รองเลขาฯ ‘เพื่อไทย’ท้า”หมอเหรียญทอง”ยกเลิกรับคนป่วย “บัตรทอง” รพ.มงกุฏวัฒนะ

รองเลขาฯ ‘เพื่อไทย’ท้า”หมอเหรียญทอง”ยกเลิกรับคนป่วย “บัตรทอง” รพ.มงกุฏวัฒนะ


“ลูกป๋าเหนาะ”อัด”หมอเหรียญทอง” แน่จริงประกาศเลิกรับสิทธิ์บัตรทอง ปมอคติ “ไม่ต้อนรับคนเห็นต่างทางการเมือง” ชี้อย่าเอาเรื่องส่วนตัวมาปนเรื่องงาน

วันที่ 15 มกราคม 2563 – นายสุรชาติ เทียนทอง บุตรชายนายเสนาะ เทียนทอง อดีตนักการเมืองชื่อดัง ในฐานะรองเลขาธิการพรรคเพื่อไทย เขียนข้อความผ่านเฟซบุ๊กส่วนตัวชื่อ “สุรชาติ เทียนทอง” ระบุถึงประเด็นที่ พล.ต.นพ.เหรียญทอง แน่นหนา ผู้บริหารโรงพยาบาลมงกุฏวัฒนะ ระบุว่าจะตรวจสอบบุคลากรที่มาสมัครงานของโรงพยาบาล จะต้องมีจุดยืนทางการเมืองที่ตรงกัน และจะไม่รับใครที่มีอุดมการณ์ทางการเมืองแตกต่างกับตัวเอง รวมไปถึงคู่ค้าของโรงพยาบาลพระมงกุฏเองก็เช่นกัน โดยนายสุรชาติ เขียนข้อความว่า พล.ต.นพ.เหรียญทอง กำลังเอาจุดยืนทางการเมืองของตัวเอง ที่เป็นเรื่องส่วนตัวมาคาบเกี่ยวกับการทำงาน และหวั่นว่าจะเป็นการล้ำเส้นไม่รักษากับประชาชนที่มีแนวคิดทางการเมืองแตกต่างจากพล.ต.นพ.เหรียญทอง

“ผมขอแสดงความเห็นในฐานะที่อยู่ใกล้ชิดกับประชาชนในเขตหลักสี่ ซึ่งเป็นที่ตั้งของโรงพยาบาลของคุณหมอครับ ผมไม่เคยรู้จักคุณหมอเป็นการส่วนตัว แต่ก็ได้ยินได้อ่านสิ่งต่างๆ ที่คุณหมอได้แสดงจุดยืน และความคิดเห็นทางการเมืองอยู่บ้าง หลายครั้งที่คุณหมอได้นำเอาจุดยืนส่วนตัวมาใช้เป็นจุดยืนขององค์กร ทั้งเรื่องที่จะไม่ค้าขายกับคนที่มีความคิดต่างทางการเมือง หรือประกาศไล่และประกาศไม่รับบุคคลากรที่มีความเชื่อที่ต่างเข้ารับทำงาน ผมรู้สึกไม่เห็นด้วย และไม่สบายใจมาตลอด แต่ก็ไม่เคยจะออกมาพูดอะไร เพราะคิดว่ามันเป็นเรื่องภายในองค์กร และเชื่อว่าคุณหมอคงมีจรรยาบรรณทางการแพทย์ และจิตสำนึกพอ ที่จะไม่ล้ำเส้นมาถึงประชาชนผู้เข้ารับการรักษา ทั้งกรณีส่วนตัว และผู้ใช้สิทธิ์บัตรทอง ซึ่งเขาเหล่านั้นมาใช้บริการตามสิทธิที่ประชาชนผู้เสียภาษีพึงมีตามนโยบายสวัสดิการของรัฐ ในเมื่อรพ.ของคุณหมอเข้าร่วมโครงการฯ รพ.ก็มีหน้าที่ที่จะต้องให้บริการทางการแพทย์กับประชาชนที่มีสิทธิ์ทุกคนอย่างเท่าเทียม

