พล.อ.ประยุทธ์ ร่าย 30 นาทีถึงคนไทยกับประเด็นโควิด-19 “โรงเรียนพร้อม 80%-ชุมนุมไม่ห้ามถ้าไม่กลัวโควิด-กระตุ้น SME ไปจดทะเบียน”
วันที่ 30 มิ.ย.63 พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และรมว.กลาโหม ใช้เวลา 29 นาที เพื่อแถลงหลังการประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.)ในวันที่ 30 มิถุนายน 2563 โดยมีหลายประเด็นทีเดียวที่ พล.อ.ประยุทธ์ สื่อสารไปยังคนไทยทุกคน และ ThaiQuote ขอรวบรวมทุกคำพูดของผู้นำประเทศและการดำเนินการแก้ปัญหา บริหารประเทศในช่วงสถานการณ์โควิด-19 ในปัจจุบัน มาให้ผู้อ่านทัศนา
พร้อม 80% เปิดเทอมวันแรก เด็กชายขอบยังไม่ให้เข้ามาเรียน
พล.อ.ประยุทธ์ เปิดการแถลงด้วยเรื่องความพร้อมสำหรับการเปิดภาคเรียนในวันที่ 1 กรกฎาคม โดยระบุว่า ขณะนี้ยังไมให้เด็กนักเรียนชายขอบเข้ามาเรียนในโรงเรียนประเทศไทย เนื่องจากยังต้องเฝ้าระวังการแพร่ระบาดของไวรัสโควิด-19 แต่แน่นอนว่าหากระบบทุกอย่างเรียบร้อยดีก็พร้อมจะหเข้ามาเรียนอีกครั้ง
นอกจากนี้ ความพร้อมสำหรับโรงเรียนทั่วประเทศที่จะเปิดเรียนอีกครั้งหลังต้องปิดชั่วคราวเพราะโควิด-19 มีความพร้อมแล้วประมาณกว่า 80% แต่สำหรับโรงเรียนแห่งใดที่ยังไม่พร้อม ก็ยังไม่ต้องเปิดเรียน อย่างไรก็ตาม ยังมีแนวคิดการปรับเปลี่ยนวิธีการเรียน-การสอนใหม่ ทั้งการเรียนและสอนจากที่บ้าน เรียนออนไลน์ หรือการปรับเวลาเรียนเพื่อให้เหลื่อมเวลากัน
“ผมเป็นห่วงเด็กเล็ก ยิ่งกำลังซนๆ กลัวว่าจะไม่ระวัง ทั้งเรื่องใส่หน้ากาก การใช้ภาชนะร่วมกัน การเว้นระยะห่าง ดังนั้น ครู ผู้ปกครองต้องใส่ใจและกำชับรักษามาตรการพร้อมดูแลอย่างใกล้ชิด เข้มงวด” พล.อ.ประยุทธ์ กล่าว
เหตุผลต่ออายุ “พ.ร.ก.ฉุกเฉิน” ส่วนใครจะชุมนุม “ถ้าไม่กลัวโรค ก็ไม่ได้ห้าม”
พล.อ.ประยุทธ์ กล่าวถึงการต่ออายุ พ.ร.ก.การบริหารราชการในสถานการณ์ฉุกเฉิน พ.ศ.2548 หรือ พ.ร.ก.ฉุกเฉินฯ ออกไปอีก 1 เดือน ว่า การใช้กฎหมายปกติก็ยังคงดำเนินต่อไป เพียงแต่กฎหมายฉุกเฉินมีเป้าหมายเพื่อให้ทุกหน่วยงานที่เข้ามาช่วยกันทำงานเพื่อแก้ปัญหาโควิด-19 ทำงานได้อย่างถูกต้องตามกฎหมาย ดังนั้น เราก็ต้องมีกฎหมายเฉพาะมารองรับการทำงาน และยืนยันว่าไม่ได้เกี่ยวข้องกับการเพิ่มอำนาจให้กับนายกฯ แต่อย่างใด
