พลังประชารัฐโปรโมตชวนคนสูงอายุลงทะเบียนรับเงินช่วยเหลือปี 2562 พร้อมเงื่อนไข 59 ปีบริบูรณ์ – 90 ปี รับเฉลี่ย 600-1,000 บาท/เดือน

ค่ำวันที่ 1 กรกฎาคมที่ผ่านมา เฟซบุ๊คแฟนเพจของพรรคพลังประชารัฐ เขียนข้อความระบุว่า
“เปิดรับลงทะเบียนเบี้ยยังชีพผู้สูงอายุ 2562
เบี้ยยังชีพผู้สูงอายุ หรือเบี้ยยังชีพคนชรา คือ เงินช่วยเหลือที่ภาครัฐจัดสรรไว้ให้กับผู้สูงอายุ เพื่อแบ่งเบาภาระค่าใช้จ่ายในแต่ละเดือน และในทุกๆ ปี จะมีการเปิดให้ผู้สูงอายุรายใหม่ๆที่มีสิทธิ เข้ามาลงทะเบียนเพื่อรับเงินในส่วนนี้ โดยการลงทะเบียนรับเบี้ยยังชีพผู้สูงอายุไม่จำเป็นต้องไปลงทะเบียนใหม่ทุกปี ลงเพียงครั้งเดียวก็ได้รับสิทธิไปตลอด เว้นแต่กรณีที่ผู้สูงอายุย้ายที่อยู่ หรืออาจมีปัญหารายชื่อตกหล่น ถึงค่อยไปทำการยืนยันสิทธิ แก้ไขปรับปรุงข้อมูลให้สมบูรณ์ เรามีรายละเอียดต่างๆ เกี่ยวกับการลงทะเบียนผู้สูงอายุ 2562 มาฝากกันครับ”
ทั้งนี้ ในรายละเอียดจากเพจดังกล่าวมีการแชร์ภาพ พร้อมข้อมูลเกี่ยวกับสิทธิประโยชน์ที่ผู้สูงอายุจะได้รับหากมาลงทะเบียนตามกำหนดเวลา ซึ่งเงื่อนไขมีทั้งต้องเป็นคนสัญชาติไทยอายุ 60-90 ปีขึ้นไป โดยมีสิทธิ์รับเงินรายเดือนๆ ละ 600 – 1,000 บาท และเป็นการลงทะเบียนครั้งเดียวตลอดชีพ เว้นแต่มีการย้ายถิ่นที่อยู่ ซึ่งรายละเอียดต่างๆ ประกอบด้วย
ผู้มีสิทธิ์ได้รับเบี้ยผู้สูงอายุ
– สัญชาติไทย
-อายุ 59 ปีบริบูรณ์ขึ้นไป โดยการลงทะเบียนช่วงต้นปี 2562 ต้องเป็นผู้ที่เกิดก่อนวันที่ 2 กันยายน 2503 (ผู้สูงอายุที่ทะเบียนราษฎรระบุเฉพาะปีเกิด ให้ถือว่าเกิดวันที่ 1 มกราคม ของปีนั้นๆ)
– ต้องไม่เคยได้รับสิทธิ์ประโยชน์จากหน่วยงานรัฐหรือรัฐวิสาหกิจ ไม่ว่าจะเป็นเงินบำนาญ เบี้ยหวัด บำนาญพิเศษ รวมถึงเงินอื่นๆ ในลักษณะเดียวกัน เช่น ผู้สูงอายุที่อยู่ในสถานสงเคราะห์ของรัฐหรือองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ผู้ที่ได้รับเงินเดือน ค่าตอบแทน รายได้ประจำ หรือผลประโยชน์ตอบแทนอย่างอื่นที่รัฐจัดให้เป็นประจำ
-ไม่เป็นผู้ได้รับสิทธิ์ประโยชน์จากหน่วยงานรัฐ หรือรัฐวิสาหกิจ

