ชาวบ้านริมบ่อขยะ ค้านหัวชนฝา สร้างโรงไฟฟ้าชีวมวล 2,200 ล้าน บอกแค่นี้ก็ทนทุกข์สูดกลิ่นเหม็นขยะ-น้ำเสียลงไร่นามานาน 26 ปี ไม่มีใครแก้ ยังจะหอบมลพิษมาเพิ่มให้อีก
วันนี้ (28 ก.ย.) ชาวบ้านดงป่าเหมี้ยง หมู่ 10 และอีกหลายหมู่บ้านใน ต.ห้วยสัก อ.เมืองเชียงราย กำลังทำป้ายข้อความคัดค้านการก่อสร้างโรงไฟฟ้าขยะชีวมวล เตรียมนำไปติดตามหน้าบ้าน-ทางแยก จุดสำคัญให้ทั่วทั้งตำบล เพื่อตอกย้ำจุดยืนการคัดค้านไม่เอาโรงไฟฟ้าฯ
ทั้งนี้ หลังจากชาวบ้านจาก 8 หมู่บ้าน ต.ห้วยสัก รวมตัวกันลงชื่อกว่า 300 คนเพื่อคัดค้านโครงการก่อสร้างโรงไฟฟ้าขยะชีวมวลในพื้นที่หมู่ 10 บ้านดงป่าเหมี้ยง ต.ห้วยสัก ไปแล้วเมื่อวันที่ 26 ก.ย. ก่อนพากันถือป้ายคัดค้านเดินขบวนไปยังบ้านพักของนายกเทศมนตรีตำบลห้วยสัก และบ้านพักของกำนันตำบลห้วยสัก ที่บ้านร่องเผียว หมู่ที่ 8 เพื่อขอความชัดเจนเรื่องดังกล่าว แต่ไม่พบทั้งคู่ จึงพากันสลายตัวและนัดหมายเข้าร้องเรียนต่อนายประจัญ ปรัชญ์สกุล ผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงราย ที่ศาลากลางจังหวัดเชียงราย ใน 2-3 วันต่อจากนี้

โดยก่อนหน้านี้ เทศบาลตำบลห้วยสักได้ออกแบบสอบถามเรื่องก่อสร้างโรงผลิตไฟฟ้าขยะชีวมวล ซึ่งชาวบ้านทั้ง 8 หมู่บ้าน ประกอบด้วย บ้านร่องเผียว หมู่ 8 บ้านร่องเบ้อ หมู่ 9 บ้านดงป่าเหมี้ยง หมู่ 10 บ้านสันต้นเปา หมู่ 14 บ้านร่องเผียว หมู่ 18 บ้านดอนชุม หมู่ 21 บ้านร่องเผียว หมู่ 24 และบ้านสันต้นเปา หมู่ 28 ต่างมีมติคัดค้านขอให้ยกเลิกโครงการการก่อสร้างโรงผลิตไฟฟ้าขยะชีวมวลในพื้นที่ ต.ห้วยสักเพราะเกรงจะส่งผลกระทบต่อชุมชน โดยเฉพาะหมู่บ้านดงป่าเหมี้ยง ที่อยู่ห่างสถานที่ก่อสร้างไม่เกิน 1 กม. และยังเป็นทางลมที่พัดผ่านเข้าหมู่บ้านด้วย
ชาวบ้านรายหนึ่ง เจ้าของแปลงนาเนื้อที่ 14 ไร่ 2 งาน ใกล้บ่อขยะระบบฝังกลบของเทศบาลนครเชียงราย และเทศบาลตำบลห้วยสัก บอกว่า ก่อนที่ยังไม่มีบ่อขยะ พื้นดินและแหล่งทำมาหากินทางเกษตรกรรมอุดมสมบูรณ์ไม่มีผลกระทบใดๆ

