“สมคิด”ชี้รัฐบาลผสมไร้ปัญหาสานต่องาน เร่งลงทุนอย่าให้สะดุด

“สมคิด”ชี้รัฐบาลผสมไร้ปัญหาสานต่องาน เร่งลงทุนอย่าให้สะดุด


“สมคิด”เชื่อมั่นรัฐบาลใหม่สานต่องานไร้ปัญหาแม้เป็นรัฐบาลผสม ตั้งเป้าครึ่งปีหลังเศรษฐกิจไทยดีขึ้น เร่งการลงทุนอย่าให้สะดุด ชี้กระทรวงเกษตรเป็นกระทรวงใหญ่ มี 4 รมต. เหมาะสมแล้ว

เมื่อวันที่ 11 กรกฎาคม ที่ตึกบัญชาการ 1 ทำเนียบรัฐบาล นายสมคิด จาตุศรีพิทักษ์ รองนายกรัฐมนตรี กล่าวภายหลังมีพระบรมราชโองการโปรดเกล้าฯแต่งตั้งคณะรัฐมนตรี(ครม.) ชุดใหม่ ซึ่งนายสมคิดได้เป็นรองนายกรัฐมนตรีอีกครั้ง โดยได้กล่าวว่า ตนไม่คิดว่าตัวเองเป็นรองนายกฯด้านเศรษฐกิจ เพราะรองนายกฯมีหลายท่าน แต่ละท่านจะแบ่งเบางานกำกับคนละกระทรวง ก่อนรายงานตรงต่อนายกรัฐมนตรี จึงเป็นการประสานงานระหว่างผู้บริหารหลายคน คิดว่าไม่มีปัญหาอะไร โดยนโยบายของพรรคส่วนใหญ่ก็คล้ายๆ กัน

สิ่งที่ตนเองต้องการเห็นคือหนึ่งพยายามให้ประเทศไทยเข้มแข็ง มีความสามารถสูงในอนาคต สองคือต้องช่วยเหลือฐานรากให้มากขึ้น เหล่านี้เป็นสิ่งที่อยู่ในนโยบายของทุกพรรค เพียงแตกต่างกันในรายละเอียด ซึ่งขณะนี้ตัวแทนของแต่ละพรรคได้หารือกันอยู่แล้ว ไม่มีการเปลี่ยนแปลงอะไร เพราะนายกฯก็เป็นคนเดิม ดังนั้น ความไม่แน่นอนที่เกิดขึ้นในช่วง 2-3 เดือน ที่ผ่านมาก็ควรจะแน่นอนได้แล้ว อย่าไปกังวลมาก

ส่วนธนาคารโลกหั่นตัวเลขจีดีพีของไทยลดลง นายสมคิดกล่าวว่า ในสภาวะเศรษฐกิจโลกแบบนี้ ไม่ใช่ประเทศไทยที่จะโดนคนเดียว ทุกคนลำบากไปหมด เพียงแต่ประเทศไทยเผชิญการเลือกตั้ง และมีการเปลี่ยนแปลงทางการเมืองในช่วงนี้ แต่ขณะนี้ก็ได้รัฐบาลใหม่เรียบร้อยแล้ว รอเข้าเฝ้าถวายสัตย์ปฏิญาณตนอย่างเดียว จึงคิดว่าน่าจะดีขึ้นเรื่อย ๆ แต่ถ้าคิดว่าจะรอดพ้นจากเศรษฐกิจโลกก็คงไม่ไหว จึงต้องพยายามประคองกันไป

