บรรจุภัณฑ์จากเห็ดไมซีเลียม ทางเลือกใหม่แทนโฟม ลดขยะพลาสติกสู่เศรษฐกิจหมุนเวียน

บรรจุภัณฑ์จากเห็ดไมซีเลียม ทางเลือกใหม่แทนโฟม ลดขยะพลาสติกสู่เศรษฐกิจหมุนเวียน

รู้จัก “บรรจุภัณฑ์จากเห็ดไมซีเลียม” นวัตกรรมวัสดุชีวภาพที่อาจเข้ามาแทนโฟม EPS ย่อยสลายได้ ลดขยะพลาสติก และช่วยขับเคลื่อนเศรษฐกิจหมุนเวียนอย่างยั่งยืน

ในช่วงหลายปีที่ผ่านมา “โฟม” หรือ Expanded Polystyrene (EPS) ยังคงเป็นวัสดุบรรจุภัณฑ์ที่ได้รับความนิยมทั่วโลก เพราะมีน้ำหนักเบา ราคาถูก และช่วยป้องกันแรงกระแทกได้ดี แต่ในอีกด้านหนึ่ง วัสดุชนิดนี้กลับเป็นหนึ่งในต้นเหตุสำคัญของปัญหาขยะพลาสติกที่ส่งผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม โดยเฉพาะระบบนิเวศทางทะเลที่ต้องเผชิญกับไมโครพลาสติกและขยะที่ย่อยสลายได้ยากนานหลายร้อยปี

ท่ามกลางความพยายามลดการใช้พลาสติกแบบใช้ครั้งเดียวทิ้ง นักวิจัยและภาคอุตสาหกรรมจึงหันมาพัฒนาวัสดุทางเลือกที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม หนึ่งในนวัตกรรมที่ได้รับความสนใจมากที่สุดคือ บรรจุภัณฑ์จากเห็ดไมซีเลียม (Mycelium Packaging) ซึ่งใช้ธรรมชาติเป็นกระบวนการผลิตแทนการพึ่งพาปิโตรเลียม

 

อ้างอิง : prosumerconstruction

 

โฟม EPS ทำไมจึงเป็นปัญหาต่อสิ่งแวดล้อม

โฟม EPS ถูกนำมาใช้ในกล่องอาหาร แก้วเครื่องดื่ม และวัสดุกันกระแทกสำหรับสินค้าอิเล็กทรอนิกส์จำนวนมาก แม้ว่าจะใช้งานสะดวก แต่กลับมีข้อจำกัดด้านสิ่งแวดล้อมหลายประการ ได้แก่

  • ย่อยสลายตามธรรมชาติได้ยาก อาจใช้เวลาหลายร้อยปี
  • แตกตัวเป็นไมโครพลาสติกที่กระจายผ่านลมและแหล่งน้ำ
  • สัตว์ทะเล เช่น เต่าทะเล นกทะเล และปลา อาจเข้าใจผิดว่าเป็นอาหาร ส่งผลให้เกิดการอุดตันในระบบทางเดินอาหารและเสียชีวิต
  • รีไซเคิลได้ยาก เนื่องจากมีน้ำหนักเบา ปนเปื้อนง่าย และมีต้นทุนการรีไซเคิลสูง

ด้วยเหตุนี้ หลายประเทศจึงเริ่มออกมาตรการจำกัดการใช้โฟมแบบใช้ครั้งเดียว พร้อมผลักดันการใช้วัสดุที่สามารถหมุนเวียนกลับสู่ธรรมชาติได้มากขึ้น

บรรจุภัณฑ์จากเห็ดไมซีเลียม คืออะไร

ไมซีเลียม (Mycelium) คือโครงข่ายเส้นใยใต้ดินของเห็ด ซึ่งทำหน้าที่ดูดซับสารอาหารและช่วยให้เห็ดเจริญเติบโต นักวิจัยนำคุณสมบัตินี้มาประยุกต์ใช้ โดยนำไมซีเลียมมาผสมกับเศษวัสดุทางการเกษตร เช่น เปลือกข้าวโพด แกลบ หรือเส้นใยป่าน

