“ยุติธรรม-สาธารณสุข” ลงนามเตรียมยกเลิกกระท่อม-กัญชา “สมศักดิ์” มั่นใจกระท่อมผ่านครม.แน่ ขณะที่ “อนุทิน” ชี้กัญชาไม่ถึงขั้นเสรี สูบข้างถนน
นายสมศักดิ์ เทพสุทิน รัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม ลงนามบันทึกข้อตกลงว่าด้วย ความร่วมมือ ในการดำเนินการเพื่อยกเลิกพืชกระท่อมจากยาเสพติดให้โทษ และบันทึกข้อตกลงว่าด้วนความร่วมมือในการดำเนินการเพื่อพิจารณายกเลิกพืชกัญชาจากยาเสพติดให้โทษ ร่วมกับ นายอนุทิน ชาญวีรกูล รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข เพื่อวางรากฐานการศึกษาและวิเคราะห์แนวทางผลกระทบที่อาจเกิดขึ้น อย่างรอบด้านให้ประเทศไทยสามารถใช้ประโยชน์จากพืชกระท่อมและพืชกัญชาให้มีประสิทธิภาพ โดยมี ศาสตราจารพิเศษ นายวิศิษฎ์ วิศิษฎ์สรอรรถ ปลัดกระทรวงยุติธรรม นายนิยม เติมศรี เลขาธิการ ป.ป.ส. พร้อมด้วยผู้แทนจากหน่วยงานภาคีที่เกี่ยวข้อง ร่วมเป็นสักขีพยาน ณ กระทรวงยุติธรรม

โดย นายสมศักดิ์ บอกว่า วันนี้ถือว่าแสดงถึงเจตนารมณ์ ที่เป็นประโยชน์ทางการแพทย์ และสร้างโอกาสทางเศรษฐกิจ พร้อมช่วยให้ประเทศมีกำลังซื้อ ซึ่งส่วนตัวสนับสนุน รมว.สาธารณสุข ในการนำพืชกระท่อม ออกจากสารเสพติด เพราะเห็นว่า พืชกระท่อมก็เป็นส่วนหนึ่งที่มีการนำเข้า และมีการค้าขายส่งออกในหลายประเทศ โดยสร้างมูลค่ามหาศาล ซึ่งวันถือเป็นประวัติศาสตร์ของประเทศ
อย่างไรก็ตาม ในอดีตตั้งแต่ปี 2486 ประเทศไทยออกกฎหมาย เพื่อเอื้อบุคคลกลุ่มหนึ่ง ที่เป็นโรงฝิ่น โดยขึ้นบัญชีคนเสพฝิ่น เพื่อต้องการภาษี รวมถึงเพื่อห้ามพืชกระท่อม ซึ่งถือว่ามีประเทศเดียวในโลก แต่วันนี้เริ่มศึกษาในการถอนออกจากสารเสพติด โดยคณะทำงานต้องใช้เวลาอย่างประหยัดในการศึกษา เพื่อไม่ให้เสียโอกาส การลงนามวันนี้ถือเป็นของขวัญให้กับประชาชนเนื่องในโอกาสปีใหม่ นอกจากนี้ ได้ขอความร่วมมือ ส.ส.ในสภาฯ ให้ช่วยกันผลักดัด พร้อมมั่นใจว่า จะผ่านการเห็นชอบจากคณะรัฐมนตรี

