“เศรษฐกิจไทย” จะเผชิญอะไรกับเวลาที่เหลือของปี 2563

“เศรษฐกิจไทย” จะเผชิญอะไรกับเวลาที่เหลือของปี 2563


นับตั้งแต่ล่วงเข้าปี 2563 ที่ผ่านมา เศรษฐกิจไทยเผชิญกับแรงเสียดทานมากมาย จึงน่าสงสัยว่าเวลาที่เหลืออีก 10 เดือน สิ่งที่เศรษฐกิจไทยต้องเผชิญ ปัจจัยอะไรเป็นปัจจัยเสี่ยงระยะสั้น และอะไรเป็นปัจจัยเสี่ยงระยะยาวที่ต้องหาทางแก้ไข

สงครามการค้าโลกรุมเร้า

นับตั้งแต่ปลายปีที่ผ่านมาต่อต้นปี ปัจจัยภายนอกได้รุมเร้าเศรษฐกิจไทยมาอย่างต่อเนื่อง ไม่ว่าสงครามค้าระหว่างประเทศของสหรัฐกับจีนส่งผลกระทบต่อซัพพลายเชนของไทยที่มีต่อจีนสะดุด ส่วนการที่โดนัลด์ ทรัมป์ ยึดเอาผลประโยชน์ของมาตุภูมิชาวอเมริกันเป็นที่ตั้ง และเป็นตลาดใหญ่ของโลกก็ส่งผลต่อซัพพลายเชนที่มีต่อสหรัฐเช่นกัน

ยอดการลงออกของไทยเติบโตไม่ดีเท่าที่ควร และมีแนวโน้มลดลง ก็สืบมาจาก 2 ตลาดหลัก และเชื่อว่าปัจจัยนี้จะรุมเร้าการส่งออกของไทยต่อไป เพราะแม้ว่าทั้งสองประเทศได้มีการเจรจาประนีประนอมในเฟสที่ 1 ไปเรียบร้อยแล้ว แต่นั่นเป็นเพียงการเริ่มต้น การเจรจาต่อรองในระยะที่ 2 จะตามมาซึ่งไม่รู้ว่าโฉมหน้าจะออกมาอย่างไร และจะส่งผลกระทบให้ประเทศคู่ซัพพลายเชนอย่างไร

แน่นอนไทยต้องได้รับผลกระทบไม่มากก็น้อย เมื่อสหรัฐเปิดเกมสงครามการค้ากับจีนถึงขนาดนี้แล้ว การสงบลงด้วยโต๊ะเจรจา สหรัฐต้องได้มากกว่าเสีย เพียงแต่ตอนนี้เป็นระยะพักยกเนื่องจากเกิดการระบาดของไวรัสโควิด-19

ผศ.ดร.อนุสรณ์ ธรรมใจ ผู้อำนวยการศูนย์วิจัยเศรษฐกิจและธุรกิจเพื่อการปฏิรูป สถาบันเศรษฐศาสตร์ มหาวิทยาลัยรังสิต ประเมินว่าผลของสงครามการค้าจีน-สหรัฐจะส่งผลกระทบให้การส่งออกของไทยไปยังทั้งสองประเทศอ่อนแอลง

ตลาดการส่งออกไทยเผชิญความท้าทาย

ดังที่กล่าวมาข้างต้นสงครามการค้าระหว่างจีน-สหรัฐได้ส่งผลกระทบกับซีกการส่งออกที่เป็นซัพพลายเชนของทั้งสองฝ่าย แต่ตลาดส่งออกนอกซัพพลายเชนของเงื่อนไขดังกล่าวก็ได้รับผลกระทบด้วยอันเนื่องมาจากค่าเงินบาทที่ไม่เอื้ออำนวยต่อการส่งออก แน่นอนการที่ธนาคารแห่งประเทศไทยพยายามใช้กลไกเท่าที่เป็นไปได้เข้ามาแทรกแซงค่าเงินให้อ่อนลง แต่การแทรกแซงดังกล่าวก็มีข้อจำกัด เพราะตลาดการเงินของเราอยู่ในตะกร้าเงินเสรี

