กรมชล แจงสถานการณ์น้ำทั่วประเทศเหลือ 66 % สามารถใช้การได้ 26,606 ล้าน ลบ.ม. ขณะ ลุ่มเจ้าพระยา จาก 4 เขื่อนหลัก มีน้ำใช้การได้เพียง 5,302 ล้าน ลบ.ม. วอนประชาชนใช้น้ำอย่างประหยัด เกษตรกรปรับการเพาะปลูก ไปปลูกพืชใช้น้ำน้อยแทน เพื่อให้พอทันฤดูฝนปีหน้า
ดร.ทวีศักดิ์ ธนเดโชพล รองอธิบดีกรมชลประทาน เปิดเผยถึงสถานการณ์น้ำทั่วประเทศในปัจจุบัน ณ วันที่ 7 พ.ย. 2562 มีปริมาณน้ำเก็บกักรวมกัน 50,660 ล้านลูกบาศก์เมตร (ลบ.ม.) หรือคิดเป็น 66% ของความจุอ่างรวม เป็นน้ำใช้การได้ประมาณ 26,606 ล้าน ลบ.ม. หรือคิดเป็น 51% ของความจุอ่างรวม ซึ่งมีอ่างเก็บน้ำขนาดใหญ่ที่อยู่ในเกณฑ์น้ำน้อย จำนวน 6 แห่ง ได้แก่ เขื่อนแม่กวงอุดมธารา , เขื่อนอุบลรัตน์ , เขื่อนทับเสลา , เขื่อนกระเสียว , เขื่อนลำพระเพลิง และเขื่อนลำแซะ โดยน้ำจากทั้ง 6 เขื่อนจะเน้นสนับสนุนเพื่อการอุปโภคบริโภค และรักษาระบบนิเวศเท่านั้น
ส่วนสถานการณ์น้ำในลุ่มน้ำเจ้าพระยา 4 เขื่อนหลัก ได้แก่ เขื่อนภูมิพล , เขื่อนสิริกิติ์ , เขื่อนแควน้อย-บำรุงแดน และเขื่อนป่าสักชลสิทธิ์ มีปริมาณน้ำเก็บกักรวมกันประมาณ 11,998 ล้าน ลบ.ม. หรือคิดเป็น 48% ของความจุอ่างฯรวมกัน มีน้ำใช้การได้ประมาณ 5,302 ล้าน ลบ.ม. และตามข้อสั่งการของ นายเฉลิมชัย ศรีอ่อน รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ให้หน่วยงานที่อยู่ภายใต้สังกัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ บูรณาการทำงานร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ในการประชาสัมพันธ์ส่งเสริมให้เกษตรกรที่อยู่ในพื้นที่บริเวณท้ายอ่างเก็บน้ำที่มีน้ำอยู่ในเกณฑ์น้อย หันมาเพาะปลูกพืชใช้น้ำน้อยทดแทนการเพาะปลูกข้าว-นาปรัง โดยจะจัดสรรน้ำเพื่อการอุปโภคบริโภค รักษาระบบนิเวศ และไม้ผลไม้ยืนต้นเท่านั้น เนื่องจากสภาพน้ำต้นทุนที่มีอยู่อย่างจำกัด

ทั้งนี้ กรมชลประทานขอวอนทุกภาคส่วน ให้ร่วมกันใช้น้ำตามแผนการจัดสรรน้ำฤดูแล้งที่วางไว้อย่างเคร่งครัด และขอให้ตระหนักถึงคุณค่าของทรัพยากรน้ำให้มากที่สุด ใช้น้ำทุกหยดอย่างรู้คุณค่า เพื่อให้น้ำที่มีอยู่อย่างจำกัด เพียงพอสำหรับความต้องการใช้น้ำตลอดฤดูแล้งไปจนถึงต้นฤดูฝนปีหน้า
ข่าวอื่นที่น่าสนใจ
ถอดรหัส “โจรใต้” ถล่ม ชุดรักษาความปลอดภัยหมู่บ้าน เกิดบ่อยแต่ทำไมไร้แผนป้องกัน
