ถกไม่เลิก! “มนัญญา” ปวดหัวหนัก เข้ารพ. ฉีดยาระงับ เครียด หลังถกแบน 3 สารพิษ นานกว่า 2 ชม. ทุบโต๊ะลั่น! รับผิดชอบเองทั้งหมด จึงจบมีมติแบน 3 สารพิษทันที ปักธง 1 ธ.ค.62 เผยมีกำลังใจดีจากประชาชนเทใจช่วยล้นหลามยกให้เป็นวีรสตรี
วันนี้ (8 ต.ค.62) น.ส.มนัญญา ไทยเศรษฐ์ รมช.เกษตรและสหกรณ์ เปิดเผยว่า วันนี้ตนมีอาการปวดหัวหนัก เครียดมากจากการดำเนินการเรื่องแบนสารเคมี 3 ชนิด ได้ไปฉีดยาที่ รพ.สมิตเวช แล้ววันนี้ได้เข้ากระทรวงฯ ช่วงบ่ายเพื่อตรวจอ่านเอกสารทั้งหมด จากการประชุมของคณะกรรมการ 4 ฝ่ายเมื่อวานนี้ ที่มีฝ่ายรัฐ ผู้นำเข้า เกษตรกร ผู้บริโภค ได้ลงมติเป็นเอกฉันท์ 9-0 เสียงให้แบน 3 สารทันทีมีผลทันทีวันที่ 1 ธ.ค.62
ซึ่งทั้งหมดจะเร่งนำเสนอนายกรัฐมนตรี และเสนอ รมว.กระทรวงเกษตรฯ รมว.กระทรวงสาธารณสุข รมว.อุตสาหกรรม ลงนามเห็นชอบการแบน และเสนอเข้าคณะกรรมการวัตถุอันตราย ภายในสัปดาห์นี้ เพื่อให้คณะกรรมการฯสามารถเรียกประชุมแบน 3 สารได้ทันที จากกำหนดเดิมที่จะประชุมวันที่ 27 ต.ค.
น.ส.มนัญญา ระบุว่า คณะทำงาน 4 ฝ่ายเซ็นรับรองมติแบน 3 สาร คลอร์ไพริฟอส พาราควอต ไกลโฟเซต เป็นวัถตุอันตรายประเภท 4 ห้ามครอบครอง ห้ามจำหน่าย ห้ามนำเข้า ห้ามผลิต ให้มีผลวันที่ 1 ธ.ค.นี้ และจะรวบรวมเอกสาร ทำให้เสร็จวันนี้ ทีมงานกำลังตรวจอีกที ส่งให้ท่านนายกฯ และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง
จากนั้นยื่นให้ คกก.วัตถุอันตราย ซึ่งกระทรวงเกษตรฯ ยื่นเร็ว จะได้เรียกประชุมได้เร็ว ซี่งในที่ประชุมคณะทำงาน 4 ฝ่ายเมื่อวานนี้ใช้เวลานาน เพราะพูดคุยกันเยอะมากถกหลายปัญหา จึงตัดสินใจบอกว่าขอรับผิดชอบทุกอย่างไม่ว่าจะเกิดอะไรขึ้น
“ขอรับผิดชอบทุกอย่าง ถ้าไม่อย่างนั้นไม่จบ อ้างเหตุการณ์ที่มีมาก่อน ข้าราชการ กลัวโดนถูกฟ้อง เจอนู้นนี่ ทำให้แบน 3 สารไม่ได้ จึงบอกในที่ประชุมว่า ตอนนี้ไปดูชื่อ สกุลใคร ทุกอย่างมันเป็นเปลี่ยนไปหมดแล้ว และสั่งย้ำเลยว่า ไม่ให้ใช้เอกสารเก่ามาเสนอ ไม่รับ ให้ใช้เอกสารใหม่มาพิจารณา เพราะที่ผ่านมาประชุมกัน พูดวนเวียนอยู่กับเอกสารเก่า ส่วนบทเรียนในอดีตบางอย่างมาศึกษาได้ให้เกิดประโยชน์กับเกษตรกรและคนส่วนใหญ่มากที่สุด ถ้าไปยึดติดเรื่องเดิมๆ จะเดินหน้าต่อไปไม่ได้ เหมือนเดิม” น.ส.มนัญญา กล่าว