จริงอยู่การเปิดตลาดใหม่น่าจะเป็นทางออกให้กับการส่งออกของไทยและการใช้ช่องทางของเขตการค้าเสรีต่างๆ น่าจะเป็นยุทธศาสตร์ใหม่ของการส่งออก แต่ผู้ประกอบการยังไม่ชินและไม่ถนัดกับการใช้ตลาดเหล่านี้ ส่วนตลาดอาเซียน ซึ่งปัจจุบันนี้เป็นตลาดใหญ่ของไทย ก็สามารถส่งสินค้าไปขายเพียงบางรายการ สินค้าเกษตรซึ่งเป็นสินค้าหมวดใหญ่ของไทยออกสู่ตลาดเหล่านี้น้อยมาก เพราะผลผลิตทางการเกษตรที่ออกมาคล้ายคลึงและเหมือนกันมาก

โควิด-19 ของจีนส่งผลให้อุตสาหกรรมส่งออก – ตลาดผลไม้ไทย เดี้ยง

ยอดการส่งออกของสินค้าไทยไปจีนมีมูลค่าประมาณ 300,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐตลาดส่งออกผลไม้ไทยในรอบเกือบ 10 ปี ที่ผ่านมาลูกค้ารายใหญ่ที่สุดที่ครองส่วนแบ่งการส่งออกมากกว่าครึ่งคือตลาดจีนมูลค่าตลาดล่าสุดในปี 2561 มีมูลค่าถึง 700 ล้านดอลลาร์สหรัฐ

แต่ในปีนี้ยอดคำสั่งซื้อของจีนกับผลไม้ไทยโดยเฉพาะทุเรียนยังไม่เข้ามา ทั้งนี้เป็นผลมาจากการติดเชื้อของไวรัสโควิด-19 และคาดการณ์ว่าราคาผลไม้ของไทยจะสามารถระบายได้เฉพาะตลาดในประเทศในราคาที่ต่ำกว่าปีที่ผ่านๆ มา

ส่วนความคาดหวังของตลาดการเกษตรหรือผลไม้ไทยที่จะส่งออกไปจีนอย่างเฟื่องฟูเหมือนปีที่ผ่านมาคงต้องผ่านวิกฤตโควิด-19 นี้ไปก่อน ไม่ได้หมายความว่าดีมานต์ของตลาดจีนไม่มี แต่ความเสี่ยงของการติดเชื้อจะมีผลต่อโลจิสติกส์ในการขนถ่ายสินค้าที่อาจมีการปนเปื้อนเชื้อโรค

แม้ว่าจีนประกาศว่าจะพยายามแก้ไขปัญหาเรื่องโรคโควิด-19 ให้ยุติให้ได้ภายในกลางปี แต่ก็ไม่ได้หมายความว่าเราจะสามารถส่งออกสินค้าไปจีนได้ทันที อย่างน้อยต้องให้เวลาจีนไม่น้อยกว่า 6 เดือนจัดการเก็บกวาดภายในประเทศ สร้างความมั่นใจและบรรยากาศการจับจ่ายใช้สอย การบริโภคกลับมา

ส่วนตลาดสินค้าในหมวดอื่นๆ ก็ชะลอการส่งออกไปเช่นกัน เพราะมีความวิตกกังวลเรื่องการปนเปื้อนการติดเชื้อผ่านสินค้าในระบบโลจิสติกส์ ศูนย์วิจัยกสิกรไทยได้ประเมินว่าวิกฤตไวรัสโควิด-19 ในจีน กระทบภาคการผลิตไทยสูญเสียไม่ต่ำกว่า 1,500 ล้านดอลลาร์สหรัฐ

ศูนย์วิจัยกสิกรไทยระบุว่าถ้าหากการแพร่กระจายของไวรัสกินเวลานานตลอด 1 ถึง 3 เดือน จากข้อมูลเบื้องต้นขณะนี้ ศูนย์วิจัยกสิกรไทย ประเมินว่า มีผลทำให้เศรษฐกิจไทยได้รับผลกระทบไม่ต่ำกว่า 1,500 ล้านดอลลาร์ฯ โดยยังต้องติดตามสถานการณ์ต่างๆ อย่างใกล้ชิด

ถ้าหากเชื้อไวรัสลุกลามไปสู่พื้นที่เศรษฐกิจสำคัญอื่นๆ จนทางการต้องใช้มาตรการปิดเมืองเพิ่มเติม ผลกระทบที่มีต่อเศรษฐกิจไทยอาจขยับสูงขึ้นแตะกรอบบนของประมาณการที่ 6,000 ล้านดอลลาร์ฯ โดยผลกระทบดังกล่าวแบ่งเป็น

