จาก ‘ถวิล’ถึง’อัษฎางค์’ กระหน่ำ ‘พล.ท.พงศกร’ ถอดเครื่องแบบใช้บ้านหลวง ‘กี่ปีแน่’

จาก ‘ถวิล’ถึง’อัษฎางค์’ กระหน่ำ ‘พล.ท.พงศกร’ ถอดเครื่องแบบใช้บ้านหลวง ‘กี่ปีแน่’


เป็นเรื่องราวใหญ่โตขึ้นมาในบัดดล จากเป้าหมายของ “อนาคตใหม่” ที่ถือธงจะปฏิรูปกองทัพ แต่ผลร้ายล่าสุดก็กลายเป็นเรื่องนี้เอง ที่เสมือนหอกหันมาทิ่มตัวเอง

เพราะ “พล.ท.พงศกร รอดชมภู” รองหัวหน้าพรรคอนาคตใหม่ ออกมาประกาศยอมรับว่าตัวเองอยู่บ้านพักทหารมาแล้ว 4 ปีแม้จะเกษียณไป เกมที่พล.ท.พงศกรยึดเอาเป็นแนวทางแก้คือออกมายอมรับ และขอลาออกจากตำแหน่งกรรมการบริหารพรรคอนาคตใหม่ เพราะมันดันไปขัดกับนโยบายของพรรคการเมืองที่ตัวเองสังกัดอยู่

แต่มันไม่เพียงพอแน่นอนบนสนามการเมืองของไทย ที่เมื่อคนพลาดก็อาจจะมีการซ้ำเติมให้แดดิ้นเข้าไปอีก

การ “เช็ค” ย้อนหลังจึงเกิดขึ้นกับหลายคนที่สนใจประเด็นนี้ และคอการเมืองทั้งอดีตบิ๊กข้าราชการของไทย และนักวิชาการ ทั้ง “ถวิล เปลี่ยนศรี” อดีตเลขาธิการสภาความมั่นคงแห่งชาติ (สมช.) และ “อัษฎางค์ ยมนาค” นักประวัติศาสตร์ที่มักจะขอวิพากษ์ถึงประเด็นการเมืองอย่างแสบๆ คันๆ บ่อยครั้งมากขึ้นในระยะหลัง ก็ไม่พลาดที่จะแชร์ความคิดเห็นของตัวเองผ่านเฟซบุ๊กส่วนตัว

ถวิล โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊กส่วนตัวเมื่อ กลางดึกวันที่ 17 กุมภาพันธ์ 2563 ที่ผ่านมา ถึงประเด็นนี้ ระบุว่า

“ผมเห็นข่าว พลโท พงศกร รอดชมภู รองหัวหน้าพรรคอนาคตใหม่ ยังคงใช้บ้านพักทหาร แม้ว่าจะเกษียณอายุราชการมาแล้ว 4 ปี ( เกษียณ ปี 2559 ) จนขณะนี้ ซึ่งขัดกับนโยบายของพรรคตัวเอง ที่รณรงค์เรื่องนายทหารที่พ้นราชการแล้ว ไม่ควรมีสิทธิ์ใช้บ้านพักทหารอีก จนเจ้าตัวประกาศจะย้ายออกจากบ้านพักทหาร รวมทั้งประกาศรับผิดชอบ จะลาออกจากตำแหน่งรองหัวหน้าพรรคอนาคตใหม่

ผมก็ไม่อยากวิพากษ์วิจารณ์อะไรเพิ่มเติมอีกนะครับ เพราะมันก็ชัด และรู้แก่ใจดีอยู่แล้ว ว่าอะไรควรไม่ควร หรือว่าแต่เขาอิเหนาเป็นเองหรือไม่ เพียงแต่อยากให้ข้อมูลที่ถูกต้อง ชัดเจนเท่านั้น ในฐานะอดีตผู้บังคับบัญชาของคุณพงศกรอยู่ระยะหนึ่ง เพราะเมื่อตอนผมกลับมารับตำแหน่งเลขาธิการ สมช.อีกครั้ง. เมือเดือนเมษายน 2557 หลังจากถูกนายกฯยิ่งลักษณ์ ชินวัตร ย้ายพ้นตำแหน่งไปก่อนหน้านั้นเสีย 2 ปี 7 เดือน ก็พบว่าคุณพงศกร แกเป็นรองเลขาธิการ อยู่ที่ สมช.แล้ว