รมช.เกษตรฯ กล่าวอีกว่า ตัวแทนฝ่ายคุ้มครองผู้บริโภค ยังหยิบขวดพาราควอต คลอร์ไพริฟอส ไกลโฟเซต ขึ้นมาตั้งบนโต๊ะในที่ประชุม ยืนยันว่ามาตรการจำกัดการใช้สาร ที่ชอบยกขึ้นมาพูดเสนอเป็นแผนปฏิบัติการอบรมเกษตรกร ผู้รับจ้างพ่นสาร ทำไม่เคยได้ทำจริง ใครไปซื้อสารต้องมีใบอนุญาตการใช้จากหน่วยงานของกระทรวงเกษตรฯจึงซื้อได้จากร้านค้า ซึ่งภาคผู้บริโภคยืนยันว่าทำไมคนทั่วไปเดินไปชื้อได้เลย พ่อค้ายังถามว่าทำไมไม่ชื้อไว้เพิ่ม เป็นการยืนยันว่ามาตรการที่หน่วยงานทำมาใช้ไม่ได้ ต้องล้มตรงนี้ มันจบไปแล้ว ไม่มีแล้ว ถือว่าล้มเหลวทั้งหมด วิธีการจำกัดการใช้สาร 3 ชนิด
โดยที่ตนเดินมาถึงจุดนี้ได้ต้องยกความดีให้พรรคภูมิใจไทย ให้เกียรติตนทุกอย่าง ทำได้เต็มที่ วันนี้มีกำลังใจดีจากประชาชนทั่วสารทิศส่งมาให้กำลังใจตนเป็น วีรสตรี หลายคนบอกว่าไม่คิดว่าในชีวิตจะได้อยู่เห็นเรื่องการแบนสารพิษหมดจากประเทศไทย ทำได้จริง ซึ่งตนมีความเป็นแม่ มีคุณธรรม จริยธรรม
ในประเทศไทยมีคนเก่งๆ มีเยอะ หากมีความดี มีคุณธรรม จริยธรรมด้วยจะช่วยพัฒนาประเทศได้ดีมากยิ่งขึ้น ตนพยายามทำเรื่องแบน3สารให้จบโดยเร็ว โดยไม่ยอมให้ยืดไปอีกถึงวันที่1ม.ค.63 ต้องให้แบนวันที่ 1 ธ.ค.62 ก่อนคนไทยไปเที่ยวปีใหม่ ไปสูดอากาศทางเหนือ จะได้สูดอากาศบริสุทธิ์ กินพืชพรรณธัญญาหารปลอดสารพิษ
พรรคภูมิใจไทยให้สิทธิและเชื่อใจตน ขอยืนหยัด ทุกอย่างสั่งการทุกหน่วยงานไปแล้วห้ามมีใครมาหาผลประโยชน์จากเกษตรกรอีกไม่ได้ จากนี้หน่วยงานต้องให้แนวทางทำเกษตรที่ถูกต้องกับเกษตรกร จะมาแอบอ้างเสนอโครงการเอื้อประโยชน์นายทุนไม่ได้เด็ดขาด ต่อไปการทำโครงการอะไรให้เกษตรกร ต้องเป็นโครงการที่ดี ถูกต้อง ได้รับการยอมรับทั้งสองฝ่าย ทั้งผู้รับผู้ให้
เช่นกรมวิชาการเกษตร มีสำนักวิศวกรรมการเกษตร ที่ต้องออกแบบให้ตอบโจทย์เกษตรกร ประชาชน เพราะทุกคนเป็นเจ้าของประเทศ ไม่ใช่นั่งคิดออกแบบกันเองในห้อง จะส่งอะไรไปให้เกษตรกรใช้ ต้องใช้ คนกินต้องกิน แบบเดิมๆ จากนี้อยู่ที่ผู้บริโภค สิทธิของผู้จ่ายเงิน ผู้ใช้ มีสิทธิในการโต้แย้ง พี่ตั้งมั่นพูดเสมอ ออกคำสั่งไปทุกกรมที่พี่ดูแล ใครทำอะไร ไม่ว่าแต่อย่าเอาเปรียบเกษตรกร
ดังนั้นสารเคมี 3 ชนิดที่ยังอยู่ในท้องตลาด ตามร้านค้าต่างๆ ทางบริษัทต้องเก็บกลับคืนทั้งหมด เพราะเป็นวัตถุอันตราย ประเภทที่4 เท่ากับอันตรายเท่าระเบิด พี่ตั้งธงไว้ดีเดย์วันที่ 1 ธ.ค.นี้ และก่อนหน้านี้ คกก.วัตถุอันตราย ทุกคนจะบอกว่า จะทำตามข้อมูลของกระทรวงเกษตร
“ไม่ยอมให้ยืดการแบนไปวันที่ 1 ม.ค.63 อย่างที่มีกระแสข่าวออกมา เพราะที่ผ่านมาไปตรวจสอบเองเห็นทุกอย่างเลวร้ายมาก เด็กนักเรียนทางจังหวัดภาคเหนือ ตรวจเจอสารพิษในกระแสเลือดจำนวนมาก คนเป็นมะเร็งตายมากขึ้นจากสารพิษ จะไม่ปล่อยให้ทำร้ายคนไทยต่อไป ทำเรื่องนี้ให้จบ” น.ส.มนัญญา กล่าว
