จากกรณีนายสิระ เจนจาคะ ส.ส.พรรคพลังประชารัฐปะทะคารมกับรองผู้กำกับการ สภ.กระรน จ.ภูเก็ต โดยอ้างว่าตำรวจไม่มาดูแลอารักขารักษาความปลอดภัยนั้น

ล่าสุด นายศรีสุวรรณ จรรยา เลขาธิการสมาคมองค์การพิทักษ์รัฐธรรมนูญไทย ได้เดินทางมายื่นคำร้องเพื่อให้มีการไต่สวนนายสิระ ที่สำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.)
ทั้งนี้ นายศรีสุวรรณ กล่าวว่า การกระทำดังกล่าวของนายสิระ เป็นการใช้อำนาจที่ผิดเพราะอำนาจหน้าที่ของตำรวจตาม พรบ.ตำรวจแห่งชาติ พ.ศ.2547 ม.6(1) บัญญัติไว้ชัดเจนว่า ตำรวจมีอำนาจหน้าที่ คือ รักษาความปลอดภัยสำหรับองค์พระมหากษัตริย์ พระราชินี พระรัชทายาท ผู้สำเร็จราชการแทนพระองค์ พระบรมวงศานุวงศ์ ผู้แทนพระองค์ และพระราชอาคันตุกะเท่านั้น ไม่มีข้อความไหนที่บัญญัติให้มาทำหน้าที่อารักขา สส. ผู้ใดด้วยได้
นายศรีสุวรรณ ยังระบึต่อไปอีกว่า แต่หาก ส.ส. คิดว่าการไปทำงานแล้วไม่ปลอดภัย ถูกขู่ฆ่าหรือเป็นพยานในคดีอาญา ก็สามารถขอความคุ้มครองได้ตามระเบียบ สตช.ว่าด้วยการกำหนดแนวทางปฏิบัติคุ้มครองพยานในคดีอาญา พ.ศ.2548 แต่ถ้าไม่เป็นและคิดว่าไม่ปลอดภัย ต้องการตำรวจอารักขาก็ยังสามารถยื่นคำร้องต่อผู้บัญชาการภาคต่างๆ หรือสันติบาล ขอกำลังตำรวจอารักขาได้ ผบช.จะพิจารณาเหตุผลส่งตำรวจชั้นประทวนไปอารักขาไม่เกิน 2 คน ตามคำสั่ง สตช.ที่ 38 /2548 เรื่อง การให้ความคุ้มครองบุคคล
“ อย่าอ้างว่า ส.ส.มาทำเพื่อชาติ คนอื่นเขาก็ทำเพื่อชาติเช่นกัน ชาวนา ชาวไร่ พ่อค้า นักธุรกิจ ซึ่งสร้างประโยชน์ให้กับประเทศมากมายเขาทำเพื่อชาติเช่นกัน เขาไม่เห็นเรียกร้องให้ตำรวจตั้งขบวนดูแลตอนไปทำภารกิจของเขาเลย เพราะหากตามใจ ส.ส. มากเกินไปตำรวจก็อาจเข้าข่ายความผิดฐานปฏิบัติหรือละเว้นการปฏิบัติหน้าที่ราชการโดยมิชอบเพื่อให้ตนเองหรือผู้อื่นได้รับประโยชน์ที่มิควรได้ ตาม ม.79(1) ชอง พรบ.ตำรวจ 2547 ได้” นายศรีสุวรรณ กล่าว
เลขาธิการสมาคมองค์การพิทักษ์รัฐธรรมนูญไทย ได้กล่าวอีกว่า การแสดงออกและหรือการกระทำของ ส.ส.ดังกล่าวที่เรียกร้องให้ตำรวจต้องมาดูแลอารักขารักษาความปลอดภัยนั้น ถูกสังคมไทยวิพากษ์วิจารณ์ถึงความไม่เหมาะสมเป็นอย่างมาก และส่อที่จะขัดต่อรัฐธรรมนูญ ม.185 และอาจเข้าข่ายการรับประโยชน์อื่นใดในประการที่อาจทำให้กระทบกระเทือนต่อการปฏิบัติหน้าที่ และอาจเป็นการกระทำที่ก่อให้เกิดความเสื่อมเสียต่อเกียรติศักดิ์ของการดำรงตำแหน่ง ซึ่งเป็นข้อห้ามในมาตรฐานทางจริยธรรมโดยชัดแจ้ง
ด้วยเหตุดังกล่าว สมาคมองค์การพิทักษ์รัฐธรรมนูญไทย จึงจะนำความไปร้องเรียนต่อ ป.ป.ช.ให้ไต่สวนและมีความเห็นในเรื่องดังกล่าวตามรัฐธรรมนูญหรือกฎหมาย ป.ป.ช.เพื่อดำเนินการไต่สวน ชี้มูลความผิด ซึ่งตาม ม.101 (7) ของรัฐธรรมนูญ 2560 หากเข้าข่ายกระทำการต้องห้ามตาม ม.185 อาจมีความผิดเป็นเหตุให้ขาดจากความเป็น ส.ส. ได้
ข่าวอื่นที่น่าสนใจ
เลกเชอร์บทเรียน “สิระ” และ “ตำรวจ” กับปม “อารักขาท่านผู้ทรงเกียรติ”
