“เพื่อไทย” จี้ “ชวน” บรรจุญัตติตั้งกมธ.ตรวจสอบการสรรหาส.ว. เข้าที่ประชุมสภา หากไม่ปฏิบัติอาจขัดต่อ ม.157 ละเว้นปฏิบัติหน้าที่ หวัง “ชวน หลีกภัย” เป็นผู้นำที่ดี นำสภาฯให้มีภาพลักษณ์ดีขึ้น
วันนี้ (21 มิ.ย. 62 )นางลดาวัลลิ์ วงศ์ศรีวงศ์ โฆษกพรรคเพื่อไทย เปิดเผยว่า ไม่มีเหตุผลใดที่นายชวน หลีกภัย ประธานสภาผู้แทนราษฎร จะปฏิเสธไม่บรรจุญัตติของ 7 พรรคร่วมฝ่ายค้านที่เสนอให้สภาผู้แทนราษฎรตั้งคณะกรรมาธิการวิสามัญศึกษาสอบสวนกระบวนการสรรหาสมาชิกวุฒิสภา เนื่องจากเป็นไปตามรัฐธรรมนูญที่บัญญัติว่า การกระทำการพิจารณาสอบสวนหาข้อเท็จจริงหรือการศึกษาเรื่องใดๆ เป็นเรื่องที่อยู่ในหน้าที่และอำนาจของสภาฯ
นางลดาวัลลิ์ อธิบายว่า ขณะนี้ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา กลับมาเป็นนายกฯสมัยที่ 2 ในฐานะหัวหน้าคสช. มีหน้าที่ และความรับผิดชอบในการแต่งตั้งคณะกรรมการสรรหาส.ว. 9-12 คน และคัดเลือก ส.ว.ให้ได้ 250 คน เพื่อนำรายชื่อขึ้นทูลเกล้าฯ รวมทั้งหัวหน้าคสช. ต้องประกาศ รายชื่อสำรอง ส.ว. แต่ปรากฏว่าพล.อ.ประยุทธ์และคสช.ปกปิดคำสั่งแต่งตั้งคณะกรรมการสรรหาฯ ไม่นำคำสั่งไปประกาศในราชกิจจาฯ และกระบวนการการหาส.ว.หลายขั้นตอน ส่อว่าจะขัดรัฐธรรมนูญ หากเป็นเช่นนั้น ก็จะทำให้การสรรหาส.ว.เป็นโมฆะ กรณีนี้เป็นที่เคลือบแคลงสงสัยของประชาชนและสื่อมวลชน ดังนั้นการตั้งคณะกรรมาธิการไปศึกษาและสอบสวนหาข้อเท็จจริง แล้วนำมารายงานให้สภาฯรับทราบ จึงเป็นหน้าที่ของสภาผู้แทนราษฎร
“ญัตติของพรรคฝ่ายค้านไม่ใช่การตรวจสอบคุณสมบัติส.ว. แต่เป็นการตรวจสอบกระบวนการสรรหา ส.ว. เป็นการใช้อำนาจของพล.อ.ประยุทธ์ ในฐานะหัวหน้าคสช.และ คสช.คนอื่นๆ รวมทั้งคณะกรรมการสรรหาส.ว. ซึ่งไม่ได้มีความเป็นกลางทางการเมือง ว่าสิ่งที่ทำมานั้นชอบด้วยรัฐธรรมนูญหรือไม่ หรือผิดพลาดบกพร่องในขั้นตอนไหนอย่างไร ด้วยเหตุนี้ ส.ว. ไม่ต้องร้อนตัว หรือหวาดกลัวใดๆ หากทุกท่านผ่านการสรรหามาอย่างถูกต้องโปร่งใส ตามรัฐธรรมนูญ” นางลดาวัลลิ์กล่าว
นางลดาวัลลิ์ กล่าวด้วยว่า เห็นด้วยอย่างยิ่งที่สภาผู้แทนราษฎรชุดปัจจุบันจะแสดงบทบาทตามอำนาจหน้าที่ให้ประชาชนเกิดความเชื่อมั่นโดยนำพาประชาธิปไตยไปในทางที่ถูกต้อง ตามที่นายชวน หลีกภัยประธานสภาผู้แทนราษฎรกล่าวในการสัมมนาส.ส.ที่ห้องประชุมทีโอทีเมื่อวันที่ 20 มิถุนายนที่ผ่านมา
กรณีที่นายชวนบอกว่า”เราจะเป็นแบบอย่างของสภานิติบัญญัติในยุคที่การเมืองพัฒนามาถึงขนาดนี้ เราได้เป็นประชาธิปไตยมาเกือบ 90 ปี เราจะให้ประชาธิปไตยถอยหลังเป็นสิ่งที่ไม่ควร ต้องเดินไปข้างหน้าในสิ่งที่ดีขึ้น” ฟังคำพูดประโยคเหล่านี้แล้วถ้ามองอย่างผิวเผินก็จะรู้สึกว่านายชวนพูดดี แต่เมื่อมาดูสภาพการเมืองในปัจจุบันที่พรรคไร้สัจจะเข้าร่วมเป็นรัฐบาลและสนับสนุนพลเอกประยุทธ์หัวหน้าคสช.เป็นนายกมนตรีโดยนายชวนเป็นประธานสภาฯและเป็นประธานรัฐสภาอีกตำแหน่งย่อมปฏิเสธไม่ได้ว่าการเมืองได้ถอยหลังไปอย่างมากตลอด 5 ปีนับแต่คสช.ทำรัฐประหารปี 2557 และแม้จะผ่านการเลือกตั้ง24 มีนาคม 2562 มาแล้ว แต่ประชาธิปไตยก็ยังไม่มีอนาคตจะพัฒนาไปข้างหน้าได้เลย เพราะรัฐบาลพลเอกประยุทธ์กำลังสืบทอดอำนาจเผด็จการคสช.ให้อยู่ต่อไปอีกอย่างน้อย 5 ปีตามบทเฉพาะกาลโดยมีวุฒิสภาซึ่งตนเองแต่งตั้งมา เป็นเครื่องมือคอยค้ำบัลลังก์อำนาจ