ผมว่าคุณหมอรู้ดีว่า คนในเขตหลักสี่ส่วนใหญ่มีสิทธิ์บัตรทองอยู่ที่ รพ.ของคุณหมอ และเกินกว่าครึ่งของคนที่ไปใช้สิทธิ์ก็เป็นพวกควายแดง และส้มเน่า ตามคำนิยามของคุณหมอ ซึ่งเขาไม่มีสิทธิ์เลือก เพราะหน่วยงานที่กำกับโครงการฯ เป็นผู้กำหนด ดังนั้น ตราบใดที่รพ.นี้ยังร่วมอยู่ในโครงการฯ คุณหมอไม่มีสิทธิ์ที่จะใช้ความจำเป็นของประชาชนมากดดัน หรือไล่ให้เขาไปย้ายสิทธิ์ของเขา เพียงเพราะเขามีจุดยืนทางการเมืองที่ต่างจากคุณหมอ ถ้าคุณหมอจะไม่ต้องการต้อนรับคนเหล่านี้จริง ไม่ต้องไล่ให้เขาไปย้ายสิทธิ์ของเขา คุณหมอก็แค่แจ้งยกเลิกการร่วมโครงการฯ และขึ้นป้ายใหญ่ๆ ว่าต้อนรับใครไม่ต้อนรับใครบ้าง และกระทรวงสาธารณสุขก็มีหน้าที่ ที่จะหา รพ.ใหม่ที่มีคุณภาพทัดเทียม และอยู่ใกล้ที่สุด เพื่อรองรับสิทธิ์ของประชาชน

ผมอยากจะบอกว่า ผมเข้าใจและเคารพจุดยืนทางการเมืองของคุณหมอ คุณหมอจะเกลียดหรือด่าพวกผมที่เป็นนักการเมืองยังไงก็ได้เป็นสิทธิ์ครับ แต่คุณหมอไม่มีสิทธิ์จะไปล้ำเส้นถึงประชาชนทั่วไป โดยเฉพาะคนที่เขามีสิทธิ์อันชอบธรรมที่จะต้องใช้บริการ รพ.ของคุณหมอตามกฎหมาย ผมว่าการตอบสนองต่อปัญหาของคุณหมอมันเป็นเรื่องง่ายมากในสังคมของการใช้อคติ ใครคิดไม่เหมือนเราหรือเราไม่ชอบใคร เราก็แค่มองคนๆ นั้นเป็นศัตรู แล้วก็ประกาศแตกหักกัน

ผมอยากให้คุณหมอเปิดใจหน่อยครับ คุณหมอมีทั้งวัยวุฒิ และคุณวุฒิทางสังคมที่ดี ผมเชื่อว่าคุณหมอสามารถแยกแยะได้ ผมโตมาในสังคมที่เพื่อนกว่า 90% มีจุดยืนทางการเมืองไม่เหมือนผม แต่เราก็เคารพในสิทธิทางความเชื่อของกันและกัน แม้กระทั่งในเขตหลักสี่เองสิบกว่าปีที่ผ่านมาผมก็พยายามอยู่ร่วมกับคนที่คิดเหมือนและคิดต่างมาตลอด เรามีหน้าที่ทำงานรับใช้ดูแลเขาอย่างเท่าเทียมเราก็ทำไป เขาจะเลือกเราหรือไม่เลือกเรา ก็เป็นสิทธิ์ของเขา แต่ที่สำคัญที่สุดคือเราต้องอยู่ร่วมกันให้ได้ เราต้องไม่มองคนที่คิดไม่เหมือนเราเป็นศัตรู

สุดท้าย ผมจะเรียนคุณหมอว่า ช่วงกว่าสิบปีมานี้ผมเป็นคนนึง (หรือควายแดงตัวนึง) ที่เข้าออก รพ.ของคุณหมอเป็นประจำ ไม่ใช่ไปเพื่อใช้บริการแต่ไปเยี่ยมลูกบ้านของผมซึ่งมีทั้งควายแดง ทั้งส้มเน่า และคนที่มีความคิดเหมือนกับคุณหมอ ผมขอยืนยันแทนโรงพยาบาลฯได้ว่าทางบุคลากรของ รพ.มงกุฏวัฒนะ ไม่เคยแบ่งแยกคนไข้ และให้บริการที่ดีกับทุกคนอย่างเท่าเทียม ดังนั้น อย่าเอาอคติทางการเมืองส่วนตัวของคุณหมอคนเดียวมาใช้เป็นมาตรฐานขององค์กรเลยครับ เรื่องนี้คุณหมอไม่ต้องใช้เมตตาหรอกครับ แค่ใช้หลักการการอยู่ร่วมกัน และเคารพสิทธิของกันและกันก็พอ เราก็จะสามารถอยู่ร่วมกันได้ และตราบใดที่ลูกบ้านผมยังต้องไปใช้สิทธิ์รักษาที่ รพ.นี้ ผมก็จะใช้สิทธิอันชอบธรรมไปเยี่ยมพวกเขาและผมยืนยันว่าจะไปโดยปราศจากอคติใดๆ ครับ”

ข่าวอื่นที่น่าสนใจ

“หมอเหรียญทอง” กร้าว ไม่ร่วมงาน “คนรุ่นใหม่สามานย์”