ไม่สนประชาธิปัตย์ พลังประชารัฐดึง “พณ.”คืน

ไม่สนประชาธิปัตย์ พลังประชารัฐดึง “พณ.”คืน


ยังไม่ลงตัว! พปชร. ขอ “รมว.พาณิชย์” คืน ลั่น! ห่วงปชป.เน้นแก้ปัญหาแค่ภายในประเทศ ขณะที่การเจรจาการค้าระหว่างประเทศอยู่ในช่วงหัวเลี้ยวหัวต่อที่สำคัญ ยื่น “รมว.ศึกษาฯ” ให้แทน ปูพื้นฐานนโยบายแก้จน สร้างคน สร้างชาติ ตั้งแต่เรื่องการศึกษา

3 มิ.ย.62 รายงานข่าวเปิดเผยถึงความคืบหน้าในการจัดตั้งรัฐบาลระบุว่า ยังคงมีความไม่ลงตัวในส่วนของพรรคประชาธิปัตย์ ซึ่งได้ยื่น 3 เงื่อนไขมายังพรรคพลังประชารัฐ คือ 1.การแก้ไขรัฐธรรมนูญ 2.การนำนโยบายประกันรายได้พืชผลทางการเกษตร มาเป็นนโยบายรัฐบาล และ 3.การจัดสรรโควต้ารัฐมนตรีให้พรรคประชาธิปัตย์สอดคล้องกับการดำเนินนโยบายของพรรค และยังต้องรอมติพรรคในการประชุมวันที่ 4 มิ.ย.ที่จะถึงนี้ก่อน

โดยเบื้องต้น พรรคประชาธิปัตย์ จะได้ตำแหน่ง รมว.พาณิชย์ รมว.เกษตรและสหกรณ์ และ รมว.พัฒนาสังคมฯ พร้อมกับตำแหน่ง 4 รมช.ด้วย ซึ่งเหตุที่พรรคประชาธิปัตย์ต้องการรับผิดชอบกระทรวงพาณิชย์ และกระทรวงเกษตรฯ ก็เพื่อต้องการผลักดันนโยบายประกันราคาพืชผลทางการเกษตรให้สำเร็จ สร้างคะแนนนิยมให้แก่พรรคประชาธิปัตย์

อย่างไรก็ตาม ในระดับผู้มีอำนาจตัดสินใจได้มีการพิจารณาความเหมาะสมและแนวทางของพรรคประชาธิปัตย์ เกี่ยวกับกระทรวงเกษตรฯและกระทรวงพาณิชย์ พบว่าส่วนใหญ่เน้นไปในมิติของการยกระดับราคาพืชผลทางการเกษตรในประเทศเท่านั้น แต่ไม่ได้กล่าวถึงมิติการขยายตลาดในต่างประเทศ ซึ่งที่ผ่านมารัฐบาล พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ได้ให้ความสำคัญในการเปิดตลาดใหม่ๆให้แก่สินค้าเกษตรของไทย โดยพยายามติดต่อเจรจาการค้าและโรดโชว์กับหลายประเทศ อาทิ จีน อินเดีย แอฟริกา และสหภาพยุโรป เป็นต้น

นอกจากนี้ ตัวบุคคลที่จะมาดำรงตำแหน่งยังไม่ลงตัวจึงได้มีการเสนอให้พรรคประชาธิปัตย์ เลือกรับผิดชอบในกระทรวงอื่นแทน เพื่อให้บุคคลที่ พล.อ.ประยุทธ์ ไว้วางใจมาขับเคลื่อนงานในตำแหน่ง รมว.พาณิชย์ แต่อาจจะเปิดโอกาสให้คนของพรรคประชาธิปัตย์ มาร่วมเป็น รมช.พาณิชย์ กำกับดูแลกรมการค้าภายใน เพื่อผลักดันนโยบายของพรรคประชาธิปัตย์ ในมิติภายในประเทศเป็นหลัก

รวมทั้งตำแหน่ง รมว.ศึกษาฯ ที่ทางพรรคประชาธิปัตย์ เคยให้ความสนใจไปแทน เพื่อใช้ในการขับเคลื่อนนโยบายแก้จน สร้างคน สร้างชาติ ที่ต้องมีการปูพื้นฐานเริ่มจากการศึกษาไป เพื่อให้เกิดความยั่งยืนมากกว่า

ข่าวอื่นที่เกี่ยวข้อง

ส่อแววล่ม “ประชาธิปัตย์”เสียงแตกส่อไม่ร่วมรัฐบาล “พลังประชารัฐ”