นางลดาวัลลิ์กล่าวว่า เมื่อองค์ประกอบของรัฐสภาอยู่ในสภาพง่อยเปลี้ยพิการและเสียศูนย์ การทำหน้าที่ควบคุมการบริหารราชการแผ่นดินของรัฐบาลเพื่อประโยชน์ของประชาชนและทำให้ประชาชนเชื่อมั่นย่อมเป็นไปไม่ได้
โฆษกพรรคเพื่อไทย ยอมรับว่า มีส.ส.จำนวนหนึ่งที่ปฏิบัติตนนอกลู่นอกทางเป็นเรื่องที่แต่ละพรรคจะต้องพัฒนาและคอยกำกับดูแลอย่างใกล้ชิด อย่างไรก็ดีส.ส.จะได้รับคำชื่นชมนอกจากแก้ไขปัญหาของชาวบ้านได้อย่างแท้จริงแล้ว การทำหน้าที่ในสภาฯซึ่งมีทั้งฝ่ายค้านและฝ่ายรัฐบาลก็จะต้องแสดงให้เห็นถึงศักยภาพของสถาบันนิติบัญญัติ พรรคเพื่อไทยหวังว่ารัฐสภาที่มีนายชวน หลีกภัยเป็นผู้นำสูงสุดจะไม่เกิดเหตุการณ์จลาจล ที่ส.ส.ก่อเหตุเลวร้ายขว้างปาแฟ้มเอกสารเศษกระดาษเกลื่อนห้องประชุม ตะโกนลั่น ด่าทอด้วยถ้อยคำหยาบคาย ดึงแขน ลากเก้าอี้ประธานสภาฯกระแทก บีบคอเพื่อนส.ส.ด้วยกัน โดยไม่แยแสต่อสายตาประชาชนและสื่อมวลชนที่บันทึกภาพเหตุการณ์เอาไว้ ซึ่งเป็นความอัปยศของสภาฯไทยที่ไม่อาจลบเลือนไปได้
นายชุมสาย ศรียาภัย รองโฆษกพรรคเพื่อไทย กล่าวว่า กระบวนการสรรหาส.ว. ที่มีคณะกรรมการสรรหาเป็น คสช.ตามที่เป็นข่าวนั้น เป็นการกระทำที่ขัดต่อเจตนารมณ์และความมุ่งหมายแห่งรัฐธรรมนูญและผิดกฎหมายค่อนข้างชัดเจน ส่งผลให้ สถานะของ สว.ตลอดจน การกระทำหรือการลงมติใดๆ ของ ส.ว.ดังกล่าวเป็นโมฆะไปด้วย เมื่อได้โหวตเห็นชอบให้พล.อ.ประยุทธ์ เป็นนายกซึ่งเป็นครั้งแรกของการปฏิบัติหน้าที่ ก็ต้องถือว่าไม่มีผลใดๆ ตามรัฐธรรมนูญและกฎหมาย และหลังจากนี้หากมีการนำประเด็นนี้ยื่นคำร้องต่อศาลรัฐธรรมนูญ และหากศาลรัฐธรรมนูญเห็นพ้องด้วยอาจจะพังกันทั้งองคาพยพ เพราะศาลรัฐธรรมนูญมีอำนาจวินิจฉัยเกี่ยวกับอำนาจและหน้าที่ของวุฒิสภาตามรธน.มาตรา210(2) ส่วนตัวเชื่อว่า ในที่สุดแล้ว เมื่อสิ้น ม.44 และอำนาจเผด็จการอ่อนกำลังลง กระบวนการยุติธรรมไทยจะต้องรักษาบ้านเมืองเอาไว้ ซึ่งอำนาจเผด็จการ ไม่สามารถดำรงอยู่ได้นานท่ามกลางกระแสต่อต้านอย่างหนักหน่วงของมหาชน
“นอกจากกระบวนการสรรหาส.ว. ที่ดำเนินการอย่างปกปิดและผิดทำนองคลองธรรม ทั้งๆที่ส.ว.เป็นผู้แทนปวงชาวไทย เข้ามาทำหน้าที่ด้านนิติบัญญัติ ไม่ใช่ทำแบบเด็กเล่นซึ่งคณะกรรมการสรรหาส.ว.ที่มีพล.อ.ประวิตรเป็นประธานและมีพล.อ.ประยุทธ์เป็นหัวหน้าคสช. จะต้องรับผิดชอบโดยอาจจะต้องเผชิญทั้งทางกฏหมายและทางการเมือง ความเสียหายที่สำคัญอีกประการหนึ่งก็คือ กระบวนการสรรหาส.ว. ที่อาจจะเกี่ยวพันคดีทุจริต ประวัติด่างพร้อย มีมลทิน หลายคน เข้ามาเป็นส.ว. ซึ่ง เรื่องนี้ จะได้ถูกตรวจสอบ และเปิดเผยให้สังคมได้รับทราบต่อไป นอกจากนี้ถ้าหากนายชวน ไม่บรรจุ ญัตติ การสรรหาส.ว.ไม่ชอบ อาจจะเป็นการละเว้นการปฏิบัติหน้าที่ ม.157″นายชุมสาย กล่าว
