ประธานคณะ กมธ.วิสามัญพิจารณาศึกษาแนวทางควบคุมการใช้สารเคมีในภาคเกษตรกรรม แนะรัฐคุมเข้มการนำเข้าผักผลไม้จีนที่ด่านเชียงของให้มีการตรวจการปนเปื้อนสารพิษให้เป็นมาตรฐานเดียวกันกับในประเทศที่แบน 3สารพิษไปแล้ว
วันนี้ (25 ต.ค.62)นายชวลิต วิชยสุทธิ์ ส.ส. นครพนม พรรคเพื่อไทย ในฐานะประธานคณะ กมธ.วิสามัญพิจารณาศึกษาแนวทางควบคุมการใช้สารเคมีในภาคเกษตรกรรม สภาผู้แทนราษฎร มีความเห็นต่อยอดจากคณะกรรมการวัตถุอันตรายมีมติแบน 3 สารพิษร้ายแรงในภาคเกษตรกรรม คือ พาราควอต คลอร์ไพริฟอส และไกลโฟเซต โดยให้มีผลตั้งแต่วันที่ 1 ธันวาคม 2562 โดยกล่าวว่ายังมีผัก ผลไม้ที่นำเข้ามาจากจีนผ่านด่านเชียงของ จ.เชียงราย เพื่อมาขายในตลาดกรุงเทพฯและปริมณฑล โดยมูลค่าการนำเข้าในปี 2561ที่ผ่านมาในส่วนของผักมูลค่าสูงถึงปีละกว่า 2,600 ล้านบาท ส่วนผลไม้มีมูลค่าปีละ 2,450 ล้านบาท และมีแนวโน้มเติบโตอย่างต่อเนื่องเห็นได้จากปี 2562 ยังไม่สิ้นปี ผัก มีการนำเข้าเพิ่มขึ้น 23% คิดเป็นมูลค่า 3,200 ล้านบาท และผลไม้มีมูลค่ากว่า 2,800 ล้านบาท
ผลไม้จีนที่นำเข้ามาจากด่านเชียงของนั้นไม่มีการตรวจสอบสารปนเปื้อนใดๆ ทั้งสิ้น และเมื่อคณะกรรมการวัตถุอันตรายได้มีมติยกเลิก 3 สารพิษไปแล้วก็ควรมีมาตรการที่จะคุ้มครองผู้บริโภคให้ปลอดภัยจากสารเคมีเกินค่ามาตรฐานจากจุดนำเข้าตามชายแดนด้วย
นายชวลิตกล่าวว่าตนอยากเสนอให้รัฐบาลจัดตั้งห้องแล็ปที่ด่านเชียงของเพื่อตรวจวัดมาตรฐานการปนเปื้อนสารเคมีของผักผลไม้ด้วย แล็ปดังกล่าวจะเป็นแล็ปถาวร แล็ปเคลื่อนที่หรือเป็นแล็ปจากเอกชนก็ได้ โดยขอให้เริ่มดำเนินการสุ่มตรวจได้ในวันที่ 1 ธันวาคม 2562 เช่นกัน หากไม่สามารถดำเนินการได้ภายในเวลาดังกล่าว ก็ควรระงับการนำเข้าผัก ผลไม้ จากจีนไว้ชั่วคราวจนกว่าการจัดตั้งห้องแล็ปจะเรียบร้อย ทั้งนี้ เพื่อคุณภาพชีวิตของประชาชนคนไทยเป็นเป้าหมายสำคัญสูงสุด
ข่าวอื่นที่น่าสนใจ
องค์กรต่อต้านคอร์รัปชันฯ ขอบคุณ มติแบน 3 สารพิษ