ส่วนเรื่องที่มองกันว่า พื้นที่นี้ไม่มีผู้ติดเชื้อโควิด-19 แล้ว ก็ไม่น่าจะมาใช้ พ.ร.ก.ฉุกเฉินฯ ในพื้นที่ น่าจะให้ยกเลิก เรื่องนี้มันทำไม่ได้ เพราะทุกอย่างต้องเป็นมาตรฐานเดียวกันหมด จะรับประกันได้อย่างไรว่าพื้นที่ท่านไม่มีผู้ติดเชื้อ แต่จะไม่ไปรับเชื้อหรือแพร่เชื้อให้กระจายได้ ดังนั้น มันก็ต้องใช้เหมือนกันทั้งหมด
“ส่วนคนจะไปชุมนุม ผมก็ไม่ได้ห้าม แต่ผมกลัวว่าจะไปอยู่ในจุดที่คนอยู่เยอะแล้วเสี่ยงจะติดเชื้อโควิด หากเป็นเช่นนั้นจะทำอย่างไร หรือหากว่าท่านไม่กลัวก็แล้วแต่ ผมไม่ได้ขู่เพราะตัดสินใจกันได้เอง แต่ทำอะไรก็ขอให้เข้าใจตัวบทกฎหมายด้วย” พล.อ.ประยุทธ์ กล่าว
อาบ อบ นวด ห้ามค้าประเวณี “อย่าฝืน” นายกฯ เป็นห่วง
พล.อ.ประยุทธ์ กล่าวถึงประเด็นที่รัฐบาลผ่อนปรนให้ธุรกิจหลายอย่างในเฟส 5 ไปแล้ว และหนึ่งในนั้นมีอาบ อบ นวด รวมอยู่ด้วย โดยกล่าวถึงเรื่องนี้ว่า การเปิดอาบ อบ นวด รัฐบาลก็พิจารณาว่าจะสร้างความสมดุลทางเศรษฐกิจ และธุรกิจของพวกเขาได้อย่างไร ผลก็มาเป็นรูปแบบมาตรการต่างๆ ที่ให้ไปปฏิบัติตามหากจะเปิดให้บริการประชาชน แต่คำถามที่ว่า “ห้ามค้าประเวณี มันจะทำได้จริงหรือ?” เรื่องนี้ก็คงต้องเข้าไปตรวจ คนไปเที่ยวก็ต้องระวังด้วยเช่นกัน
“จะค้าหรือไม่ค้าประเวณี ในอาบอบนวด เราก็จะส่งเจ้าหน้าที่เข้าไปตรวจ คนไปเที่ยวก็ต้องระวังด้วยแล้วกัน รู้กฎหมายกันดีอยู่แล้วนะว่าห้ามค้าประเวณี ถ้าเข้าไปเจอก็ต้องจับ แต่ทั้งนี้ ขอให้มั่นใจเรื่องโรค มาตรการป้องกัน รับมือ หากเราไม่พร้อมเราไม่ผ่อนปรนให้ ก็ขอให้ทุกคนปฏิบัติตามเงื่อนไข ตามกฎหมาย นายกฯ เป็นห่วงนะ” พล.อ.ประยุทธ์ กล่าว
เตรียมลุยงบ’ 64 ปรับเกณฑ์ใหม่กระทรวง เสนอโครงการขอใช้เงิน เดือนละครั้ง “พอ”