ก็อยากจะบอกว่า

1. ที่คุณพงศกรฯโอนย้ายมาเป็นรองเลขาธิการ สมช. นั้น. ผมไม่ได้ขอตัวมา แต่แกมาในสมัย เลขาธิการ สมช. ชื่อ พลโทภราดร พัฒนถาบุตร เมื่อปี 2555 สมัยรัฐบาลคุณยิ่งลักษณ์ฯครับ

2. เมื่อมาเป็นรองเลขาธิการ สมช.นั้น คุณพงศกรฯ เป็นข้าราชการพลเรือนสามัญแล้ว เพราะตำแหน่งนี้ เป็นข้าราชการพลเรือน ดังนั้น. คุณพงศกรฯจึงพ้นราชการทหาร มาตั้งแต่ ปี 2555 ไม่ใช่เมื่อตอนแกเกษียณปี 2559

ส่วนจะอยู่บ้านพักทหาร เมื่อพ้นราชการทหารมาแล้วกี่ปี ก็นับเอาเถอะ ครับ!!”

นั่นคือประเด็นที่ถวิล ทิ้งเอาไว้ให้สังคมการเมืองได้วิเคราะห์กัน และน่าจะเป็นการพุ่งเป้าให้เห็นภาพว่าจริงๆ แล้ว พล.ท.พงศกร อยู่บ้านพักหลวงมาแล้วกี่ปี่ นับตั้งแต่ที่พ้นตำแหน่งทางการทหาร ก่อนมาสู่ตำแหน่งข้าราชการทางพลเรือน

กับอีกหนึ่งคนที่ออกมาวิพาษ์คือ “อัษฎางค์ ยมนาค” ที่เขียนข้อความผ่านเฟซบุ๊กส่วนตัวด้วยเช่นกัน ระบุถึงประเด็นของพล.ท.พงศกรอย่างชัดเจน เขาให้ภาพที่อ้างว่า จริงๆ แล้ว พล.ท.พงศกร อยู่บ้านพักทหารมาแล้วถึง 7 ปี หาใช่แค่ระยะเวลา 4 ปีอย่างที่บิ๊กอนาคตใหม่ผู้นี้ฉายต่อสาธารณชน

“โป๊ะแตกอีก

สมาชิกอนาคตใหม่ที่ชอบจับผิดและโจมตีชาวบ้าน ความจริงล้วนโป๊ะแตกซ้ำแล้วซ้ำอีกเสมอ

หลังจากธนาธร หัวหน้าพรรคอนาคตใหม่ประกาศกร้าวว่า“วันนี้ยังมีนายทหารเกษียณแล้ว ที่ยังใช้สวัสดิการบ้านพักอยู่เท่าไหร่ อยู่กี่คน เปิดชื่อให้ดูหน่อย”

พลโท พงศกร อดีตนายทหารแตกแถว รองหัวหน้าพรรคก็ออกมาให้สัมภาษณ์ว่าตนเอง คือนายทหารเกษียณแล้ว ที่ยังใช้สวัสดิการบ้านพักมา 4 ปีนับตั้งแต่เกษียณ

ซึ่งความจริงข้อนี้ พรรคอนาคตใหม่อาจไม่เคยรู้ ทำให้สิ่งที่ธนาธรประกาศกร้าวเพื่อหวังจะเล่นงานกองทัพ เล่นงานรัฐบาล แต่มันกลับมาเล่นงานรองหัวหน้าพรรคของตัวเอง และกลายเป็นกลับมาเล่นงานตัวเอง

แต่…แต่เรื่องโป๊ะแตก ยังไม่ได้จบลงเพียงแค่นั้น
เพราะความจริงที่เหล่าสมาชิกอนาคตใหม่เปิดเผย มักจะยังเปิดออกมาไม่หมด

ความจริงที่เหลือคือ….

