ศบค.ยก “เวียดนาม” กรณีศึกษา ย้ำคนไทย ห้ามประมาทโควิด-19

ศบค.ยก “เวียดนาม” กรณีศึกษา ย้ำคนไทย ห้ามประมาทโควิด-19


โฆษก ศบค. แจงสถานการณ์โควิด-19 ทั่วโลกยังน่ากังวล วอนคนไทยช่วยกันปฏิบัติมาตรการทางสังคม ยก “เวียดนาม” กรณีศึกษา ต้องควบคุมให้มีการติดเชื้อน้อยที่สุด ย้ำ “หยุดโควิด แต่ไม่หยุดเศรษฐกิจไทย”

วันนี้ (31 ก.ค. 63) เวลา 11.30 น. ณ ศูนย์บริหารสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (โควิด-19) (ศบค.) โถงกลาง ตึกสันติไมตรี ทำเนียบรัฐบาล นายแพทย์ทวีศิลป์ วิษณุโยธิน โฆษก ศบค. แถลงสถานการณ์ประจำวัน และมาตรการในการควบคุมสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (โควิด-19) สรุปสาระสำคัญ ดังนี้

สถานการณ์ผู้ติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (โควิด -19) ในประเทศไทย มีผู้ติดเชื้อรายใหม่ 6 ราย มาจากสถานที่กักกันที่รัฐจัดให้ทั้งหมด รวมผู้ติดเชื้อยืนยันสะสมอยู่ที่ 3,310 ราย (ติดเชื้อในประเทศ 2,444 ราย และสถานที่กักกันที่รัฐจัดให้ 373 ราย) ผู้ป่วยหายป่วยเพิ่มขึ้น 14 ราย ทำให้รวมผู้หายป่วยทั้งหมด 3,125 ราย รักษาตัวอยู่ในโรงพยาบาล 127 ราย และไม่มีผู้เสียชีวิตเพิ่ม ยังคงอยู่ที่ 58 รายเช่นเดิม

สำหรับผู้ติดเชื้อรายใหม่ 6 ราย เป็นผู้ที่เดินทางมาจากอียิปต์ 5 ราย 4 รายแรก เป็นนักศึกษาชายไทย อายุ 21 ปี (2 ราย) และ 24 ปี (2 ราย) เดินทางถึงไทยเมื่อ 24 กรกฎาคม 63 เข้าพัก State Quarantine ที่จังหวัดชลบุรี และอีก 1 รายเป็นชายไทย อายุ 28 ปี เดินทางมาถึงไทยเมื่อวันที่ 30 กรกฎาคม และรายที่ 6 เดินทางมาจากเนเธอร์แลนด์ เป็นชายไทยอายุ 52 ปี อาชีพเชฟบนเรือ เดินทางมาถึงไทยเมื่อ 25 กรกฎาคม เข้าพัก State Quarantine ที่จังหวัดสมุทรปราการ

สำหรับกรณีในต่างประเทศที่น่าสนใจ โฆษก ศบค.ระบุว่า ที่เวียดนาม ดานัง มีรายงานพบว่ามีผู้ป่วยโควิด-19 ทำให้ทางเทศบาลเมืองดานังสั่งปิดร้านอาหารทุกแห่งในเมือง รวมถึงบริการซื้อกลับบ้านและเดลิเวอรีอย่างไม่มีกำหนดตั้งแต่วันพฤหัสบดีที่ผ่านมา หลังตรวจพบว่าทั้งผู้ประกอบการและลูกค้าจำนวนมากละเลยมาตรการทางสังคม พากันไปรวมตัวตามสถานที่เหล่านี้เพื่อรอซื้ออาหาร โดยไม่มีการเว้นระยะ ขณะนี้พบผู้ป่วยยืนยันสะสมเพิ่มเป็นอย่างน้อย 459 ราย หลังมีการยืนยันผู้ติดเชื้อเพิ่ม 9 ราย ผู้ป่วยคงเหลือในระบบมีจำนวน 90 คน และยังไม่มีผู้เสียชีวิตแต่อย่างใด

