“บุญทรง”และพวกรอลุ้นคำตัดสินอุทธรณ์คดีข้าวจีทูจี

“บุญทรง”และพวกรอลุ้นคำตัดสินอุทธรณ์คดีข้าวจีทูจี


“บุญทรง” พร้อมพวกออกฟังคำพิพากษาขั้นอุทธรณ์ของศาลฎีกาแผนกคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมืองกรณีการทุจริตโครงการข้าวจีทูจี

วันนี้ ( 6 ก.ย.62) เวลา 11.00 น. ศาลฎีกาแผนกคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง นัดฟังคำพิพากษาชั้นวินิจฉัยอุทธรณ์คดีทุจริตโครงการระบายข้าวแบบรัฐต่อรัฐ หรือจีทูจี ซึ่งมีนักการเมืองและข้าราชการถูกตัดสินจำคุก

เช้านี้ได้มีการเบิกตัวนายบุญทรง เตริยาภิรมย์ อดีตรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ หนึ่งในจำเลยคดีทุจริตโครงการระบายข้าวแบบรัฐต่อรัฐ ออกจากเรือนจำ เพื่อเตรียมพร้อมพูดคุยกับ นายนรินทร์ สมนึก ทนายความของนายบุญทรง โดยหวังจะได้รับความเมตตาจากศาล ท่ามกลางนักการเมือง ตลอดจนญาติสนิทในครอบครัว โดย 2-3 วันมานี้ นายบุญทรงอยู่ในภาวะเครียด

นอกจากนี้ยังมีทนายความของกลุ่มข้าราชการกรมการค้าต่างประเทศ และสำนักการค้าข้าวต่างประเทศ จำเลยร่วมคดีดังกล่าว ได้ยื่นอุทธรณ์ทั้งประเด็นข้อเท็จจริงและข้อกฎหมายด้วยเช่นกัน ซึ่งจำเลยยืนยันการปฏิบัติหน้าที่เป็นไปตามกฎหมาย ขอให้คณะผู้พิพากษาวินิจฉัยอุทธรณ์ พิพากษายกฟ้อง หรือลงโทษสถานเบา หรือรอการลงโทษ ตามขั้นตอนแนวทางการพิจารณาคดีอย่างเหมาะสมและเป็นธรรม

สำหรับคดีทุจริตข้าวจีทูจี เป็นหนึ่งในโครงการในยุครัฐบาลยิ่งลักษณ์ ชินวัตร ที่ต้องการแก้ไขปัญหาสต๊อกข้าวล้นคลัง โดยมีกลุ่มนักการเมืองที่เป็นรัฐมนตรี และกลุ่มข้าราชการ รวมทั้งเอกชนประกอบกิจการโรงสีข้าว รวม 28 ราย ร่วมกันทุจริตโดยเมื่อวันที่ 25 ส.ค. 2560 องค์คณะศาลฎีกาฯ ไต่สวนแล้วเห็นว่าข้อตกลงตามสัญญาให้ขายข้าวแก่บริษัท กว่างตง จำกัด และบริษัทไห่หนาน จำกัด ที่อ้างว่าเป็นผู้แทนจากประเทศจีน 4 ฉบับ มีข้อพิรุธหลายประการ

โดยบริษัทเอกชนที่อ้างว่าเป็นผู้แทนจากจีนนั้น ก็ไม่ได้รับมอบหมายจากรัฐบาลจีน เป็นรัฐวิสาหกิจจีนจริงเท่านั้น พฤติการณ์จึงจงใจปล่อยปละละเลย ซ่อนเร้นอำพรางปิดบังความจริงเกี่ยวกับสัญญาการซื้อขายข้าว เพื่อเอื้อประโยชน์เปิดช่องทางให้มีข้าวกลับมาหมุนเวียนขายในประเทศ ไม่ได้เป็นการทำการซื้อขายรัฐต่อรัฐ จึงพิพากษาให้จำคุก นายภูมิ สาระผล อดีต รมช. พาณิชย์ จำเลยที่ 1 รวม 2 กระทง จำคุกรวม 36 ปี ตาม พ.ร.บ. ว่าด้วยการกระทำ ความผิดเกี่ยวกับการเสนอราคา (ฮั้วประมูล) มาตรา 12 ซึ่งเป็นบทหนักสุด นายบุญทรง จำเลยที่ 2 ให้จำคุกรวม 3 กระทง 42 ปี ตาม พ.ร.บ. ฮั้วประมูล มาตรา 12 และประมวลกฎหมายอาญามาตรา 151 นายมนัส สร้อยพลอย อดีตอธิบดีกรมการค้าต่างประเทศ จำเลย 4 เป็นเวลา 40 ปี นายทิฆัมพ นาทวรทัต อดีตรองอธิบดีกรมการค้าต่างประเทศ จำเลยที่ 5 เป็นเวลา 32 ปี นายอัครพงศ์ ช่วยเกลี้ยงหรือทีปวัชระ อดีต ผอ.สำนักการค้าข้าวต่างประเทศ จำเลยที่ 6 เป็นเวลา 24 ปี

