กลุ่มสามมิตร รุกทวง ‘เกษตร-คมนาคม’ ลั่นต้องอยู่ พปชร.

กลุ่มสามมิตร รุกทวง ‘เกษตร-คมนาคม’ ลั่นต้องอยู่ พปชร.


กลุ่มสามมิตร ไล่บี้ หัวหน้าพรรค-เลขาธิการพรรค พปชร. ลั่น ต้องเก็บกระทรวงสำคัญไว้ ทั้ง เกษตร และคมนาคม เพื่อสานต่อนโยบาย และ ดูแลประชาชนตามที่หาเสียงไว้

นายสิระ เจนจาคะ ส.ส.กทม. พรรคพลังประชารัฐ กล่าวถึงกรณีที่ที่ประชุมรัฐสภาลงมติเสียงข้างมากเลือก พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา เป็นนายกรัฐมนตรีว่า ในฐานะตัวแทน ส.ส.ของพรรคพลังประชารัฐ มีความรู้สึกภาคภูมิใจที่สมาชิกรัฐสภาเคารพเสียงของประชาชน และมีมติเลือก พล.อ.ประยุทธ์ ผู้ได้รับการเสนอชื่อเป็นนายกฯของพรรคพลังประชารัฐ เป็นไปตามมติมหาชนผ่านคะแนนเสียง 8.4 ล้านเสียงของพรรคพลังประชารัฐ มากที่สุดในการเลือกตั้งครั้งที่ผ่านมา ภายหลังที่พรรคพลังประชารัฐสามารถจัดตั้งรัฐบาลได้ นั่นหมายถึงประเทศของเรานั้นกำลังเดินไปข้างหน้า ตามระบอบประชาธิปไตยที่เข้มแข็ง

นายสิระ กล่าวด้วยว่า ขณะนี้ภายในพรรคพลังประชารัฐ มีความกังวลอย่างมากเกี่ยวกับกระแสข่าวการแต่งตั้งบุคคลเข้ารับตำแหน่งรัฐมนตรีในคณะรัฐมนตรี (ครม.) ชุดใหม่ ที่อาจเป็นอุปสรรคต่อการขับเคลื่อนนโยบายที่พวกเราได้ไปหาเสียงไว้กับประชาชนทั่วประเทศ จึงอยากฝากไปยัง นายอุตตม สาวนายน หัวหน้าพรรค และนายสนธิรัตน์ สนธิจิรวงศ์ เลขาธิการพรรค ผู้ได้รับมอบหมายเจรจาประสานงานจัดตั้งรัฐบาลกับพรรคร่วมรัฐบาล ว่าเราในฐานะแกนหลักของรัฐบาล ต้องได้ดูแลกระทรวงสำคัญต่างๆ เพื่อสานงานของรัฐบาล พล.อ.ประยุทธ์ รวมทั้งขับเคลื่อนงานนโยบายที่ได้หาเสียงไว้

 

 

“พรรคพลังประชารัฐ ควรได้ดูแลในส่วนกระทรวงสำคัญที่ดูแลในเรื่องโครงสร้างพื้นฐาน และพัฒนาระบบคมนาคมขนส่ง ซึ่งรัฐบาล พล.อ.ประยุทธ์ ได้ริเริ่มไว้หลายโครงการ รวมทั้งการแก้ไขปัญหาพืชผลทางการเกษตร ที่เป็นปัญหาความเดือดร้อนที่จำเป็นต้องแก้ไขอย่างเร่งด่วน พรรคเราไม่ใช่พรรคเฉพาะกิจ หากจะทำการเมืองต่อไปต้องดูแลภาคเกษตร ไม่ว่าจะเป็นชาวนา ชาวสวน ชาวไร่ พืชผลทางการเกษตร ส.ป.ก.4.0 อยากให้ผู้บริหารพรรค และกรรมการบริหารพรรคทุกคนเข้าใจในสิ่งที่เราเคยรับปากกับประชาชนในการหาเสียงไว้ด้วย ” นายสิระกล่าว

ด้าน นายอนุชา น้อยวงศ์ ส.ส.พิษณุโลก พรรคพลังประชารัฐ กล่าวว่า ในฐานะอดีตกลุ่มสามมิตร ซึ่งก่อตั้งและ ได้เดินทางปราศรัยและช่วยเหลือพี่น้องประชาชนทั่วประเทศมาก่อนที่จะเข้าสังกัดพรรคพลังประชารัฐ ได้สัมผัสและรับฟังปัญหาของพี่น้องเกษตรกรมาตลอด จึงมีความเห็นว่า นโยบายด้านการเกษตร ถือเป็นภารกิจสำคัญของพรรคพลังประชารัฐ ที่ต้องขับเคลื่อนโดยเร่งด่วน เพื่อคลี่คลายวิกฤตความเดือดร้อนของพี่น้องประชาชน พวกเราจึงเห็นว่าควรมีคนของพรรคพลังประชารัฐ เข้ารับตำแหน่ง รมว.เกษตรฯ ส่วนการพิจารณาบุคคลใดที่มีความเหมาะสมนั้นถือเป็นอำนาจของนายกฯในฐานะหัวหน้ารัฐบาล