พล.อ.ประวิตร สั่งเฝ้าระวังชายแดนไทย-เมียนมา สกัดต่างด้าวลักลอบเข้า เน้นหนักช่องทางธรรมชาติ ด้าน “หมอหนู” ยัน รพ.ชายแดนมีความพร้อม ย้ำ รัฐบาลไม่อั้นเรื่องพัฒนาวัคซีนโควิด-19
จากสถานการณ์โควิด-19 ในเมียนมาที่กำลังระบาดหนัก ส่งผลกระทบต่อประเทศไทยเนื่องจากมีพรมแดนติดต่อกันและมีการลักลอบเข้าช่องทางะรรมชาติที่ยากต่อการติดตามจับกุม
ล่าสุดวันนี้ (8 ก.ย.63) รัฐบาล โดย พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี ได้ระบุว่าได้มีการสั่งการไปแล้วในเรื่องนี้เพื่อเฝ้าระวังลักลอบเข้าเมืองตามแนวชายแดน โดยเจ้าหน้าที่ฝ่ายปกครอง ทหาร ตำรวจ ได้พยายามป้องกันการลักลอบเข้าเมืองอย่างผิดกฎหมายอย่างเต็มที่
พล.อ.ประวิตร ยอมรับว่ามีเส้นทางธรรมชาติจำนวนมาก ที่ผ่านมามีการเตรียมการป้องกันมาโดยตลอด ซึ่งสถานการณ์ขณะนี้เรียบร้อยดี เพราะทหารตำรวจและฝ่ายปกครองร่วมมือกันดูแล

ขณะที่นายอนุทิน ชาญวีรกูล รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข ระบุว่า โรงพยาบาลตามแนวชายแดน ที่อาจมีแรงงานต่างด้าวข้ามมาประเทศไทย มีความพร้อม 100 เปอร์เซ็นต์มีการสนับสนุนเสริมอุปกรณ์เข้าไปตลอด ตอนนี้คนป่วยยังไม่มี เวชภัณฑ์ที่มีอยู่เดิมยังเพียงพอ
นอกจากนี้นายอนุทินยังกล่าวถึงความคืบหน้าการพัฒนาวัคซีน ว่ายังคงมีการพัฒนาอยู่กับหลายสถาบัน โดยเงินก้อนแรกจากงบกลาง 1 พันล้านบาทซึ่งมีการนำไปพัฒนาร่วมกับอ๊อกฟอร์ด 600 ล้าน และให้กับคณะแพทยศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย 400 ล้าน และในส่วนของงบเงินกู้ที่สำรองไว้ประมาณ 3 พันกว่าล้านบาทยังอยู่เต็ม และเตรียมจะพัฒนาต่อไปกับหน่วยงานต่างๆ
นายอนุทิน กล่าวอีกว่า กำลังจะพิจารณาเข้าร่วมโครงการโคแวกซ์ (Covax) ภายใต้กำกับขององค์การอนามัยโลก (WHO ) ซึ่งเป็นการร่วมพัฒนา โดยจะนำไปหารือใน ศบค. และนายกรัฐมนตรี พร้อมยืนยันว่า รัฐบาลสนับสนุนและสำรองเงินไว้สำหรับการผลิตวัคซีนอย่างเต็มที่
ข่าวอื่นที่น่าสนใจ
รัฐบาลย้ำเร่งพัฒนาวัคซีนโควิด-19 ทุ่มงบ 1,000 ล้าน สนับสนุนวิจัย