นายสมคิดกล่าวถึงโฉมหน้าของครม.ชุดใหม่ จะเรียกความเชื่อมั่นของต่างชาติและนักลงทุนได้หรือไม่นั้นขึ้นอยู่กับนโยบาย ถ้าทุกคนร่วมกันผลักดัน อย่าให้มีอะไรติดขัด ความมั่นใจก็คงเหมือนเดิม “ต้องมั่นใจก่อนสิถ้าเราไม่มั่นใจ จะให้ฝรั่งมามั่นใจเราได้อย่างไร” ส่วนการประเมินภาวะเศรษฐกิจในไตรมาสต่อไป คิดว่าครึ่งปีแรกเราอย่าไปคิดอะไรมาก แต่ในครึ่งปีหลังในเมื่อเรารู้ว่าเศรษฐกิจโลกมันไม่ค่อยดี ก็ต้องหันมาเน้นภายในประเทศ โครงการลงทุนก็อย่าให้ติดขัด โดยกระทรวงการคลังได้เตรียมเรื่องกระตุ้นเศรษฐกิจภายในและฐานรากไว้นานแล้วเพื่อรอรัฐมนตรีท่านใหม่ จึงไม่น่ามีปัญหาอะไร ประคองกันไปได้ และที่ธนาคารโลกประเมินจีดีพีของเราไว้ที่ 3.5 เปอร์เซ็นต์นั้น ต้องถือว่าดีภายใต้ภาวะเศรษฐกิจโลกแบบนี้ ถ้าช่วยกันอาจจะดีกว่านี้ก็ได้

เมื่อถามถึงทีมเศรษฐกิจจะแก้ไขปัญหาใดเป็นอย่างแรก นายสมคิดกล่าวว่า “ผมไม่มีทีมเศรษฐกิจ มีแต่น้องๆ ทั้งหลายที่กระจายตามกระทรวงต่างๆ ซึ่งคิดว่าประสานงานไปได้ แม้จะต่างพรรคแต่รู้จักกันหมด เช่น นายอนุทิน ชาญวีรกูล รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข เคยทำงานร่วมกันมาก่อน ได้ฝากเขาไปแล้วให้เร่งรัดเรื่องเมกะโปรเจกต์”

ส่วนนโยบายเศรษฐกิจที่จะแถลงต่อรัฐสภาตอนนี้กำลังทำงานกันอยู่ เข้าใจว่าในส่วนของพรรคพลังประชารัฐ (พปชร.) ทำเสร็จแล้ว และกำลังประสานกับพรรคอื่นอยู่ นอกจากนี้ นายกรัฐมนตรียังสั่งให้รวมนโยบายของพรรคฝ่ายค้านด้วย ถือเป็นเรื่องดี เพราะฝ่ายค้านต้องการช่วยฐานราก ซึ่งเหมือนกันกับเรา

ดังนั้นมีอะไรก็แนะนำกันมา จะได้รวบรวมเป็นเรื่องเดียวกัน เมื่อถามว่า รัฐบาลใหม่จะมีนโยบายเศรษฐกิจที่ทำให้ประชาชนเซอร์ไพรส์หรือไม่ นายสมคิดกล่าวว่า มันคงไม่ใช่ความเซอร์ไพรส์ แต่คือการพยายามสร้างความเชื่อมั่น และขับเคลื่อนเดินหน้าต่อ ไม่อยากให้เสียโอกาส ขณะนี้เราเป็นประธานอาเซียน จริงๆ แล้วเป็นโอกาสที่ดีที่เราจะได้โชว์ตัวเอง แต่ข่าวอาเซียนถูกกลบด้วยข่าวการเมืองเสียเกลี้ยง เป็นเรื่องน่าเสียดาย ทั้งที่ขณะนี้เราค่อนข้างโดดเด่นในภูมิภาคนี้ แต่คู่แข่งก็มีเยอะ ถ้าเราหยุดเฉยๆ นักลงทุนก็ไปที่อื่นหมด จึงต้องทำให้ดีที่สุด ขออย่ากังวล

เมื่อถามว่า การที่มีรัฐมนตรีในกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ถึง 4 คน หมายความว่ารัฐบาลตั้งใจอัดลงไปเพื่อไปช่วยฐานรากใช่หรือไม่ นายสมคิดกล่าวว่า อันนี้ไม่ทราบ ต้องอย่าลืมว่ากระทรวงเกษตรฯเป็นกระทรวงใหญ่ รับผิดชอบคนเกือบทั้งประเทศที่เป็นเกษตรกร ดังนั้น ตนจึงคิดว่าโอเคแล้ว

ข่าวอื่นที่เกี่ยวข้อง
เช็คประวัติ “ใครเป็นใคร” 35 ชีวิต “ครม.บิ๊กตู่ภาค 2”