สั่งแต่งตั้งคณะกรรมการตรวจสอบกรณีข้อพิพาทที่ตำรวจประจำศาลจังหวัดจันทบุรี เป็นผู้ส่งปืนให้เสมียนทนายเองหรือเป็นการแย่งปืนไป ลั่นไกยิง “พล.ต.ต.ธารินทร์ จันทราทิพย์” อดีตรองจเรตำรวจ เสียชีวิตกลางห้องพิจารณาคดี

วันนี้ (15 พ.ย.) เวลา 13.30 น. ที่สำนักงานตำรวจแห่งชาติ (ตร.) พ.ต.อ.กฤษณะ พัฒนเจริญ รองโฆษก ตร. กล่าวถึงความคืบหน้าเหตุยิงกันภายในศาลจังหวัดจันทบุรี มีผู้เสียชีวิต 3 ราย บาดเจ็บ 2 ราย ว่า ขณะนี้ยังไม่ชัดเจนว่าร.ต.อ.ขจร บรรจง ตำรวจประจำศาลจังหวัดจันทบุรี ส่งปืนหรือถูกนายธนากร ธีรวโรดม แย่งปืนไปยิงพล.ต.ต.ธารินทร์ จันทราทิพย์ อดีตจเรตำรวจเสียชีวิตกลางห้องพิจารณาคดี
ทั้งนี้ พล.ต.ท.มนตรี ยิ้มแย้ม ผบช.ภ.2 มีคำสั่งตั้งคณะกรรมการตรวจสอบข้อเท็จจริงประเด็นนี้แล้ว คาดว่าไม่นานจะทราบผล เบื้องต้นร.ต.อ.ขจร ให้การประกอบสำนวนชันสูตรศพอดีตจเรตำรวจ ว่าในวันเกิดเหตุทราบว่ามีเหตุการณ์ยิงกันในศาลเกิดขึ้น จึงไปนำอาวุธปืนพกประจำกายขนาด.45 เข้ามาในศาล ก่อนถูกนายธนากร ผู้ต้องหาแย่งปืนไปก่อเหตุ ซึ่งกระบวนการตรวจสอบจะดำเนินการคู่ขนาดไปกับสำนวนคดีการเสียชีวิตของอดีตจเรตำรวจ
ส่วนกรณีพนักงานสอบสวนตั้งข้อหาฆ่าผู้อื่นโดยเจตนากับนายธนากร หนักเกินจริงหรือไม่ พ.ต.อ.กฤษณะ กล่าวว่า เป็นการตั้งข้อหาตามข้อเท็จจริงของเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น ประกอบกับการทำสำนวนของตำรวจเป็นระบบกล่าวหา ซึ่งผู้ถูกกล่าวหาสามารถหักล้างข้อกล่าวหาได้ถ้าเห็นว่าเป็นข้อหาที่หนักเกินจริง

ทั้งนี้ หลังเกิดเหตุการณ์ใช้อาวุธปืนยิงกลางศาล 3 เหตุการณ์ ทั้งผู้พิพากษายิงตัวที่ศาลจังหวัดยะลา นักโทษใช้ปืนแหกห้องควบคุมศาลจังหวัดพัทยา และล่าสุดคดียิงกลางศาลจังหวัดจันทบุรี ทางศาลยังไม่ได้ประสานขอกำลังจากสำนักงานตำรวจแห่งชาติเข้าไปดูแลความปลอดภัยบริเวณศาลเป็นพิเศษ เนื่องจากในส่วนบริเวณศาลมีกฎหมายบังคับใช้ชัดเจน เจ้าหน้าที่ตำรวจไม่สามารถพกพาอาวุธปืนเข้าไปได้
ด้าน พ.ต.อ.คมน์ศรน์ มาบำรุง ผู้กำกับการ สภ.เมืองจันทบุรี เปิดเผยข้อเท็จจริงเกี่ยวกับเรื่องการสอบสวน ร.ต.อ.ขจร บรรจง รองสารวัตรฝ่ายป้องกันและปราบปราม ปฏิบัติงานตำรวจศาล ซึ่งเป็นผู้อยู่ในเหตุการณ์ยิงกันในห้องพิจารณาคดี และเป็นเจ้าของอาวุธปืนที่เสมียนทนาย นำไปใช้ยิง พล.ต.ต.ธารินทร์ เสียชีวิต โดยส่วนตัวของ ร.ต.อ.ขจร หลังเกิดเหตุทางผู้บังคับบัญชาได้เรียกตัวเข้ามาให้ปากคำกับพนักงานสอบสวน สภ.เมืองจันทบุรี ไว้แล้วเบื้องต้นพบว่า ร.ต.อ.ขจร อยู่ในอาการเครียดและอิดโรย ซึ่งเป็นผลจากโรคประจำตัว ประกอบกับเพิ่งเจอภาวะสถานการณ์รุนแรงที่เกิดขึ้นในศาลระหว่างที่ปฏิบัติหน้าที่ ส่งผลทำให้สภาพจิตใจย่ำแย่ และไม่พร้อมให้การต่อเจ้าหน้าที่
เบื้องต้นจึงได้จัดกำลังเจ้าหน้าที่ตำรวจพาตัวไปพักผ่อนเพื่อให้มีการฟื้นฟูร่างกายและจิตใจ พร้อมจัดกำลังเฝ้าดูแลตลอด โดยในเร็ววันนี้จะนำตัวมาสอบสวนข้อเท็จจริงต่อไป ซึ่งขณะนี้อยู่ระหว่างการตั้งคณะกรรมการสอบสวนทั้งในส่วนของคดี และเรื่องวินัย
ข่าวอื่นที่เกี่ยวข้อง
เผย “อดีตนายพลตำรวจ” ยิงคู่กรณีกลางศาลจันทบุรี