1.ผลกระทบด้านการส่งออกของไทยที่สูญเสียไป 900-1,500 ล้านดอลลาร์ฯ ตามกำลังซื้อในจีนและกิจกรรมการผลิตที่ซบเซามีผลให้การส่งออกสินค้าขั้นกลางของไทยไปจีนที่ได้รับผลกระทบหลักๆ อยู่ในกลุ่มอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ เม็ดพลาสติก ซึ่งสถานการณ์ดังกล่าวยิ่งซ้ำเติมธุรกิจส่งออกของไทยที่ยังต้องเผชิญการอ่อนแรงจากผลพวงของสงครามการค้าระหว่างสหรัฐฯ กับจีนมากขึ้นไปอีก

2.ผลจากการขาดแคลนวัตถุดิบนำเข้าจากจีนส่งผลต่อภาคการผลิตของไทยคิดเป็นมูลค่า 600-4,500 ล้านดอลลาร์ฯ โดยธุรกิจเฉพาะธุรกิจไทยที่พึ่งพาการนำเข้าวัตถุดิบจากต่างประเทศในสัดส่วนที่สูงและนำจีนเป็นหลักอย่างชิ้นส่วนอิเล็กทรอนิกส์สำหรับคอมพิวเตอร์และยานยนต์ในกลุ่มวงจรพิมพ์ แบตเตอรี่/เซลล์ปฐมภูมิสำหรับอุปกรณ์ไฟฟ้า

รวมถึงกลุ่มเคมีภัณฑ์อนินทรีย์และเคมีภัณฑ์อินทรีย์ ยางรถยนต์ ส่วนประกอบรถยนต์ ตัวถังรถยนต์ นอกจากนี้ ยังมีธุรกิจต่อเนื่องที่เกี่ยวกับการผลิตแก้ว เซรามิก และเหล็กก็อาจประสบปัญหาเดียวกัน

โควิด-19 ทำท่องเที่ยวเงียบสนิท สายป่านยาวอึด สายป่านสั้นออกจากวงการ

นับตั้งแต่ข่าวแพร่ระบาดของไวรัสโควิด-19 ก็ถือได้ว่าเป็นการชัดดาวน์ธุรกิจอุตสาหกรรมการท่องเที่ยวของไทย ไม่ว่าจะเป็นตลาดภูเก็ต พังงา เชียงใหม่ แม้กระทั่งกรุงเทพฯยอดการเข้าพักของนักท่องเที่ยวลดลงอย่างฮวบฮาบ ปรากฏการณ์นี้เป็นปรากฏการณ์ที่เหงาๆ อย่างไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อนของอุตสาหกรรมนี้

จากนี้ไปจนถึงสิ้นปี เพราะต้องไม่ลืมว่าแม้ว่าโรคโควิด-19 จะคลี่คลายลงในไม่นานนี้แต่ก็ไม่ได้หมายความว่าหยุดโรคปุ๊ปคนก็จะมาเที่ยวปั๊บ ธุรกิจการท่องเที่ยวเป็นธุรกิจต้องใช้บรรยากาศของความเชื่อมั่น และอารมณ์สุนทรีย์พอสมควร ดังนั้นรายที่เปิดมาก่อนหน้านี้ประมาณ 10 ปี และการดำเนินธุรกิจได้ผ่านจุดคุ้มทุนไปแล้วจะได้เปรียบ เพราะแม้ไม่มีลูกค้าเข้ามาก็จะไม่มีค่าใช้จ่ายด้านลงทุน การจัดการง่ายกว่าในรายที่เพิ่งลงทุนในรอบ 5 ปีนี้ แล้วยังไม่คุ้มทุน

คนพวกนี้จัดเป็นสายป่านสั้น ต้องเผชิญปัญหาโสหุ้ยของทุนที่ลงไป โดยเฉพาะโฮลท์เทลต่างๆ จะเป็นผู้ประกอบการรายเล็กที่ไปกู้เงินมา และโดยธรรมชาติของการคุ้มทุนของธุรกิจจะอยู่ที่ประมาณ 3-5 ปี นี่ยังไม่นับรวมซัพพลายเชนของธุรกิจท่องเที่ยวที่เป็นซัพพลายเชนที่ลึกกว้าง เป็นเครือข่ายทั้งรายใหญ่และโอท็อปทั้งหลายต้องได้รับผลกระทบไปด้วย

