สุดสลด!! ช้างอ่างฤาไน เสียชีวิตในสวนปาล์ม หลังเจ้าของสวนอ้างยิงเพื่อป้องกันตัว ชันสูตรพบยังมีน้ำนม คาดเป็นช้างแม่ลูกอ่อน เพิ่งคลอดลูกได้ไม่นาน

วันที่ 7 ต.ค.62 รองผู้ว่าราชการจังหวัดฉะเชิงเทรานายอำเภอสนามชัยเขต นายเผด็จ ลายทอง ผอ.ส่วนอนุรักษ์สัตว์ป่า สำนักบริหารพื้นที่อนุรักษ์ที่ 2 (ศรีราชา) ทีมสัตวแพทย์ เจ้าหน้าที่ทหารพรานชุดปฏิบัติการ/กำนัน เจ้าหน้าที่พิสูจน์หลักฐาน เข้าพื้นที่บริเวณบ้านคลองเตย ม.21 ต.ท่ากระดาน ตรวจสอบพบ ซากช้างป่า จำนวน 1 ตัว เพศเมีย น้ำหนักตัวประมาณ 3,000 กิโลกรัม อายุประมาณ 15 -17 ปี นอนล้มตายในสวนปาล์ม

จากการตรวจสอบพบว่า เจ้าของสวนปาล์ม ชื่อนายตวงพร แซ่เตียว อายุ 63 ปี อยู่บ้านเลขที่ 611/1 ม.2 ต.เกาะขนุน อ.พนมสารคาม จ.ฉะเชิงเทรา แจ้งเจ้าหน้าที่ว่า เวลาประมาณ 22.30 น.(6 ต.ค.62) ตนเองมาเฝ้าสวนปาล์มมีช้างฝูงเข้ามากินยอดปาล์ม ตนเองเข้าไปไล่ ช้างป่าจะวิ่งเข้ามาทำร้าย จึงใช้ปืนยิงเพื่อป้องกันตัวและวิ่งหนี มาทราบภายหลังว่าช้างตายจึงแจ้งผู้ใหญ่บ้านให้เจ้าหน้าที่มาตรวจสอบ

หลังเจ้าหน้าที่ร่วมกันตรวจสอบภายนอกของซากช้างพบรอยบาดแผลคล้ายรอยกระสุนบริเวณหัวเหนือตาด้านขวา จำนวน 1 รอย มีรอยเลือดออกจากแผลกองในพื้นดินเล็กน้อย สภาพโดยรอบซากช้างไม่พบร่องรอยการดิ้นหรือชักก่อนตาย พบขี้ช้างมีของเหลวลักษณะมูกปนเลือดเล็กน้อย

ต่อมาได้ทำการเคลื่อนย้ายซากเพื่อทำการผ่าชันสูตร ณ หน่วยพิทักษ์ป่าเขาตระกรุบ ผลการตรวจสอบชันสูตร โดยเริ่มผ่าชันสูตรเวลา 15.00 น. มีรายละเอียดดังนี้

1.ทีมสัตวแพทย์ตรวจสอบพบร่องรอยลักษณะเป็นรูวงกลม บริเวณหน้าผากข้างขวา จึงทำการผ่าเปิดพบกระสุนปืนทะลุกระโหลกเป็นรูเส้นผ่าศูนย์กลาง 1 ซม. โดยพบหัวกระสุนปืนจำนวน 1 หัว ฝังในโพรงกระโหลกที่มีเนื้อสมอง และพบสะเก็ดตะกั่วบริเวณกล้ามเนื้อหน้าผาก
2.ทีมตำรวจพิสูจน์หลักฐาน จ.สระแก้ว ทำการตรวจพิสูจน์สันนิษฐานว่า เป็นลูกกระสุนปืนชนิด .38 (9 มม.) หรือ .357 เป็นปืนรีวอลเวอร์หมุนขวา ซึ่งจะต้องรอผลพิสูจน์ทางห้องปฏิบัติการเพื่อยืนยันต่อไป
3.พบใบต้นปาล์มอยู่ภายในช่องปาก ในลักษณะที่ช้างป่าตัวดังกล่าวกัดแน่น
4.พบว่าอวัยวะภายใน มีอาหารเต็มกระเพาะ ลำไส้ไม่พบว่ามีลูกในท้อง แต่พบว่าเต้านมช้างยังมีการสร้างน้ำนม (คาดการณ์ว่าเพิ่งคลอดลูก หรือมีลูกอ่อน) และพบเยื่อเมือกสีแดงบริเวณอวัยวะเพศ
5.พบว่าภายในหัวใจมีวิการ Chicken fat clot ซึ่งเกิดจากการตายอย่างฉับพลัน
6.ทำการเก็บตัวอย่างอวัยวะเพื่อส่งตรวจโรคและความผิดปกติของอวัยวะเพิ่มเติมทางห้องปฏิบัติการ
7.ทำการเก็บขนายทั้งสองข้าง (ข้างขวา ยาว 28 ซม. และ ข้างซ้าย ยาว 29 ซม.) โดยเก็บรักษาไว้ที่เขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าเขาอ่างฤๅไน
8. ทำการฝังกลบตามหลักวิชาการ ณ หน่วยพิทักษ์ป่าเขาตระกรุบ
ทั้งนี้สาเหตุการตายเกิดจากการถูกยิงทะลุกระโหลก ซึ่งเป็นการตายอย่างเฉียบพลัน โดยสอดคล้องการวิการที่พบภายในหัวใจ ซึ่งจากการผ่าชันสูตรสภาพกล้ามเนื้อของซากยังไม่แข็งตัวเต็มที่ ประเมินการตายได้ว่า ช้างป่าตัวดัวกล่าวนี้ตายไม่เกิน 12 ชั่วโมงก่อนการผ่าชันสูตร
ข่าวอื่นที่น่าสนใจ
ช้างรอด 2 ตัวกลับเข้าป่าแล้ว เตรียมกู้ซาก 6 ตัว
