งานวิจัยชี้ อีก 30 ปี “กรุงมะนิลา” อาจจมบาดาล

งานวิจัยชี้ อีก 30 ปี “กรุงมะนิลา” อาจจมบาดาล

สื่อนอกตีข่าวผลวิจัยด้านสภาพภูมิอากาศระบุ อีก 30 ปี หลายเมืองของฟิลิปปินส์อาจน้ำท่วม ผงะมี “กรุงมะนิลา” เมืองหลวงร่วมอยู่ด้วย จี้รัฐบาลต้องเตรียมรับมือ หวั่นกระทบ 6.8 ล้านชีวิต

สื่อต่างประเทศตีข่าว โดยอ้างผลงานวิจัยด้านสภาพภูมิอากาศโลกที่ตีพิมพ์ในวารสารชื่อ Nature Communications ซึ่งพบว่าในหัวข้อ Climate Central หรือจุดศูนย์กลางการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ ใจความสำคัญของงานวิจัยชิ้นนี้ ระบุว่า ประเทศฟิลิปปินส์ จะเป็นประเทศที่มีความเสี่ยงต่อการถูกน้ำท่วมทั้งประเทศมากที่สุดอีกแห่งของโลก โดยเฉพาะกับพื้่นที่ของกรุงมะนิลา เมืองมาลาบอง เมืองบูลาคัน เมืองวาเลนซูเอลา และเมืองปาซา ซิตี้ ซึ่งในอีก 30 ปีข้างหน้า หรือในปี 2592 หรือปีค.ศ.2050 จะเกิดน้ำท่วมในตัวเมืองดังกล่าว

ทั้งนี้ หากเหตุการณ์ดังกล่าวเกิดขึ้นจริงตามผลงานวิจัย จะมีผลกระทบต่อประชาชนฟิลิปปินส์ที่อาศัยอยู่ในเมืองตามข้างต้นถึง 8.6 ล้านคน และหากกรุงมะนิลา และเมืองปาซา ซิตี้ จมน้ำจะทำให้เกิดชายหาดแห่งใหม่ขึ้นในเมืองมากาติ ซึ่งถูกตั้งเป็นเมืองเศรษฐกิจแห่งใหม่ของฟิลิปปินส์

สำนักข่าวเสตรทไทมส์ ของสิงคโปร์ ระบุด้วยว่า ฟิลิปปินส์อยู่ในความเสี่ยงอย่างมากต่อการเกิดหายนะทางสิ่งแวดล้อม และมีคำถามจากสาธารณะว่ารัฐบาลฟิลิปปินส์ภายใต้การนำของนายโรดริโก้ ดูเตอร์เต้ ประธานาธิบดี จะดำเนินการอย่างต่อไปในการรับมือ หลังจากก่อนหน้านี้ ได้ระงับเงินกู้จำนวน 36 ล้านดอลลาร์สหรัฐฯ จากเยอรมนี เพื่ออุดหนุนในโครงการศึกษาผลกระทบการเปลี่ยนแปลสภาพภูมิอากาศ ซึ่งหากในอีก 30 ปีข้างหน้าเกิดเหตุการณ์เลวร้ายขึ้นจะยิ่งสร้างผลกระทบอย่างใหญ่หลวงต่อประชาชน เศรษฐกิจประเทศ และแน่นอนว่าจะมีผลกระทบต่อความมั่นคงอีกด้วย

ข่าวอื่นที่น่าสนใจ

จำคุกสาวออสซี่ปลอมเรซูเม่สมัครงานกินเงินเดือนกว่า 6 แสนบาท

Developed by sarunyacrop