นายอภิชาต หรือเสี่ยเปี๋ยง จันทร์สกุลพร นักธุรกิจค้าข้าวคนสำคัญ จำเลยที่ 14 จำคุก 48 ปี นายนิมล หรือโจ รักดี คนสนิท เสี่ยเปี๋ยง จำเลยที่ 15 จำคุก 32 ปี ฐานร่วมกันสนับสนุนเจ้าหน้าที่กระทำผิด พ.ร.บ. ฮั้วประมูล ให้ปรับ บจก.สยามอินดิก้า จำเลยที่ 10 รวม 4 กระทงเป็นเงิน 1 ล้านบาท และให้ บจก.สยาม อินดิก้า, เสี่ยเปี๋ยง และ นายนิมล ร่วมกันชดใช้กระทรวงการคลัง 16,912,128,273.66 บาท พร้อมดอกเบี้ยร้อยละ 7.5 นับแต่วันที่รับมอบข้าวตามสัญญาแต่ละฉบับ

ส่วนจำเลยที่ 7,8,9,11,12 ให้จำคุกคนละ 8-16 ปี ฐานสนับสนุนทำผิด พ.ร.บ. ฮั้วประมูล กับให้จำคุก จำเลยที่ 13,17,18 เป็นเวลา 4 ปี ฐานสนับสนุนทำผิดตาม ป.อาญา มาตรา 151 และ พ.ร.บ. ป้องกันและปราบปรามการทุจริตฯ มาตรา 123/1

สั่งปรับบจก.กีธา พร็อพเพอร์ตี้ จำเลยที่ 20 จำนวน 25,000 บาท และน.ส.ธันยพร จันทร์สกุลพร ลูกสาวเสี่ยเปี๋ยง จำเลยที่ 21 (ไม่มาศาลวันอ่านคำพิพากษา) จำนวน 40,000 บาท ฐานสนับสนุนทำผิดตาม ป.อาญา มาตรา 151 และ พ.ร.บ. ป้องกันและปราบปรามการทุจริตฯ มาตรา 123/1 รวมทั้งให้ทั้งสองร่วมกันชดใช้ค่าเสียหายด้วยจำนวน 1,294,109,764.80 บาท

โดยให้ยกฟ้อง นายสมยศ คุณจักร จำเลยที่ 19 ซึ่งเป็นสามีของญาตินายอภิชาต และกลุ่มโรงสีกับผู้บริหารโรงสี จำเลยที่ 22, 23, 24, 25, 26, 27, 28 เนื่องจากพยานหลักฐานที่ไต่สวนมา ยังไม่เพียงพอให้รับฟังว่าจำเลยทั้ง 8 เกี่ยวข้องกับการกระทำ

สำหรับ พ.ต.นพ.ดร.วีระวุฒิ หรือหมอโด่ง อดีตเลขานุการ รมว.พาณิชย์ จำเลยที่ 3 และนายสุธี เชื่อมไธสง คนสนิทของนายอภิชาติ จำเลยที่ 16 หลังจากศาลสั่งจำหน่ายคดีชั่วคราวไปเพราะจำเลยหนีคดี ต่อมามี พ.ร.ป. ว่าด้วยวิธีพิจารณาคดีอาญาของ ผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง (วิอม.) พ.ศ.2560 ออกมาบังคับใช้

โดยเมื่อวันที่ 28 พ.ค25.62 องค์คณะศาลฎีกาฯ มีคำพิพากษาว่าทั้งสองได้ร่วมกระทำผิดด้วย ให้จำคุก พ.ต.นพ.ดร.วีระวุฒิ จำเลยที่ 3 รวม 4 กระทงเป็นเวลา 72 ปี แต่เมื่อรวมโทษทุกกระทงความผิดแล้วให้จำคุกทั้งสิ้น 50 ปี และนายสุธี จำเลยที่ 16 จำคุก 4 กระทงเป็นเวลารวม 32 ปี และให้จำเลยที่ 16 ชดใช้ค่าเสียหายให้กับกระทรวงการคลังด้วย 16,912,128,273.66 บาท พร้อมดอกเบี้ยร้อยละ 7.5 ต่อปี นับจากวันทำสัญญา

ขอบคุณภาพจากเว็บไซต์ข่าว workpointnews

ข่าวอื่นที่น่าสนใจ
“บุญทรง”ผ่าตัดกระดูกต้นคอเสื่อมผ่านไปได้ด้วยดี