ทั้งนี้ แหล่งข่าวจากกระทรวงเกษตรฯ เปิดเผยว่า มีอดีตข้าราชการระดับสูงของกระทรวงเกษตร ได้ผันตัวเป็นผู้นำเข้าสาร 3 ชนิดรายใหญ่ของประเทศมาหลาย 10 ปี และยังมีอาชีพเป็นนายหน้าติดต่อล็อบบี้เจรจาให้ผลประโยชน์กับระดับผู้บริหารในกระทรวง พรรคการเมืองต่างๆ แลกกับการเปิดทางให้บริษัทข้ามชาติ และบริษัทรายใหญ่ในไทย ที่ได้ขอนำเข้าสารเคมีต่างๆที่มีมาจำหน่ายในท้องตลาดเป็นร้อยยี่ห้อ มากว่า 40 ปี มาในราชอาณาจักรได้สะดวก โดยที่ไม่ต้องจ่ายภาษีนำเข้า ส่งออก หาเหตุอ้างว่า เพื่อให้สารเคมีทางการเกษตร มีราคาถูก และเพื่อต้นทุนเกษตรกรถูกลง
ดังนั้น หลังจากคณะกรรมการ 4 ฝ่าย มีมติแบน 3 สาร ส่งผลทำให้อดีตข้าราชการ รายนี้เครียดอย่างรุนแรงแทบจะฆ่าตัวตาย เพราะมีสารอยู่ในสต็อกจำนวนมาก ต้องแบกรับความเสียหายขาดทุนเป็นพันล้านบาท และที่กล้านำเข้ามามาก แม้จะมีหน่วยงานอื่นนอกกระทรวงเกษตรฯต้องการแบนสารเหล่านี้มากว่า 2 ปีก็ตาม เพราะทุกครั้งสามารถเจรจาจ่ายผลประโยชน์ ได้ยืดเวลาการแบนมาได้ทุกรอบ
อีกทั้งเก็งตลาดผิดคิดว่า ยิ่งมีข่าวแบนสารจะทำให้เกษตรกร ต้องการซื้อตุนไว้มาก แต่กลับกลายว่าเก็งตลาดพลาด เพราะทุกวันนี้เกษตรกรมีทางเลือกซื้อใช้สารตัวอื่นที่มีอันตรายต่อร่างกายน้อยกว่า แม้จะให้ผลประโยชน์ผู้ใหญ่กระทรวงเกษตรฯ พรรคการเมือง ยังเอาไม่อยู่ทานกระแสสังคมไม่ไหว
จึงต้องยกความดีให้กับ รมช.มนัญญา เข้ามาทำเพื่อเกษตรกร ประชาชน ไม่เอานายทุน ทำให้ทั้งประเทศเกิดปรากฏการณ์ล้าง3สารพิษที่อาบแผ่นดินไทยให้หมดจากประเทศได้จริงเพราะความเป็นส.ส.มาจากท้องถิ่น กล้าชนทุกอย่างไม่สนใจหน้าอินหน้าพรหม ที่จากเดิมหน่วยงานของกระทรวงเกษตรฯพยายามเร่งเดินหน้า อบรม เกษตรกร ใช้งบไปกว่า100ล้านบาท และออกกฎกระทรวง 5 ฉบับในมาตรการจำกัดการใช้ 3 สาร ใช้ข้ออ้างเกษตรกรยังเคยชินอยากใช้ 3 สารต่อจึงอ้างเรื่องการหาสารทดแทน ในแบบเดียวกันกับ 3 สาร ยังไม่ได้ กำลังจะมีผลบังคับใช้ทั่วประเทศวันที่ 20 ต.ค.โดยจากแผนดังกล่าวจะแบนในปี 63
“อดีตข้าราชการ รายนี้มีอิทธิพลต่อคนกระทรวงเกษตร มาช้านาน มีสารเคมีนำเข้ามามูลค่าเป็นพันล้าน ๆ บาท ติดมือยังอยู่ในสต็อก พอมติแบน 3 สารออกมาขายไม่ได้ แทบจะฆ่าตัวตายทันทีหลังจากฟังมติ 9-0 ยังมีอดีตข้าราชการกระทรวงฯหลายรายที่ไปเป็นที่ปรึกษาให้กับบริษัทค้าสารเคมีข้ามชาติ คอยเก็บค่าต๋ง นำเข้าสารลิตร 1 บาท ส่งข้าราชการและผู้ใหญ่ในกระทรวงนี้” แหล่งข่าว ระบุ
ข่าวอื่นที่น่าสนใจ
“มนัญญา” ลุยแบนสารพิษ รุกบ.เอกชน ตรวจสารพิษ พิรุธอื้อ ลั่น!ยกเลิกสิ้นปี