ด้าน นายอนุทิน ชาญวีรกูล รัฐมนตรีว่ากระทรวงสาธารณสุข และ รองนายกรัฐมนตรี ระบุว่า การแก้ไขกฎหมายใช้กัญชารักษาโรค ได้มุ่งเน้นการแพทย์มากกว่าด้านอื่นๆ ส่วนพืชกระท่อมยังไม่ได้ถูกคุมเท่ากัญชา โดยมีความคล่องตัวในการผลักดันมากกว่า ซึ่งส่วนตัวอยากให้ออกจากการเป็นยาเสพติด และคุ้มครองสิทธิทางการแพทย์ เพื่อความมั่นคงด้านยาของประเทศ แต่ก็ต้องศึกษาวิเคราะห์อย่างละเอียด
จากนั้นภายหลังพิธีลงนาม ทั้ง 2 รัฐมนตรีได้ให้สัมภาษณ์กับสื่อมวลชนเพื่อเติม โดยนายสมศักดิ์ ระบุว่า ในส่วนของการดำเนินการ นำกระท่อมมาใช้ประโยชน์ จะมีขั้นตอนตามมาว่าจะใช้ได้แค่ไหนอย่างไร ซึ่งการปลดล็อค ในช่วงแรกจะเป็นนโยบายและหลักการ ส่วนเรื่องรายละเอียดจะต้องมีการร่างข้อบังคับขึ้นมา ถึงแนวทางการปฏิบัติ

เมื่อถามว่ากระท่อมจะถูกกฎหมายได้เมื่อไหร่และผู้ที่ถูกดำเนินคดีที่เกี่ยวกับกระท่อมจะมีการนิรโทษกรรมหรือไม่ นายสมศักดิ์ ตอบว่า ในเรื่องของกฎหมายจะเป็นกลไกลของรัฐสภา โดยจะถูกกฎหมายช้า หรือ เร็ว ก็ขึ้นอยู่กับกลไกลนี้ ส่วนการนิรโทษกรรม ยังอยู่ระหว่างการปรึกษาหารือของกระทรวงยุติธรรมว่าจะเดินไปในช่วงไหนอย่างไร
ส่วนนายอนุทิน ยืนยัน ผลักดันในเรื่องของกัญชาอย่างต่อเนื่อง ซึ่งขณะนี้สามารถเริ่มใช้ในทาง การแพทย์ได้บ้างแล้ว เมื่อถามว่า นโยบายกัญชาของพรรคภูมิใจไทย จะไม่สามารถใช้ สันทนการได้แล้วใช่หรือไม่ นายอนุทิน มองว่า การใช้กัญชาเพื่อการสันทนการคือการใช้ประโยชน์ อาทิ การใช้เป็นส่วนผสมอาหารในครัวเรือน ซึ่งถ้ามีการให้ข้อมูลเรื่องปริมาณการใช้ที่ถูกต้อง ก็จะไม่มีปัญหา เพราะจะเป็นการช่วยลดความเครียด โดยถ้าใช้ในปริมาณที่ปลอดภัย ก็จะไม่มีปัญหา พร้อมยอมรับว่า ไม่ใช่การซื้อขาย หรือ สูบกันบนท้องถนน ซึ่งทุกอย่างต้องอยู่การควบคุมและกำกับดูแล
สำหรับบันทึกข้อตกลงฯ เพื่อยกเลิกพืชกระท่อม และพิจารณายกเลิกพืชกัญชาจากยาเสพติดให้โทษ เป็นการกำหนดขอบเขตความร่วมมือระหว่าง 2 กระทรวง โดยได้พิจารณา เสนอแนะแนวทาง รวมถึงรวบรวมข้อมูลกฎหมายและข้อมูลทางวิชาการเสนอต่อรัฐบาลเพื่อประกอบการเสนอร่างกฎหมายเพื่อการยกเลิกพืชกระท่อมจากยาเสพติด นอกจากนี้ยังศึกษาสภาพปัญหา แนวทางการยกเลิกพืชกัญชาจากกฎหมายเพื่อประโยชน์ทางการแพทย์ อีกทั้งพิจารณา ให้ความเห็นแนวทางการสนับสนุนให้บุคลากรทางการแพทย์และประชาชนใช้ประโยชน์ จากพืชกัญชาอย่างถูกต้อง ตลอดจนมาตรการควบคุมที่เหมาะสมกับประเทศไทย
ข่าวอื่นที่น่าสนใจ
หมอแนะ “กด 5 จุด” คลายง่วง-ป้องกันหลับใน ลดอุบัติเหตุท้องถนน