 

 

การบริโภคภายในขึ้นอยู่กับกระเป๋าตังค์ของเกษตรกร

การบริโภคภายในประเทศนับเป็นหนึ่งในเครื่องจักรขับเคลื่อนเศรษฐกิจไทย หากการบริโภคภายในประเทศดี ก็จะเกิดการหมุนเวียนเงินสดภายในประเทศเกิดขึ้น ซึ่งต้นทางที่จะทำให้การขับเคลื่อนของการบริโภคภายในประเทศได้ขับเคลื่อนคือเกษตรกร เพราะเป็นประชากร 80 % ของประเทศ

ปีนี้ไทยเผชิญกับปัญหาภัยแล้งอย่างไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อนในรอบ 10 ปีที่ผ่านมา ซึ่งจะส่งผลผลิตออกสู่ตลาดน้อย โดยเฉพาะอย่างยิ่งข้าว ซึ่งเป็นสินค้าส่งออกอันดับ 1 ในหมวดสินค้าส่งออกของไทย เมื่อรายได้ของเกษตรกรในปีนี้ต่ำกว่าทุกปีที่ผ่านมา จะส่งผลต่ออำนาจการซื้อและการใช้จ่ายของคนกลุ่มใหญ่ของประเทศ เพราะคนกลุ่มนี้เมื่อจ่ายแล้วก็จะส่งผลให้สินค้าคอนซูเมอร์อื่นๆ ได้ขับเคลื่อน วงจรการค้าอื่นๆ ได้ขยับ

งบลงทุนภาครัฐ

ส่วนหนึ่งที่ทำให้เศรษฐกิจของไทยอยู่ในภาวะขาดน้ำ หรือสะดุดลง เพราะการเบิกจ่ายงบประมาณแผ่นดินได้ล่าช้าประมาณ 6 เดือน ซึ่งขณะนี้งบประมาณได้ลงสู่สายปฏิบัติการแล้ว ซึ่งคาดว่าปีนี้จะเป็นเพียงฟันเฟืองเดียวที่ทรงประสิทธิภาพในการประคับประคองเศรษฐกิจไทย

ปัจจัยทางการเมืองยังเป็นความเสี่ยง

แม้ว่ารัฐบาลพล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชาได้ผ่านการไว้วางใจจากสภาผู้แทนราษฎรเป็นที่เรียบร้อยแล้ว และมีความชอบธรรมในการบริหารประเทศต่อไป แต่สิ่งที่เกิดขึ้นคือความเคลื่อนไหวทางการเมืองจากนอกสภาเริ่มก่อตัวขึ้น จริงอยู่หลายคนยังมีภาพหลอนจากเหตุการณ์ประท้วงลงถนนเมื่อหลายปีผ่านมา จึงทำให้หลายฝ่ายไม่สามารถประเมินได้ว่าทางรัฐบาลจะสามารถบริหารความเคลื่อนไหวนอกสภาให้ได้รับความชอบธรรมทั้งสองฝ่าย ไม่ริดรอนสิทธิประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข และประคับประคองเศรษฐกิจไทยที่มีปัจจัยต่างๆ รุมเร้า

กล่าวโดยสรุป ในปีนี้เป็นปีที่ไม่ค่อยสดใสด้านเศรษฐกิจไทยนัก บางทีเราอาจจะลดความสำคัญของอัตราการเติบโตทางเศรษฐกิจ หรือจีดีพีลง และหันมาสนใจกับการแก้ไขปัญหาจักรกลต่างๆ ให้ได้รับผลกระทบหรือบาดเจ็บให้น้อยที่สุด ก็เหมือนกับเราหันมาแก้ไขอะไหล่ทางเศรษฐกิจของเราให้เข้มแข็ง และเมื่อปัจจัยลบต่างๆ คลี่คลายเครื่องยนต์ทุกจุดจะได้ขับเคลื่อนประเทศไทยต่อไป.

 

ข่าวอื่นที่น่าสนใจ