“ธนาธร”เดินหน้าเป็นนายกฯต่อ ติงมติศาลรธน.

“ธนาธร”เดินหน้าเป็นนายกฯต่อ ติงมติศาลรธน.


ธนาธร แถลงชัดเดินหน้าตั้งรัฐบาลต่อ สู้คสช. ติงมติศาลรธน. ย้ำไม่ได้เข้าสภาจะทำงานกับประชาชน

ความเคลื่อนไหวพรรคอนาคตใหม่ หลังศาลรัฐธรรมนูญมีมติสั่งให้ นายธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ หัวหน้าพรรคอนาคตใหม่ ยุติบทบาทส.ส.นั้น ล่าสุด นายธนาธรได้แถลงข่าวถึงกรณีดังกล่าวว่า ไม่เห็นด้วยกับมติของศาลรัฐธรรมนูญดังกล่าว ตามข้อกฎหมายที่นายปิยบุตรแถลงไปแล้ว และขอตั้งข้อสังเกตว่าการยื่นคำร้องของกกต.ไปยังศาลรัฐธรรมนูญว่า ทำไมยังมีหนังสือเรียกพยานเพิ่ม ลงวันที่ 17 พ.ค. เพื่อไปให้การเพิ่มเติมในวันที่ 24 พ.ค. จากคณะกรรมการสืบสวนชุดเล็ก ที่ยังดำเนินการแสวงหาข้อเท็จจริงอยู่ คำถามคือ เหตุใดกกต. 7 ท่านจึงส่งคำร้องให้ศาลพิจารณา โดยไม่รอให้คณะกรรมการชุดเล็กพิจารณาหาความเป็นจริงให้เสร็จก่อน

 

 

นายธนาธร กล่าวต่อไปว่า ก่อนหน้านี้ กกต.ก็เคยเรียกนางสมพร จึงรุ่งเรืองกิจ แม่ของตนไปตอบข้อร้องเรียนนี้ โดยจดหมายมาถึงวันที่ 22 เม.ย.ตอนบ่าย ให้ไปให้ปากคำวันที่ 22 เม.ย.ตอนเช้า ซึ่งไม่มีใครทำได้ หลังจากนั้นวันที่ 23 เม.ย. กกต.ก็แจ้งข้อกล่าวหาตนทันที โดยที่ฝ่ายตนผู้ถูกร้องไม่ได้มีโอกาสชี้แจง ความเร่งรีบนี้ยิ่งผิดปกติเมื่อเทียบกับกรณี นายดอน ปรมัตถ์วินัย อดีตรมว.การต่างประเทศที่ใช้เวลา 417 วันนับจากกกต.จนถึงศาลรัฐธรรมนูญ แต่กรณีของตนใช้เวลา 53 วันเท่านั้น ต่างกันเกือบ 1 ปี

 

 

ทั้งนี้ นายธนาธร กล่าวว่า ทุกท่านคิดว่าตนได้รับความเป็นธรรมจากกรณีนี้หรือไม่ ได้รับความเป็นธรรมจากองค์กรอิสระหรือไม่ มีความพยายามผลักดันเรื่องนี้เร็วกว่าปกติหรือไม่ ขอให้ประชาชนมาร่วมช่วยกันตรวจสอบองค์กรอิสระ ตอนนี้ ตนและพรรคอนาคตใหม่จะยังยืนยันอย่างแน่วแน่ต่อไปว่า จะรวบรวมเสียงพรรคการเมืองที่ต่อต้านเผด็จการเพื่อผลักดันให้นายธนาธรเป็นนายกฯอย่างไม่หยุดยั้ง นายธนาธรยังเป็นแคนดิเดตนายกฯพร้อมเป็นนายกฯ มีศักดิ์และสิทธิที่จะเป็นนายกฯ

 

 

“ผมอยากลองชวนทุกคนให้ยืนเงียบๆนิ่งๆเงี่ยหูฟัง พวกเราได้ยินเสียงคร่ำครวญ เสียงความไม่พอใจของผู้คนข้างนอกหรือไม่ คสช.วันนี้กำลังอยู่ในช่วงขาลง คสช.และเผด็จการคืออาทิตย์ที่กำลังอัสดง ไม่ว่าจะเป็นความพยายามสืบทอดอำนาจด้วยการดึงส.ส.จากพรรคอื่น หรือสกัดผมไม่ให้เข้าสภาก็ดี นี่แสดงถึงความสิ้นหวังของเผด็จการ เป็นการดิ้นรนครั้งสุดท้ายของระบอบเผด็จการ พวกเข้าต้องการให้วันนี้เป็นเมื่อวาน เพื่อจะได้เสวยสุขบนความทุกข์ของประชนต่อเนื่องไม่เปลี่ยนแปลง พวกเขาคือความมืด พวกเราคือแสงสว่าง อนาคตใหม่ขออาสาเปิดประตูสู่รุ่งอรุณของวันพรุ่งนี้ นายธนาธรขอเป็นนายกฯ เพื่อหยุดยั้งระบอบคสช. เพื่อหยุดยั้งระบอบเผด็จการ”

 

 

“ทุกคนอาจสิ้นหวังหมดหวังเมื่อได้ยินคำวินิจฉัยของศาล แต่ตนอยากเรียนผู้สนับสนุนอนาคตใหม่ว่า นี่ไม่ใช่เวลาขอความสิ้นหวัง นี่คือเวลาเปิดโปงความชั่วร้ายของเผด็จการ จากความอยุติธรรมที่เกิดขึ้น ผมขอชวนพี่น้องลุกขึ้นยืนและต่อสู้ร่วมกัน เพื่อร่วมสร้างสังคมแห่งความเป็นธรรม ชาวอนาคตใหม่ที่ได้ยินเสียงของผม ผมและส.ส.อีก 79 คนยังไม่หมดหวัง แม้ศาลจะตัดสินให้ยุติการปฏิบัติหน้าที่ แต่ผมยังเป็นส.ส.อยู่ ระหว่างรอการวินิจฉัยของศาล ผมจะทำงานกับประชาชนอย่าต่อนื่อง เมื่อไม่ให้ผมเข้าสภา ผมก็จะอยู่กับประชาชน ในฐานะบุคคลที่ได้รับความไว้วางใจจากประชาชน 6.3 ล้านเสียงทั่วประเทศ” นายธนาธร กล่าว