ศบค.แจง 3 เหตุผลขยาย พ.ร.ก.ฉุกเฉิน ย้ำ! เพื่อความมั่นคงด้านสาธารณสุขเท่านั้น

ศบค.แจง 3 เหตุผลขยาย พ.ร.ก.ฉุกเฉิน ย้ำ! เพื่อความมั่นคงด้านสาธารณสุขเท่านั้น


โฆษก ศบค.ชี้แจง ขยาย พ.ร.ก.ฉุกเฉิน เพื่อความมั่นคงด้านสาธารณสุขเท่านั้น ย้ำ เพื่อรองรับผ่อนปรนระยะ 3-4 เมื่อกิจกรรม-กิจการความเสี่ยงสูงกลับมา แย้ม คุยความมั่นคง ลุ้นขยายเวลาเคอร์ฟิว

 

วันที่ 22 พ.ค.63 ณ ศูนย์บริหารสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (โควิด-19) (ศบค.) โถงกลาง ตึกสันติไมตรี ทำเนียบรัฐบาล นายแพทย์ทวีศิลป์ วิษณุโยธิน โฆษก ศบค. แถลงสถานการณ์ประจำวัน และมาตรการในการควบคุมสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (โควิด-19)

โดยตอนหนึ่ง นายแพทย์ทวีศิลป์ ได้กล่าวถึงเหตุผลของการขยาย พ.ร.ก.ฉุกเฉิน ระบุว่า เพื่อความมั่นคงด้านสาธารณสุขเท่านั้น ไม่มีการเมืองหรือเรื่องอื่นมาเกี่ยวข้อง มี 3 เหตุผล ได้แก่

1.ยังคงมีความจำเป็นและต้องมีการบังคับใช้ พ.ร.ก.ฉุกเฉิน

โดยการป้องกันการแพร่ระบาดในราชอาณาจักรของโรคโควิด-19 จะต้องสามารถดำเนินการต่อไปให้ได้อย่างมีเอกภาพ รวดเร็ว มีความต่อเนื่อง มีประสิทธิภาพ และมีมาตรฐานกลาง ในการปฏิบัติงานของเจ้าหน้าที่

ต้องมีการประกอบกฎหมาย 40 กฎหมายภายใต้ พ.ร.ก.ฉุกเฉิน จึงจะปฏิบัติงานตรงนี้ได้ ซึ่งเชื่อมโยงหลายเรื่องไม่ใช่แค่เรื่องสาธารณสุข แต่ยังรวมถึงการเดินทางเข้ามาจากต่างประเทศ การเคลื่อนย้ายพาหนะ การตรวจคนเข้าเมือง

2.การเตรียมการรองรับในระยะต่อไป

ประเทศไทยอยู่ระหว่างการกำหนดมาตรการผ่อนคลายในระยะที่ 3 และ 4 ซึ่งเป็นกิจกรรมและกิจการที่มีความเสี่ยงสูง จึงจำเป็นต้องมีมาตรการตามกฎหมายเพื่อกำกับการบริหารจัดการ เพื่อบริหารจัดการมาตรการผ่อนคลายอย่างให้เป็นระบบในเวลาที่เหมาะสม

ปัจจุบันตัวเลขผู้ติดเชื้อน้อยลง แต่เมื่อไรที่มีการผ่อนคลายในระยะ 3 และ 4 กิจกรรมที่มีความเสี่ยงสูงเริ่มเปิดให้บริการ การกำกับจะหย่อนลงจึงลำบาก เพราะพฤติกรรมความเสี่ยงสูงกลับมา จึงต้องสร้างความสมดุลให้เกิดขึ้น

3.สถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคยังคงไม่สิ้นสุด

หลายประเทศยังคงมีการแพร่ระบาดและมีจำนวนผู้ติดเชื้อในระดับสูง และเมื่อประเทศไทยได้จัดทำมาตรการผ่อนคลายครบทั้ง 4 ระยะแล้ว จำเป็นจะต้องมีระยะเวลาเพื่อเตรียมความพร้อมในการปิดประเทศ อาทิ มาตรการด้านกฎหมาย แผนปฏิบัติในการบริหารวิกฤตการเพื่อรองรับกับความเสี่ยงที่อาจมีการกลับมาแพร่ระบาดของโรค

 

 

นอกจากนี้ นายแพทย์ทวีศิลป์ ระบุด้วยว่า ได้มีการหารือกับผู้บัญชาการทหารสูงสุด ถึงการปรับลดเวลาดังกล่าวในมาตรการผ่อนคลายระยะที่ 3 ว่า มีโอกาสที่ ศบค. จะลดช่วงเวลาเคอร์ฟิวลง ทั้งนี้ ขึ้นอยู่กับความร่วมมือของประชาชนส่วนใหญ่

หากไม่มีการชุมนุมหรือมั่วสุมในทางที่ไม่ดี ออกนอกเคหสถานไปเพื่อการค้า การขนส่ง จำนวนผู้ติดเชื้อลดลง ก็ไม่มีความจำเป็นที่จะต้องควบคุมต่อ ซึ่งข้อสรุปว่าจะเป็นเวลาใด อย่างไร ต้องรอเข้าประชุม ศบค. ในครั้งต่อไป

โฆษก ศบค. กล่าวถึงกิจการหรือกิจกรรมที่จะได้รับการผ่อนปรนในระยะที่ 3 ว่าในการประชุม ศบค. วันนี้ ไม่ได้มีการกล่าวถึง ยังคงใช้หลักการเดิมอยู่ โดยใช้เกณฑ์เรื่องของความเสี่ยงด้านสาธารณสุขเป็นหลัก การพิจารณากิจการหรือกิจกรรมที่จะได้รับการผ่อนคลายในระยะที่ 3 มีความสำคัญจำเป็น ต้องไปช่วยกันคิดในแต่ละประเด็นให้ถี่ถ้วน ตอนนี้จึงยังไม่สามารถบอกได้

สุดท้าย โฆษก ศบค. ยังได้กล่าวถึงกรณีหากมีการผ่อนปรนสถานบันเทิงในระยะที่ 4 โดยแนะนำให้ผู้ประกอบกิจการดังกล่าวจัดเตรียมความพร้อมสำหรับการดำเนินกิจการโดยใช้มาตรการหลักทั้ง 5 ข้อ เช่นเดียวกันกับระยะอื่น ๆ

นอกจากนี้ผู้ประกอบการยังสามารถกำหนดมาตรการเสริมต่างๆ ที่เป็นนวัตกรรมที่มีความเหมาะสม และเชื่อมโยงกับกิจการดังกล่าวเพื่อให้เกิดความปลอดภัยแก่ผู้ที่จะเข้าใช้บริการในอนาคต โดยสามารถศึกษาได้จากสถานการณ์ที่เกิดขึ้นก่อนหน้านี้ ขณะเดียวกันให้ผู้ประกอบการปฏิบัติตามมาตรการของกระทรวงสาธารณสุขที่จะออกมาในรูปแบบของคู่มืออย่างเคร่งครัดด้วย

 

ข่าวอื่นที่น่าสนใจ

“บิ๊กตู่” เคาะ ต่ออายุเคอร์ฟิวเพิ่ม 1 เดือน แย้มเปิดโรงเรียนประจำวันที่ 1 มิ.ย.นี้

“บรรยิน” กับพวก ปฏิเสธอุ้มฆ่าพี่ชายผู้พิพากษา ศาลสั่งพิจารณาลับ มิ.ย.นี้