เมื่อปล่อยให้เส้นใยเจริญเติบโตภายในแม่พิมพ์ประมาณ 5–7 วัน ไมซีเลียมจะยึดเกาะวัสดุเหล่านี้เข้าด้วยกันจนกลายเป็นบรรจุภัณฑ์ที่แข็งแรง จากนั้นจึงผ่านกระบวนการอบเพื่อหยุดการเจริญเติบโต ทำให้ได้วัสดุพร้อมใช้งานที่ปลอดภัยและคงรูป

 

จุดเด่นของบรรจุภัณฑ์จากเห็ดไมซีเลียม

เมื่อเปรียบเทียบกับโฟม EPS บรรจุภัณฑ์จากไมซีเลียมมีข้อได้เปรียบหลายด้าน ได้แก่

  • ย่อยสลายได้ตามธรรมชาติภายในไม่กี่สัปดาห์เมื่อทำปุ๋ยหมัก
  • ผลิตจากวัสดุเหลือใช้ทางการเกษตร ลดการใช้ทรัพยากรใหม่
  • ใช้พลังงานในการผลิตต่ำกว่าวัสดุจากปิโตรเลียม
  • ไม่มีสารตกค้างที่เป็นอันตรายต่อสัตว์หรือระบบนิเวศ
  • มีคุณสมบัติดูดซับแรงกระแทกและเป็นฉนวนใกล้เคียงกับโฟม EPS

คุณสมบัติเหล่านี้ทำให้ไมซีเลียมได้รับการยกให้เป็นวัสดุชีวภาพที่สอดคล้องกับแนวคิด Circular Economy หรือเศรษฐกิจหมุนเวียน ซึ่งมุ่งลดของเสียและนำทรัพยากรกลับมาใช้ประโยชน์ให้มากที่สุด

 

ยังมีความท้าทายที่ต้องพัฒนา

แม้จะมีข้อดีหลายด้าน แต่บรรจุภัณฑ์จากไมซีเลียมยังเผชิญข้อจำกัดบางประการ เช่น

  • ระยะเวลาการผลิตนานกว่าการผลิตโฟมทั่วไป
  • ต้นทุนยังสูงกว่าวัสดุพลาสติกในบางตลาด
  • ต้องเพิ่มกำลังการผลิตเพื่อรองรับความต้องการในระดับอุตสาหกรรม
  • การใช้งานบางประเภทที่ต้องเก็บรักษาสินค้าเป็นเวลานานยังต้องมีการศึกษาประสิทธิภาพเพิ่มเติม

อย่างไรก็ตาม ความก้าวหน้าด้านวัสดุชีวภาพและการวิจัยอย่างต่อเนื่อง ทำให้หลายฝ่ายเชื่อว่าต้นทุนและข้อจำกัดเหล่านี้จะค่อย ๆ ลดลงในอนาคต

ก้าวสำคัญของบรรจุภัณฑ์เพื่อโลกที่ยั่งยืน

การลดปริมาณขยะพลาสติกไม่ใช่เพียงการงดใช้พลาสติกเท่านั้น แต่ยังรวมถึงการพัฒนาวัสดุที่สามารถคืนกลับสู่ธรรมชาติได้อย่างปลอดภัย บรรจุภัณฑ์จากเห็ดไมซีเลียมจึงเป็นตัวอย่างของนวัตกรรมที่นำทรัพยากรชีวภาพและเศษวัสดุเหลือใช้มาสร้างมูลค่าใหม่ พร้อมลดการพึ่งพาวัตถุดิบจากปิโตรเลียม

แม้ว่าวัสดุชนิดนี้อาจยังไม่สามารถทดแทนโฟม EPS ได้ทั้งหมดในปัจจุบัน แต่การเริ่มนำมาใช้งานในภาคธุรกิจและอุตสาหกรรมถือเป็นสัญญาณสำคัญว่า แนวคิดด้านบรรจุภัณฑ์กำลังเปลี่ยนผ่านจากการสร้างของเสีย ไปสู่การออกแบบวัสดุที่สอดคล้องกับธรรมชาติและเป้าหมายการพัฒนาอย่างยั่งยืนในระยะยาว

 

ที่มา : seabinfoundation

 

เรื่องอื่นๆที่น่าสนใจ

https://esguniverse.com/content/sme-d-bank-ep-2-

Developed by sarunyacrop