ช่วงเวลาลงทะเบียนรับเบี้ยผู้สูงอายุ 2562
– ช่วงเดือนมกราคม ถึง กันยายน 2562 (รับเงินงบประมาณปี 2563) สำหรับผู้ที่เกิดก่อนวันที่ 2 กันยายน 2503
– ช่วงเดือนตุลาคม ถึง พฤศจิกายน 2562 (รับเงินงบประมาณปี 2564) สำหรับผู้ที่เกิดวันที่ 2 กันยายน 2503 – 1 ตุลาคม 2503

ลงทะเบียนรับเบี้ยยังชีพผู้สูงอายุ 2562 ได้ที่ไหน
– กรุงเทพฯ สามารถไปลงทะเบียนรับเบี้ยยังชีพด้วยตัวเอง หรือมอบอำนาจเป็นลายลักษณ์อักษรให้ผู้อื่นยื่นแทน ได้ที่สำนักงานเขตที่มีชื่ออยู่ในทะเบียนบ้าน
– ต่างจังหวัดยื่นได้ที่สำนักงานเทศบาล หรือองค์การบริหารส่วนตำบล (อบต.) ที่มีชื่ออยู่ในทะเบียนบ้าน

หลักฐานในการลงทะเบียนรับเบี้ยยังชีพผู้สูงอายุ
– บัตรประจำตัวประชาชนตัวจริง หรือบัตรอื่นที่ออกโดยหน่วยงานรัฐที่มีรูปถ่าย
– ทะเบียนบ้านตัวจริง
– สมุดบัญชีเงินฝากธนาคารตัวจริงพร้อมสำเนา (สำหรับผู้ขอรับเงินผ่านธนาคาร)
แต่หากผู้สูงอายุไม่สามารถมาลงทะเบียนได้ด้วยตนเอง สามารถมอบอำนาจเป็นลายลักษณ์อักษรให้ผู้อื่นมายื่นคำขอรับเงินแทนได้ โดยต้องเตรียมเอกสารเพิ่มเติม ดังนี้
– หนังสือมอบอำนาจ (แบบฟอร์มมอบอำนาจขึ้นอยู่กับการดำเนินการของแต่ละพื้นที่ ให้ติดต่อเจ้าหน้าที่โดยตรง)
– สำเนาบัตรประจำตัวประชาชนของผู้รับมอบอำนาจ
– สำเนาทะเบียนบ้านของผู้รับมอบอำนาจ

ผู้สูงอายุแต่ละคนจะได้รับเงินเท่าไร
– การจ่ายเบี้ยยังชีพผู้สูงอายุในปัจจุบัน จะได้รับเงินช่วยเหลือเป็นรายเดือนต่อเนื่องไปเรื่อย ๆ ตลอดชีวิต โดยเป็นอัตราเพิ่มขึ้นเป็นขั้นบันไดตามช่วงอายุ ดังนี้
อายุ 60 -69 ปี จะได้รับ 600 บาท/เดือน
อายุ 70 -79 ปี จะได้รับ 700 บาท/เดือน
อายุ 80 -89 ปี จะได้รับ 800 บาท/เดือน
อายุ 90 ปีขึ้นไป จะได้รับ 1,000 บาท/เดือน

เบี้ยยังชีพผู้สูงอายุ รับเงินได้ทางไหนบ้าง
– ผู้สูงอายุที่มีสิทธิ์สามารถเลือกได้ว่าจะรับเงินเบี้ยยังชีพผ่านทางช่องทางไหนได้ตามนี้
1. รับเป็นเงินสดด้วยตนเอง
2. ให้ผู้แทนที่ได้รับมอบอำนาจรับแทน
3. โอนเข้าบัญชีธนาคารในนามของผู้สูงอายุ
4. โอนเข้าบัญชีธนาคารในนามของผู้แทนที่ได้รับมอบอำนาจจากผู้สูงอายุ

ข่าวอื่นที่น่าสนใจ
บอร์ด สปสช. ไฟเขียวเกณฑ์งบบัตรทอง ปี 63 รวม1.9 แสนล.
