“คารม”หวั่น ส.ว.นั่งประธานกมธ.ร่างข้อบังคับ เกรงชี้นำสภา

“คารม”หวั่น ส.ว.นั่งประธานกมธ.ร่างข้อบังคับ เกรงชี้นำสภา


“คารม” ไม่สบายใจล็อคตัว ส.ว.เป็นประธาน กมธ.ร่างข้อบังคับ ชี้เป็นการรุกคืบของ ส.ว.เหนือ ส.ส.-หวั่นกำหนดทิศทางสภามากเกินไป

นายคารม พลพรกลาง ส.ส.บัญชีรายชื่อพรรคอนาคตใหม่ และสมาชิกคณะกรรมาธิการร่างข้อบังคับการประชุมรัฐสภา เผยถึงข้อกังวลจากการประชุมนัดแรกเมื่อวันที่25มิ.ย.ที่ผ่านมา ซึ่งได้ พล.อ.สิงห์ศึก สิงห์ไพร สมาชิกวุฒิสภาเป็นประธาน

นายคารมกล่าวว่า การประชุมครั้งแรกของคณะกรรมาธิการ ได้ตั้งข้อสังเกตเมื่อมาไล่ดูแล้ว ในแง่ของพรรคการเมือง ส.ส.มีจำนวนเยอะกว่า ส.ว.ก็จริง แต่เมื่อรวม ส.ว.เข้ากับพรรคที่เป็นฝ่ายรัฐบาลแล้ว กลายเป็นว่ามีฝั่งเดียวกันกับ ส.ว.รวมแล้วเยอะกว่าที่เป็นพรรคการเมือง เมื่อวานจึงเกิดเหตุการณ์ที่คล้ายกับการคุยกันไว้ล่วงหน้ามาก่อน ทำให้ได้ประธานคณะกรรมาธิการคือ พล.อ.สิงห์ศึก สิงห์ไพร กลายเป็นว่าเราได้ประธานกรรมาธิการมาจากคนที่เป็นสมาชิกวุฒิสภา

ซึ่งในการนี้ ตนต้องเน้นย้ำว่าตัวเองไม่มีอะไรติดใจในแง่ของส่วนตัว แต่โดยหลักการไม่ควรให้ประธานคณะกรรมาธิการมาจากสมาชิกวุฒิสภา เพราะอย่างที่ทราบกันดีว่าวุฒิสภามาจากการเลือกของ คสช. จึงเหมือนกับว่าสุดท้ายแล้วประธานกรรมาธิการก็คือ คสช.เลือกมา ตามหลักการมันก็ไม่ถูกต้อง สุดท้ายเหมือนกับว่าพรรคการเมืองที่มาจากการเลือกตั้งไปยอมให้ ส.ว.ที่มาจากการแต่งตั้งของ คสช.ได้เป็นประธานคณะกรรมาธิการยกร่างข้อบังคับที่จะต้องใช้ร่วมกันของทั้งสองสภา เหมือน ส.ส.ยอมให้ ส.ว.รุกคืบเข้ามาแม้กระทั่งในคณะกรรมาธิการยกร่างข้อบังคับฯ

นายคารมระบุต่อว่าในฐานะที่เป็นกรรมาธิการร่วมยกร่างคนหนึ่ง ส่วนตัวแม้ไม่เห็นด้วย แต่ก็สามารถทำงานร่วมกันได้ ให้เกียรติกันได้ แต่ถามว่ามันสอดคล้องกับหลักการประชาธิปไตยหรือไม่ ก็ต้องยอมรับว่ามันไม่สอดคล้อง

ส่วนบรรยากาศในการประชุมเมื่อวานนี้ นายคารมเผยว่ายังเป็นไปด้วยดีอยู่ กรรมาธิการบางท่านก็ยึดหลักการประชาธิปไตย ส่วนตัวแม้จะมีเรื่องไม่เห็นด้วยเกี่ยวกับการรุกคืบของ ส.ว. แต่การประชุมเมื่อวานนี้ตนก็ไม่ได้พูดเรื่องนี้ออกไป เพราะไม่อยากให้เกิดบรรยากาศที่ไม่สบายใจในการทำงานร่วมกัน แต่สิ่งที่ตนพูดวันนี้ คือต้องการสะท้อนให้เห็นว่ามีคำถามเกิดขึ้นเยอะสิ่งที่กำลังเป็นไปในขณะนี้

“สิ่งที่อยากฝากถึงท่านประธาน ก็คืออยากให้ท่านเปิดกว้าง อยากให้ในใจของท่าน 50% ต้องเทให้ฝั่ง ส.ส.ที่เป็นฝ่ายค้านมากกว่าฝั่งสมาชิกสุฒิสภา ด้วยเหตุผลว่ามันเป็นช่วงเปลี่ยนผ่าน อยากให้ท่านตรึกตรองทุกเรื่อง ให้การทำงานของสภาภายในข้อบังคับ ต้องมองเห็นในส่วนของ ส.ส.ด้วย” นายคารมกล่าว

อย่างไรก็ตาม นายคารม กล่าวต่อไปอีกว่า ในฐานะ ส.ส.ต้องแสดงจุดยืน หากการรุกคืบเข้ามามีบทบาทมากกว่านี้เราก็ยอมไม่ได้เหมือนกัน เราต้องพูดโน้มน้าวไปถึง ส.ส.ทุกคน แม้กระทั่ง ส.สฝ่ายรัฐบาลที่มาจากการเลือกตั้ง ชี้ให้เห็นว่ามันไม่เหมาะสม ฝ่ายที่เป็นวุฒิสภาก็ต้องตระหนักว่าสิ่งใดที่ทำได้หรือทำไม่ได้ สิ่งเดียวที่ต้องคิดคือการมองไปข้างหน้า และให้สะดวกในการทำงานมากยิ่งขึ้น