พล.อ.ประยุทธ์ กล่าวถึงประเด็นร่างพระราชบัญญัติงบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2564 ที่จะใช้วงเงินกันทั้งหมดราว 3.3 ล้านบาทในปีงบประมาณหน้าที่กำลังจะถึงในอีกไม่กี่เดือนว่า มีความพร้อมกับแผนการใช้เงินแล้ว ส่วนเรื่องในสภา ที่ต้องถกเรื่องนี้ก็อยากให้เข้าใจระบบงบประมาณด้วย จะได้พูดคุยกันได้รู้เรื่อง อีกทั้ง การพูดคุยกันในเรื่องนี้ก็ต้องให้เกียรติกัน เพราะรัฐบาลก็เป็นผู้รับผิดชอบทั้งหมด
นอกจากนี้ ในส่วนการใช้จ่ายเงินงบประมาณ ทั้งในขณะนี้และสำหรับอนาคต ก็ต้องให้เกิดการใช้เงินอย่างคุ้มค่า มีความประหยัด โปร่งใส เป็นไปตามกฎหมาย และที่สำคัญคือพร้อมให้ตรวจสอบ
“ผมสั่งการลงไปแบบนี้ ทุกอย่างต้องตรวจสอบได้ ภาครัฐ องค์กรอิสระก็ตรวจสอบอยู่ มีตัวอย่างให้เห็นบ้างแล้วว่าผิดจริง ผมก็เห็นใจ แต่กฎหมายก็คือกฎหมาย อีกทั้งผมไม่มีนโยบายที่จะช่วยให้ทุจริตด้วย” พล.อ.ประยุทธ์ กล่าว
พล.อ.ประยุทธ์ กล่าวอีกว่า ได้เสนอให้แต่ละหน่วยงาน แต่ละกระทรวง เสนอโครงการเพื่อของบประมาณไปแก้ปัญหาแบบรายเดือน มาวิเคราะห์กันทีละเดือน หากผลดำเนินการไม่ดีก็ให้ปรับใหม่ หากดีก็ให้เดินหน้าต่อ เพราะการใช้เงินในขณะนี้ต้องเกิดประโยชน์สูงสุด
SME ต้องตีทะเบียน เข้าถึงแหล่งเงินทุนได้ง่ายสุด
พล.อ.ประยุทธ์ กล่าวถึงการช่วยเหลือผู้ประกอบการ SME ที่ได้รับผลกระทบจากโควิด-19 โดยเฉพาะการอัดฉีดเม็ดเงินสินเชื่อเข้าระบบ ว่า ได้หารือว่าจะให้ สสว. มาช่วยได้อย่างไรบ้าง และให้บสย.มาช่วยค้ำประกันให้กับ SME ได้หรือไม่ เพราะหลายผู้ประกอบการเข้าไม่ถึงแหล่งเงินทุน สินเชื่อ แต่เรื่องนี้ต้องเข้าใจด้วยว่า SME ในบ้านเรายังไม่จดทะเบียนอย่างถูกต้องอีกเยอะ การไปยื่นขอสินเชื่อก็ต้องลำบากอยู่แล้ว เพราะธนาคารก็ไม่อยากปล่อยกู้ ก็ต้องเข้าใจเขาด้วยเพราะเงินที่ให้ไปคือเงินของประชาชน หากให้ไปแล้วเสี่ยงก็อาจจะไม่ปล่อยสินเชื่อ
“หลายคนอบอกว่า ธนาคารมีเงินเยอะนี่นา ปล่อยกู้ให้ SME บ้างสิ เขามีเงินเยอะเพราะเขาทำงานหนัก เขาก็เสี่ยงสูงเหมือนกัน ดังนั้น SME ผมอยากให้ไปทำตามขั้นตอน เพื่อให้เข้าถึงแหล่งเงินทุนให้ได้มากยิ่งขึ้น” พล.อ.ประยุทธ์ กล่าว