ทั้งนี้ เวียดนามได้รับคำชมว่าเป็นอีกหนึ่งประเทศในการดูแลควบคุมและป้องกันโรคโควิด-19 ได้ดีมาโดยตลอด แต่ก็สามารถที่จะเกิดเหตุการณ์มีคนติดเชื้อได้ เพราะฉะนั้น จึงขอให้ประชาชนคนไทยทุกคนได้เรียนรู้ในการป้องกัน ไม่ได้หวังว่าตัวเลขจะต้องเป็น 0 ราย เพียงแต่หวังให้ช่วยกันควบคุมโรค ไม่ให้มีการติดเชื้อเพิ่มขึ้น หรือติดเชื้อให้น้อยที่สุดเท่าที่จะทำได้

เพราะขณะนี้ประเทศไทยกำลังอยู่ในช่วงผ่อนคลายมาตรการต่าง ๆ เพื่อให้เศรษฐกิจได้กลับมาหมุนเวียนอีกครั้งหนึ่ง พร้อมขอย้ำให้ประชาชนสวมใส่หน้ากากอนามัยและหน้ากากผ้า เพื่อการป้องกันการระบาดของโรคโควิด-19 และการติดเชื้อทางเดินหายใจอื่น ๆ ด้วย

พร้อมกันนี้ โฆษก ศบค. ชี้แจงกรณีการอนุญาตให้ชาวต่างชาติ 4 กลุ่มเดินทางเข้าสู่ประเทศไทย ซึ่ง ศบค. ได้อนุมัติให้แรงงานต่างด้าวเดินทางเข้ามาทำงานในประเทศไทย โดยอยู่ในการดูแลของกระทรวงแรงงาน และอนุมัติให้มีการเดินทางของกลุ่มนักท่องเที่ยวที่มีศักยภาพ โดยอยู่ในการดูแลของกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา ซึ่งแต่ละกิจการ/กิจกรรม ผู้ประกอบการเริ่มดำเนินการได้ทันทีเมื่อมีความพร้อม

ทั้งนี้ จะต้องเป็นการทำงานร่วมกันของตัวแทนกระทรวงเจ้าของเรื่อง เจ้าหน้าที่ฝ่ายปกครองในพื้นที่ ผู้ว่าราชการจังหวัดในฐานะประธานคณะกรรมการโรคติดต่อประจำจังหวัด พร้อมมีเลขาธิการเป็นนายแพทย์สาธารณสุขประจำจังหวัด ที่สำคัญจะต้องทำความเข้าใจแก่ประชาชนด้วย

ในตอนท้าย โฆษก ศบค. กล่าวเพิ่มเติมว่า จากสถานการณ์ที่ผ่านมา ประเทศไทยได้รับคำชื่นชมจากทั่วโลก จากการให้ความร่วมมือของประชาชนในประเทศที่ได้ปฏิบัติตามมาตรการป้องกันโควิด-19 ทั้งการสวมหน้ากากอนามัย เว้นระยะห่าง ขณะเดียวกันหน่วยงานภาครัฐก็มีความเข้มงวดในการดูแลพื้นที่ต่าง ๆ ทำงานอย่างเข้มแข็ง ซึ่งกิจการ/กิจกรรมต่าง ๆ ที่เกิดขึ้น หากได้รับความร่วมมือจากทุกภาคส่วน ทั้งภาคประชาชน ภาครัฐ ภาคเอกชน ก็จะสามารถสร้างความมั่นใจและความปลอดภัยให้กับประชาชนในประเทศได้ พร้อมกับย้ำว่า “หยุดโควิด แต่ไม่หยุดเศรษฐกิจไทย”

 

ข่าวที่น่าสนใจ

“หมอยง” เตือน อาหารแช่แข็งนำเข้า อาจมีเชื้อโควิด-19

สธ.หาแนวทางแก้ปัญหาตีกันในห้องฉุกเฉิน ชงเพิ่มโทษสถานหนัก