จิตแพทย์ถามกลับคนไทยปม “แว่นหัวร้อน” ใครบ้ากว่ากัน

จิตแพทย์ถามกลับคนไทยปม “แว่นหัวร้อน” ใครบ้ากว่ากัน

จิตแพทย์ชื่อดังโพสต์เฟซบุ๊กถามกลับพวกล่าแม่มดปมหนุ่มแว่นนักเรียนนอกหัวร้อนด่าทอคนไทย “ใครบ้ากว่ากัน”

“นพ.กัมปนาท” สงสัยคนถ่ายคลิป “หนุ่มแว่น” ไม่รู้หรือว่าป่วยทางจิต ถึงเอามาโพสต์ทำให้ตัวเองดูเป็นผู้น่าสงสาร ลั่นอยากรู้ถ้าไม่ถ่ายคลิปจะตอบโต้ยังไง พร้อมถามพวกดาราที่ออกมาท้าต่อยและประชาชนที่ไปรอด่าที่โรงพัก ตกลงใครบ้ากว่าใคร พร้อมย้ำต่อให้ป่วยขนาดไหนก็ต้องเรียนรู้ควบคุมตัวเอง จะใช้อ้างเพื่อทำผิดอย่างเสรีไม่ได้ ฝากถึงผู้ปกครองอย่าให้ท้ายจนเกินไป

วันนี้ (24 ต.ค.) นพ.กัมปนาท ตันสิถบุตรกุล จิตแพทย์ชื่อดัง เขียนข้อความผ่านเฟซบุ๊กส่วนตัว ถึงกรณีที่หนุ่มนักเรียนนอกวัย 24 ปีเกิดอุบัติเหตุรถเฉี่ยวชน แต่ออกมาด่าทอคู่กรณี และลุกลามไปเป็นการดูถูกเหยียดหยามคนไทยทั้งประเทศ กระทั่งนำไปสู่ความไม่พอใจของคนจำนวนหนึ่งที่ปักหลักรวมตัวกันรุมด่าหนุ่มนักเรียนนอกคนดังกล่าวที่หน้าสภ.พุทธมณฑล โดยข้อความทั้งหมดระบุว่า

“ขอพูดในฐานะประชาชนคนธรรมดาก่อนนะครับ กรณี คลิปดังของหนุ่ม รถซีวิคที่คนรุมด่ากันทั้งประเทศแล้วก็มีการโพสต์ ท้าทาย จากพวกดาราทั้งหลายแล้วประชาชนอีกจำนวนหนึ่งที่ไปดักรอที่โรงพักรอรุมด่าหรือดักรออยากจะทำร้ายกัน…

… เอิ่ม… มีคนส่งคลิปมาให้ดูครั้งแรกดูปุ๊บ ก็นั่งอมยิ้มแล้วก็ขำไปด้วยยิ่งฟังไปเรื่อยๆก็ยิ่งรู้สึกตลกมากขึ้นไม่ได้เห็นรู้สึกเดือดร้อนหรือเจ็บใจอะไรที่ถูกกล่าวหาว่าเป็นคนไทยโง่ๆนิสัยไม่ดีอะไรพวกนั้น… ก็เพราะว่าเราไม่ได้เป็นคนพวกนั้นที่เขากล่าวถึง… แล้วจะไปเจ็บใจอะไรกันมากมายเหรอครับ…

… อยากจะบอกว่าไม่ต้องใช้วิชาจิตเวชศาสตร์หรือต้องเป็นจิตแพทย์หรือนักจิตวิทยาหรอกครับ แค่เป็นคนธรรมดาก็พอจนวินิจฉัยได้แล้วล่ะว่าคำพูดเหล่านั้นออกมาจากปากคนที่สภาพจิตไม่น่าจะปกติสักเท่าไหร่ ดูแล้วก็ขำๆกันไป ไม่ได้เดือดร้อนอะไรมากมายนัก