นายกฯ ยังระบุถึง ว่าได้เชิญสองห้างสรรพสินค้ายักษ์ใหญ่ในกรุงเทพมหานคร เข้ามาพูดคุยเพื่อขอให้เปิดพื้นที่ให้เกษตรกร นำสินค้า ผลิตภัณฑ์ของชุมชนมาวางขายและได้ผลตอบรับที่ดีกลับมา พร้อมชูว่านี่คือแนวคิดของแคมเปญ “รวมไทย สร้างชาติ”
รับรู้วิกฤติ “น้ำ” หาทางเจาะบาดาล
สำหรับสถานการณ์ภัยแล้งในประเทศไทย พล.อ.ประยุทธ์ กล่าวว่า ต้องจัดการทั้งระบบ และมีหลายหน่วยงานเกี่ยวข้องเข้ามาร่วมแก้ปัญหา ตอนนี้ต้องคิดว่าจะ “จูงน้ำ” ได้อย่างไร การจูงน้ำคือนำน้ำจากพื้นที่ที่มีน้ำมาก มาสู่พื้นที่ที่มีน้ำน้อย แต่รูปแบบนี้กำลังมีปัญหาเช่นกัน เพราะแหล่งน้ำบนดินในประเทศไทยก็วิกฤตหนัก ก็ต้องหาทางเอาน้ำจากใต้ดินขึ้นมาใช้ หรือการาเจาะบาดาล
“แต่ปัญหาคือตอนนี่เราเจาะบาดาลไปหาน้ำลึกมาก ๆ ลึกสุดที่เจาะกันไปคือถึง 130 เมตร จากนี้จะยิ่งลึกลงไปอีกเพราะน้ำมันหายาก และการสูบขึ้นมาใช้ก็ต้องใช้เวลา ใช้เครื่องมือ ใช้เงินอีกจำนวนไม่น้อย แต่เราก็ต้องทำ เพราะมันไม่มีน้ำ ยิ่งหน้าฝนยิ่งไปกันใหญ่ เพราะโลกร้อน ฝนไม่ตกตามฤดูกาล แต่รัฐบาลกำลังพยายามแก้ไขให้ทุกเรื่อง”
พล.อ.ประยุทธ์ ย้ำด้วยว่า ขณะนี้ปัญหาเรื่องน้ำ ถือเป็นเรื่องใหญ่ที่หนักหนาสาหัสกว่าเรื่องอื่นๆ เพราะประชาชนได้รับความเดือดร้อนโดยตรงทั้งประเทศ
“เรื่องน้ำมันหนักหนามาก หนักกว่าเรื่องอื่นๆ อีก ผมไม่อยากพูดนะว่าเรื่องอะไร” พล.อ.ประยุทธ์ กล่าว
เสนอแนวคิด “เที่ยววันธรรมดา” หนุน ขรก.ไปสัมมนาโรงแรม
พล.อ.ประยุทธ์ กล่าวถึงการฟื้นเศรษฐกิจจากโควิด-19 ว่า สั่งการไปแล้วว่าลองศึกษาแนวทางให้หน่วยงานราชการไปจัดการประชุม สัมมนา ที่โรงแรมในต่างจังหวัดด้วย เพื่อส่งเสริมให้กลุ่มโรงแรม ที่พักมีรายได้ แต่ทั้งนี้ก็ต้องมีมาตรการปลอดภัยจากโควิด-19 ด้วย
นอกจากนี้ ยังได้เสนอให้มีการ “เที่ยววันธรรมดา” และให้ทำงานในวันสุดสัปดาห์แทน เพราะหากให้คนไทยไปเที่ยวกันแต่วันหยุดคนก็จะแน่น และสุ่มเสี่ยงต่อการแพร่ระบาดของไวรัสโควิด-19
“นี่คือการเสนอสิ่งใหม่ เราก็ปรับใหม่ เพราะคิดแบบเดิมไม่ได้แล้ว ผมทำให้ดูเป็นตัวอย่างทุกคนทั้งประเทศก็ต้องคิดใหม่ ทำใหม่ สิ่งไหนมีปัญหาก็ต้องปรับความคิดใหม่” พล.อ.ประยุทธ์ กล่าวทิ้งท้าย
ข่าวอื่นที่น่าสนใจ