แต่หลังจากที่มีการก่อสร้างบ่อขยะผลผลิตทางการเกษตรก็มีปัญหามาตลอด ทำให้ผลผลิตไม่ดีเสียหายต้นข้าวล้มตาย เพราะมีน้ำจากขยะไหลล้นบ่อเข้าสู่ไร่นา ซึ่งน้ำดังกล่าวนี้จะไหลลงน้ำสะกึ้น ไปลงหนองหลวง เขต อ.เวียงชัย จ.เชียงราย ก่อนลงแม่น้ำกกด้วย
เคยทำหนังสือร้องเรียนไป ก็มีเจ้าหน้าที่รับเรื่องพร้อมลงพื้นที่มาตรวจสอบ มาตรวจพื้นที่จริงจนเห็นกับตาว่าข้าวตาย นำดิน-น้ำไปตรวจ เสร็จแล้วก็เงียบและไม่มีคำตอบหรือการแก้ไขกลับมาอีกเลย และผลผลิตทางการเกษตรก็ยังคงเสียหายตลอดเรื่อยมา

โดยเฉพาะ 2-3 ปีก่อน ในช่วงฤดูฝนน้ำขยะสีดำคล้ำได้ล้นบ่อไหลลงนาตน ตอนแรกข้าวก็งามขึ้นก่ำ แต่หลังจากนั้นก็เฉาตายยกแปลง ตนได้นำเรื่องปัญหาดังกล่าวแจ้งไปยังหน่วยงานที่รับผิดชอบในพื้นที่ คือ เทศบาลฯ ห้วยสัก เขาบอกให้ร้องไปที่เทศบาลนครเชียงราย ก็ทำหนังสือถึงนายกเทศมนตรีเมืองเชียงราย ทางเทศบาลฯ (เจ้าหน้าที่) ก็รับหนังสือไว้แล้วก็เงียบหายไป
เนื่องจากชาวบ้านได้รับผลกระทบจากบ่อขยะที่มีอยู่เดิมส่งกลิ่นเหม็นน้ำเน่าตลอด 24 ชั่วโมง ชาวบ้านบางรายถึงกับล้มป่วยสุขภาพอ่อนแอเพราะสูดดมกลิ่นขยะมายาวนานถึง 26 ปี ทุกวันนี้ยังไม่ได้รับการแก้ไข

“วันนี้อยากถาม คนที่จะเอาโครงการนี้มาลงคิดอย่างไร คิดดีแล้วหรือที่จะเอางบ 2,200 ล้านมาลง ทำให้พี่น้องชาวบ้านจะต้องได้รับผลกระทบไปจนตาย ที่ผ่านมาน้ำขยะที่มีฟองฟอดเหม็นคลุ้งลงทุ่งลงนาโดยไม่มีหน่วยงานไหนเข้ามาช่วยเหลือเลยด้วยซ้ำ ดังนั้นเราคงไม่ยอมที่จะให้ตั้งโรงไฟฟ้าขยะอีกแน่นอน แม้ว่าจะมีการข่มขู่กันเกิดขึ้นแล้วก็ตาม” ชาวบ้านริมบ่อขยะ กล่าว
อย่างไรก็ตาม ชาวบ้านต่างมองว่า หากตั้งโรงผลิตไฟฟ้าขยะชีวมวลเพิ่มขึ้นอีกจะต้องมีการนำขยะจำนวนมหาศาลจากหลายพื้นที่เข้ามาเผาเพื่อผลิตไฟฟ้า ก็จะเกิดมลพิษในอากาศ มีฝุ่นละอองควันไฟจากการเผาขยะ ชาวบ้านต้องประสบปัญหาเหล่านี้อย่างแน่นอน และยังจะเกิดผลกระทบต่อสัตว์เลี้ยง พืชไร่ พืชสวน และแหล่งน้ำ รวมถึงสภาพแวดล้อมในพื้นที่ ชาวบ้านจึงรวมตัวกันออกมาคัดค้านอย่างเต็มที่
ข่าวอื่นที่น่าสนใจ
สปสช.ย้ำอีก คลินิกบัตรทองถูกยกเลิกไม่ต้องย้ายสิทธิรักษาได้ทุกที่
