ให้มีลักษณะเดียวกับโครงการโรงไฟฟ้าชุมชนเพื่อเศรษฐกิจฐานราก เช่น การพิจารณาให้ความเห็นชอบโครงการของชุมชน การกำหนดหลักเกณฑ์หรือแนวทางการรับซื้อไฟฟ้า เป็นต้น เพื่อให้การดำเนินโครงการดังกล่าวสอดคล้องกับแผนพัฒนาพลังงานทดแทน และพลังงานทางเลือก (AEDP) ของกระทรวงพลังงานและแผนพัฒนากำลังผลิตไฟฟ้าของประเทศไทย พ.ศ. 2561 – 2580 (PDP2018) ทั้งนี้ ให้พิจารณาประเด็นความซ้ำซ้อนของอำนาจหน้าที่ของคณะกรรมการดังกล่าวกับคณะกรรมการตามกฎหมายที่มีอยู่ในปัจจุบันด้วย

นอกจากนี้ยังได้มอบหมายให้ ศอ.บต. เป็นหน่วยจัดทำรายงานความก้าวหน้าปัญหาและอุปสรรคของโครงการฯ เพื่อเสนอต่อคณะกรรมการนโยบายพลังงานแห่งชาติให้เร่งรัดแก้ไขปัญหาและอุปสรรคโดยเร็ว รวมทั้งประสานและอำนวยการทำงานร่วมกับทุกภาคส่วนเพื่อกำหนดแนวทางการทำงานร่วมกันให้เป็นไปอย่างต่อเนื่องบรรลุเป้าหมายตามที่กำหนด พร้อมทั้งร่วมมือกับทุกภาคส่วนประชาสัมพันธ์ผลกระทบเชิงบวกต่อสาธารณชนให้ทราบและเห็นความก้าวหน้าของโครงการฯ และการแก้ไขปัญหาจังหวัดชายแดนภาคใต้อย่างเป็นรูปธรรม

นอกจากนี้ ยังได้ให้ ศอ.บต และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องจัดทำมาตรการเพื่อรองรับความเสี่ยงที่อาจจะเกิดขึ้นจากการดำเนินโครงการฯ ที่ไม่เป็นไปตามวัตถุประสงค์ที่กำหนดไว้ รวมถึงแนวทางการแก้ไขปัญหากรณีที่มีจำนวนประชาชน/กลุ่มอาชีพ/วิสาหกิจชุมชน/สหกรณ์ของประชาชนให้ความสนใจในการเข้าร่วมการดำเนินโครงการฯ ไม่เป็นไปตามเป้าหมายที่ตั้งไว้

ทั้งนี้การดำเนินโครงการบริหารจัดการพลังงานไฟฟ้าแบบครบวงจรในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้เพื่อความมั่นคง มั่งคั่ง ยั่งยืนนั้น มีวัตถุประสงค์เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการบริหารจัดการกิจการพลังงานในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้โดยใช้แนวทางประชารัฐด้วยการมีส่วนร่วมของทุกภาคส่วน สร้างความมั่นคงทางพลังงาน รวมทั้งช่วยพัฒนาชุมชนให้สามารถพึ่งพาตนเองได้อย่างยั่งยืน ทั้งนี้ แนวทางการดำเนินโครงการฯ กำหนดให้มีคณะกรรมการอำนวยการบริหารโครงการพลังงานไฟฟ้าแบบครบวงจรในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ เพื่อความมั่นคง มั่งคั่ง ยั่งยืน ซึ่งเป็นกลไกการบริหารจัดการพลังงานไฟฟ้าภาคใต้อย่างเบ็ดเสร็จ โดยมีอำนาจหน้าที่ครอบคลุมเกี่ยวกับกำหนดประเภทเชื้อเพลิง สถานที่ตั้ง คัดเลือกโครงการ กำหนดวันจ่ายไฟฟ้า การจัดตั้งคณะอนุกรรมการขับเคลื่อนโครงการฯ เป็นต้น รวมทั้งกำหนดให้มีศูนย์ประสานและบริการเบ็ดเสร็จด้านพลังงานเป็นส่วนงานภายใน ศอ.บต. เพื่อเป็นสำนักงานดำเนินโครงการ

นอกจากนี้ ยังจะมีการจัดทำข้อเสนอการบริหารกิจการพลังงานในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ โดยจะขอรับจัดสรรอัตราการผลิตพลังงานไฟฟ้าเฉพาะในพื้นที่ มีผู้ถือหุ้นร่วมกัน 3 ภาคส่วน ได้แก่ 1) ประชาชน/กลุ่มอาชีพ/วิสาหกิจชุมชน/สหกรณ์ของประชาชน ถือหุ้นอัตราไม่เกินร้อยละ 40 ร่วมกับภาคเอกชนในพื้นที่ที่มีศักยภาพและทำงานร่วมกับประชาชนในพื้นที่ถือหุ้นในอัตราไม่เกินร้อยละ 30 และ กฟผ./กฟภ./บริษัทเอกชนนอกพื้นที่เป็นผู้ถือหุ้นในอัตราไม่เกินร้อยละ 30

รวมทั้งให้มีคณะกรรมการอำนวยการบริหารโครงการพลังงานไฟฟ้าแบบครบวงจรในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ เพื่อความมั่นคง มั่งคั่ง ยั่งยืน และจัดตั้ง กองทุนพลังงานไฟฟ้าเพื่อประชาชนจังหวัดชายแดนภาคใต้” โดยนำรายได้จากผลกำไรสุทธิไม่เกินร้อยละ 10 ของโรงไฟฟ้า มาเพื่อสนับสนุนทุนการศึกษา ทุนสร้างอาชีพให้กับประชาชน เป็นต้น

สำหรับระยะเวลาดำเนินการนั้นได้มีการกำหนดไว้ 5 ปี ภายหลังจากที่คณะรัฐมนตรีมีมติให้ดำเนินการ แ ละค่าใช้จ่ายที่จะเกิดขึ้น มีทั้งสิ้นจำนวน 19,764 ล้านบาทต่อ 5 ปี หรือ 3,952.80 ล้านบาทต่อปี

 

ข่าวอื่นที่น่าสนใจ
นายก ไม่ปลื้ม ขอเปลี่ยน “7 วันอันตราย” เป็น “7 วันแห่งความสุข”

 

Developed by sarunyacrop