พลโท พงศกร รอดชมภู พ้นจากกองทัพตั้งแต่ปี 2556 หรือเมื่อ 7 ปีที่แล้ว ไม่ใช่แค่ 4 ปีที่ใช้สวัสดิการกองทัพ พักอยู่บ้านหลวง ตามที่ให้สัมภาษณ์สื่อแต่อย่างใด

แต่เป็นเวลา 7 ปีแล้ว ที่ไม่ได้เป็นทหาร

………………………………………………………………….
ตามหลักฐานในส่วนราชการเจ้าของเรื่อง นร08
วันที่มีมติ 15/10/2556

เรื่อง การแต่งตั้งข้าราชการให้ดำรงตำแหน่งรองเลขาธิการสภาความมั่นคงแห่งชาติ (พลโท พงศกร รอดชมภู และนายพรชาต บุนนาค)

ข้อ ๒. รับโอนพลโท พงศกร รอดชมภู ข้าราชการทหาร ตำแหน่งผู้ทรงคุณวุฒิพิเศษ กองบัญชาการกองทัพไทย กระทรวงกลาโหม

มาบรรจุเป็น”ข้าราชการพลเรือนสามัญ” และแต่งตั้งให้ดำรงตำแหน่ง รองเลขาธิการสภาความมั่นคงแห่งชาติ สำนักงานสภาความมั่นคงแห่งชาติ

ทั้งนี้ ตั้งแต่วันที่ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ แต่งตั้งเป็นต้นไป

………………………………………………………………….
ปี 2556 ย้ายจากข้าราชการทหารไปเป็นข้าราชการพลเรือนสามัญ ในดำรงตำแหน่ง รองเลขาธิการ สมช.

แล้วต่อมาในปี 2558 คสช.ได้ใช้มาตรา 44 โยก พล.ท.พงศกร จากรองเลขาธิการ สมช. ไปเข้ากรุ ในตำแหน่งที่ปรึกษานายกรัฐมนตรี ฝ่ายข้าราชการประจำ จนเกษียณอายุราชการ

ระหว่างนั้น พล.ท.พงศกร ได้เขียนบทความวิพากษ์วิจารณ์รัฐบาลอย่างดุเดือด จนกระทั่งนายปิยบุตร โทรศัพท์ไปชวนร่วมจัดตั้งพรรคอนาคตใหม่

………………………………………………………………….
และนี่คืออีกหนึ่งตัวอย่างว่า หัวหน้าพรรคและพรรคอนาคตใหม่ ทำอะไรไม่เคยรอบคอบ หลักฐานเชื่อถือได้ครึ่งๆ กลางๆ เสมอ

ถึงได้มีเหตุการณ์ขึ้นโรงขึ้นศาล ทั้งคดีหุ้นสื่อ ยันคดีกู้เงินหัวหน้าพรรค

เพราะเขาและพวกเขา ไม่เคยรอบคอบ ทำไปโดยไม่รู้ว่าทำผิด แต่เมื่อรู้ว่าทำผิด ก็ไม่เคยยอมรับว่าผิด ไม่เคยยอมรับว่าตนเองไม่รอบคอบ

………………………………………………………………….
หมายเหตุ“หลักฐานข้างล่างนี้ถูกเผยแพร่อยู่ในเวปไซต์ของสำนักงานเลขาธิการคณะรัฐมนตรี แต่จะเป็นจริงหรือไม่อย่างไร รอผู้มีอำนาจตรวจสอบหรือเจ้าตัวยืนยันอีกที ผมมิอาจยืนยันความถูกต้อง”

 

ข่าวอื่นที่น่าสนใจ