… ที่นี้ถ้าจะพูดในฐานะจิตแพทย์บ้าง สำหรับผู้ก่อเหตุที่กล่าวอ้างว่าเป็นโรคซึมเศร้า อันนี้ก็ไม่ได้เห็นด้วยเสียทีเดียวเพราะถ้าใครติดตามเพจผมก็มักจะพูดอยู่ตลอดเวลาว่า…. ไม่ว่าจะป่วยอะไรก็ไม่มีสิทธิ์เอามาอ้าง ต่อสังคม เพราะว่า สังคมเขาไม่รู้หรอกว่าวินิจฉัยของแต่ละโรคมันมีรายละเอียดอย่างไรบ้าง

…. ต่อให้ป่วยขนาดไหนก็ไม่ได้หมายความว่าจะยกขึ้นมาเป็นข้ออ้างในการ สามารถแสดงความก้าวร้าวในสังคมได้อย่างอิสระเสรี…. ป่วยหรือไม่ป่วยก็ต้องเรียนรู้ในการควบคุมตัวเองด้วย…. ถ้าป่วยหนัก แล้วยังมาอ้างได้ขนาดนี้ก็ไม่รู้ว่าป่วยจริงหรือวินิจฉัยถูกหรือเปล่า

…. ถ้าจะเอากันตามหลักวิชาการคุณจะอ้างอะไรก็ได้แต่พนักงานสอบสวนก็มีสิทธิ์ที่จะส่งคุณไปตรวจสภาพจิตจากสถาบันกัลยาณ์ราชนครินทร์แล้วก็รอคำตัดสินจากทีมคณะแพทย์ทั้งหลายก่อน แล้วเลือกที่จะดำเนินคดีต่อหรือไม่ก็ว่ากันไป…. มิใช่แค่เอาซองยามาอ้างแล้วเรื่องทุกอย่างก็จะจบ…. มันคงไม่พอหรือไม่ง่ายขนาดนั้นหรอก

… ส่วนผู้เกี่ยวข้องหรือผู้ปกครอง ก็มีส่วนสำคัญในการ ที่จะยอมรับความจริงและไม่ออกมาปกป้องบุตรหลานของตนมากจนเกินไป ผมมองว่าถ้าคอยปกป้องหรือคอยปฏิเสธให้อยู่เรื่อยๆก็ไม่ต่างอะไรกับการสปอยล์แล้วให้ท้ายให้เขากระทำผิดซ้ำๆอีก

…. เพราะรายนี้ก็ไม่ใช่กระทำผิดครั้งแรก ถ้าผิดซ้ำๆหลายครั้งก็ไม่มีใครการันตีเรื่องความปลอดภัยหรืออาจจะถูกกระทืบตายตามท้องถนน… อันนั้นก็คงไม่ดีแน่ๆครับ

…. สำหรับผมนะถ้าให้ต่อล้อต่อเถียงกับคนที่มีลักษณะคำพูด ประหลาด ๆ แบบนี้ผมเลิกเถียง แล้วก็ไม่เอามาโพสต์ด้วย… เพราะรู้สึกว่าไม่มีประโยชน์อะไร ที่จะไปทะเลาะ เหมือนที่คนโบราณบอกว่า “อย่าถือคนบ้าอย่าว่าคนเมา” นั่นล่ะครับ

… ส่วนที่เอะอะโวยวายโพสต์ด่ากันใน Facebook ท้าตีท้าต่อย หรือไปรอไปรุมด่า กันแถวโรงพักนี่ แน่ใจนะว่าสภาพจิตใจและการควบคุมอารมณ์ปกติ 555 เห็นแล้วเพลียใจจริงๆ…

ปล.ความโกรธไม่เคยให้คุณกับใคร ทำใจร่มๆ ค่อยๆแก้ปัญหาไปที่ละขั้นตอน”

ข่าวอื่นที่น่าสนใจ
หนุ่มแว่นหัวร้อน “ขอโทษ” ลั่นไม่เหลืออะไรแล้ว วอนอย่าดึงครอบครัวมาเกี่ยวข้อง

Developed by sarunyacrop