ปิยบุตร ขอศาลปฏิบัติต่อ 41 ส.ส.เท่าเทียมกรณี ‘ธนาธร’

ปิยบุตร ขอศาลปฏิบัติต่อ 41 ส.ส.เท่าเทียมกรณี ‘ธนาธร’


เลขาธิการพรรคอนาคตใหม่ วอนศาลรัฐธรรมนูญพิจารณารับคำร้อง 41 ส.ส.ถูกร้องถือหุ้นสื่อ มาตรฐานเดียวกับ ‘ธนาธร’

ปิยบุตร แสงกนกกุล , เลขาธิการพรรคอนาคตใหม่ , พรรคอนาคตใหม่ , ศาลรัฐธรรมนูญ , ถือหุ้นสื่อ มาตรฐานเดียวกับธนาธร ,

นายปิยบุตร แสงกนกกุล เลขาธิการพรรคอนาคตใหม่ กล่าวถึงกรณี นายวิษณุ เครืองาม รองนายกรัฐมนตรี ให้สัมภาษณ์ประเด็นศาลรัฐธรรมนูญจะสั่งให้ 41 ส.ส.ของรัฐบาลที่ถูกร้องถือหุ้นกิจการสื่อมวลชนหยุดทำงานชั่วคราวหรือไม่ ก็อยู่ที่ว่าถ้าให้หยุดปฏิบัติหน้าที่แล้วจะเสียหายอย่างไร ว่า ความเห็นของนายวิษณุก็ถูกต้อง เพราะเป็นดุลยพินิจของศาลรัฐธรรมนูญว่า จะสั่งให้ ส.ส.ปฏิบัติหน้าที่หรือไม่นั้น ซึ่งหากให้ปฏิบัติหน้าที่ต่อไป จะเกิดการกระทบกระเทือนเสียหายจนยากต่อการเยียวยาในภายหลังหรือไม่

ซึ่งในประเด็นนี้มีความเหมือนกับกรณีของ นายธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ หัวหน้าพรรคอนาคตใหม่ ที่ศาลรัฐธรรมนูญสั่งระงับการปฏิบัติหน้าที่ ซึ่งตนมองว่า หากศาลมองว่า นายธนาธรเพียง 1 คน ยังบอกว่าเสียหาย ถ้าหากให้ทำหน้าที่ต่อ แล้วครั้งนี้มี ส.ส.ถึง 41 คน ถ้าปล่อยให้ทำหน้าที่ต่อไปจะเสียหายหรือไม่ ก็ต้องปล่อยให้เป็นดุลยพินิจของทางศาลรัฐธรรมนูญ

“ไม่ใช่พอบอกว่า 1 คนเสียหาย พอ 41 คนบอกว่ามีความจำเป็นต้องให้เข้าไปทำหน้าที่ ส.ส.ไม่เช่นนั้นเดี๋ยวโหวตกฎหมายงบประมาณไม่ผ่าน ไหนๆ ก็เดินทางมาถึงตอนนี้แล้ว ก็อยากจะให้มาตรฐานในการใช้ดุลพินิจเหล่านี้เท่าเทียมกัน” นายปิยบุตร กล่าว

อย่างไรก็ดี ประเด็นศาลรัฐธรรมนูญไม่อนุญาตขยายเวลาให้นายธนาธร ไปอีก 15 วัน ตามที่ร้องขอนั้น นายปิยบุตร กล่าวว่า เราก็เคารพดุลพินิจของทางศาลรัฐธรรมนูญ ซึ่งทางพรรคก็มีเวลาถึงวันที่ 8ก.ค. นี้ ทั้งนี้ ทาง นายธนาธร และทีมกฎหมายก็พร้อม เตรียมจะยื่นเอกสารต่างๆ ต่อไป

หากเป็นไปตามกระบวนการหลังจากนี้ ศาลรัฐธรรมนูญจะพิจารณาว่าจะอนุญาตให้เรียกพยานบุคคลเข้ามาสืบหรือไม่ แต่ตนให้ข้อสังเกตตอนกรณีของนายดอน ปรมัตถ์วินัย รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ ก็มีโอกาสได้เลื่อน ตนก็ดูกรณีของนายดอน เป็นหลักในการใช้ยื่นคำร้องขอเลื่อน หากศาลรัฐธรรมนูญไม่เลื่อนการพิจารณาก็เคารพดุลยพินิจ

เมื่อถามว่า นายธนาธร ได้เสนอพยานบุคคลเข้าไปชี้แจงด้วยหรือไม่ นายปิยบุตร กล่าวว่า ตอนนี้ยังไม่ได้เสนอเข้าไป และหากศาลรัฐธรรมนูญ พิจารณากรณี 41 ส.ส.โดยมีแนวทางให้พยานหลักฐานเพิ่มหรือรวบรวมคำร้องมาใหม่ ก็อยากให้ลองไปดูคำร้องที่ ส.ส.ของพรรคได้ยื่นไปแล้วไปเปรียบเทียบกับคำร้องของคณะกรรมการการเลือกตั้งที่ร้องต่อศาล จะเห็นได้เลยว่าของใครมีหลักฐานหนาแน่นกว่ากัน โดย ส.ส.ที่ทางพรรคได้ยื่นนั้นได้ตรวจสอบแล้วว่ายังถือหุ้นสื่อมวลชนอยู่จริง ขณะที่ก็มี ส.ส.อีกหลายคนไม่ได้ยื่นไป เพราะหลักฐานไม่เพียงพอ เช่น บริษัทเลิกกิจการแล้ว ซึ่งต่างกับกรณีที่มีการไปร้องเรียน ส.ส.พรรคฝ่ายค้าน ทั้งๆ ที่บริษัทของเขาปิดกิจการไปแล้ว

ส่วนประเด็นที่ 41 ส.ส.ออกมาระบุว่า ศาลรัฐธรรมนูญต้องให้โอกาสในการชี้แจงก่อนนั้น เพราะเป็นคนละเรื่องกับนายธนาธร นั้น เลขาธิการพรรคอนาคตใหม่ กล่าวต่อไปว่า การรับคำร้องเป็นคนละขั้นตอนกับการตัดสิน เมื่อมีการรับคำร้องเสร็จ กว่าจะวินิจฉัยว่าผิดหรือไม่ก็ยังมีเวลาอีก ดังนั้น การรับคำร้องไม่มีความจำเป็นที่จะต้องไต่สวน หรือเรียกผู้ถูกร้องมาชี้แจง ถึงเวลาเมื่อเปิดการพิจารณา ศาลก็ต้องเปิดโอกาสให้ผู้ถูกร้องมาชี้แจงอยู่ดี เหมือนกรณีของนายธนาธร ในตอนนี้

ข่าวอื่นที่เกี่ยวข้อง
”ปิยบุตร”เรียกร้องการพิจารณาคดี ส.ส.ถือหุ้นสื่อควรมีมาตรฐานเดียวกัน