ผู้แทนการค้าของสหรัฐฯ (USTR) ระบุ ระงับสิทธิพิเศษ GSP จะมีผลบังคับใช้ในวันที่ 25 เม.ย.2563 มุ่งเน้นผลิตภัณฑ์ของไทยที่มีสหรัฐฯ เป็นตลาดหลัก
สื่อต่างประเทศรายงานว่า จากกรณีที่ ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ แห่งสหรัฐฯ ได้ลงนามคำสั่งระงับการให้สิทธิพิเศษทางภาษีศุลกากรเป็นการทั่วไป (GSP) แก่ประเทศไทยเมื่อวานนี้ เนื่องจากรัฐบาลไทยประสบความล้มเหลวในการยกระดับสิทธิแรงงานให้เท่าเทียมกับมาตรฐานโลก อาทิ การปกป้องเสรีภาพในการสมาคมและการเจรจาต่อรอง
อ่านข่าว ทรัมป์ อ้างสิทธิแรงงาน ตัดจีเอสพีไทย มูลค่ากว่า 1,300 ล้านดอลลาร์
โดยสำนักงานผู้แทนการค้าของสหรัฐ (USTR) ระบุในแถลงการณ์ว่า การระงับสิทธิพิเศษดังกล่าวจะมีผลบังคับใช้ในวันที่ 25 เม.ย.2563 โดยจะมุ่งเน้นไปที่ผลิตภัณฑ์ของไทยที่มีสหรัฐฯ เป็นตลาดที่ค่อนข้างสำคัญ อย่างไรก็ตาม สินค้าจากประเทศไทยมีสัดส่วนค่อนข้างน้อยในการนำเข้าไปยังสหรัฐฯ
แถลงการณ์ระบุด้วยว่า สหรัฐจะเพิกถอนสิทธิ GSP ของผลิตภัณฑ์อาหารทะเลทั้งหมดของไทยด้วย อันเนื่องมาจากปัญหาด้านสิทธิแรงงานที่ยืดเยื้อมายาวนานในอุตสาหกรรมอาหารทะเล และการเดินเรือ
ทั้งนี้ สำหรับการตัดสิทธิจีเอสพีดังกล่าว ไม่ได้ตัดเป็นการสิทธิสินค้าส่งออกภายใต้จีเอสพีทั้งหมด แต่จะตัดสิทธิเพียง 1 ใน 3 หรือในกว่า 3,500 รายการ ที่ ซึ่งในปี 2561 ไทยใช้สิทธิส่งออกไปสหรัฐฯ คิดเป็นมูลค่าประมาณ 3,200 ล้านเหรียญสหรัฐ จากมูลค่าที่ได้รับสิทธิส่งออกทั้งหมด 4,800 ล้านเหรียญสหรัฐ หรือคิดเป็นการใช้สิทธ 66% ส่งผลให้สินค้าไทยในกลุ่มที่ถูกตัดสิทธิต้องเสียภาษีนำเข้าในอัตราปกติที่เฉลี่ย 4-5% จากเดิมที่ไม่ต้องเสียภาษีนำเข้าเลย
ข่าวอื่นที่น่าสนใจ
ทรัมป์ อ้างสิทธิแรงงาน ตัดจีเอสพีไทย มูลค่ากว่า 1,300 ล้านดอลลาร์
