ภารกิจลุล่วง! เจ้าหน้าที่-อาสาสมัคร-นักท่องเที่ยว ระดมกำลังควบคุม “ไฟป่าภูกระดึง” สำเร็จ ประเมินความเสียหายเบื้องต้น วอดกว่า 3,400 ไร่
จากสถานการณ์ไฟป่าบนอุทยานแห่งชาติภูกระดึง แหล่งท่องเที่ยวชื่อดังในจังเลย ที่เกิดขึ้นเมื่อวันที่ 16 ก.พ.63 โดยมีการระดมกำลังกว่า 100 ชีวิต จากทั้งเจ้าหน้าที่และอาสาสมัคร รวมทั้งนักท่องเที่ยว ล่าสุด รายงานข่าวระบุว่าเจ้าหน้าที่ควบคุมไฟป่าได้แล้ว โดยมีการประเมินว่าเบื้องต้นความเสียหายบนยอดภูกระดึงจากไฟป่าครั้งนี้กินพื้นที่ราว 3,400 ไร่ จากจำนวนพื้นที่ทั้งหมดประมาณ 200,000 ไร่

ขณะที่ความเคลื่อนไหวในพื้นที่ล่าสุด วันนี้ (18 ก.พ.63) เฟซบุ๊กแฟนเพจ กรมอุทยานแห่งชาติสัตว์ป่าและพันธุ์พืชได้เผยภาพของเจ้าหน้าที่อุทยานแห่งชาติภูกระดึง ของผู้ใช้เฟซบุ๊ก “Peaw-Ri Thodsaphon” ที่ระบุว่า
“หน่วยหนุมาน เกียงฝุ่น สายเเข็งภูกระดึง 2 วันเต็มๆ สภาพกะสิเป็นแบบนี้”
ซึ่งเป็นภาพของเหล่าเจ้าหน้าที่ซึ่งต่างอยู่ในสภาพที่นอนหมดแรง เนื่องจากต้องปฏิบัติภารกิจในการควบคุมไฟป่าตลอดระยะเวลา 2 วันที่ผ่านมา ซึ่งโพสต์ดังกล่าวได้ถูกส่งต่อ และได้มีชาวโซเชียลเข้ามาแสดงความคิดเห็นชื่นชมรวมทั้งให้กำลังใจบรรดาเจ้าหน้าที่กันเป็นจำนวนมาก

ส่วนรายละเอียดของสถานการณ์ นายสมบัติ พิมพ์ประสิทธิ์ หัวหน้าอุทยานแห่งชาติภูกระดึง ได้ให้สัมภาษณ์กับทาง Thaipbs ระบุว่า แม้ตอนนี้จะควบคุมสถานการณ์ไฟป่าได้แล้ว แต่ยังต้องมีเจ้าหน้าที่ประจำจุดที่เสี่ยงที่ไฟป่าปะทุรอบใหม่ตลอด 24 ชั่วโมง โดยได้สลับกำลังเจ้าหน้าที่ดับไฟทั้งของกรมอุทยานฯ กรมป่าไม้ และอาสาสมัครอีกประมาณ 100 คนประจำในจุดต่างๆ เพื่อไม่ให้เกิดไฟระลอกใหม่ เนื่องจากยังมีเชื้อไฟที่ปะทุได้ประกอบกับภูมิประเทศที่ลมแรง และพื้นที่มีความแห้งแล้งสูง
ส่วนความเสียหายบริเวณป่าสนเขา ขณะนี้ยังไม่เข้าไปสำรวจได้เพราะในพื้นที่ยังมีเชื้อเพลิงสะสม จึงยังไม่ทราบว่ามีสัตว์ป่าที่ตายจากไฟไหม้มากน้อยแค่ไหน แต่คาดว่าจะไม่กระทบกับสัตว์ใหญ่ เช่น ช้าง ที่จะอาศัยในป่าปิด
สำหรับสาเหตุของไฟป่าครั้งนี้หัวหน้าอุทยานแห่งชาติภูกระดึง ระบุว่ามาจากหลายปัจจัย สาเหตุหลักมาจากสภาพภูมิอากาศที่ปีนี้มีความแห้งแล้งมาก ประกอบกับไม่เคยเกิดไฟป่ามานานทำให้มีเชื้อเพลิงสะสม เมื่อมีไฟปะทุขึ้นมาง่ายในการลุกลาม โดยต้นเหตุของไฟมาจากด้านล่างของภู ลามมาถึงหน้าผาแล้วโดนลมหมุนอย่างรุนแรงจนลูกไฟกระเด็นตกลงไปในพื้นที่ป่าบริเวณพื้นราบบนภูอยู่ห่างจากแนวผาประมาณ 400 เมตรก่อนลุกลามเป็นวงกว้าง ซึ่งถือเป็นเหตุสุดวิสัย และไม่ได้มาจากก้นบุหรี่ของนักท่องเที่ยวตามที่มีข่าวออกไป
ทั้งนี้ อุทยานแห่งชาติภูกระดึง ตั้งอยู่ที่อำเภอภูกระดึงในจังหวัดเลย เป็นหนึ่งในแหล่งท่องเที่ยวที่มีชื่อเสียงมากที่สุดของประเทศไทย เนื่องจากมีธรรมชาติที่สวยงาม ในแต่ละปีจึงมีคนมาเที่ยวเฉลี่ยหลายหมื่นคน โดยเฉพาะในช่วงวันหยุดยาวมักมีนักท่องเที่ยวขึ้นไปพักผ่อนบนภูกระดึงจำนวนมาก

พื้นที่ภูกระดึงได้รับการจัดตั้งเป็นป่าสงวนแห่งชาติในปี พ.ศ. 2486 และเป็นอุทยานแห่งชาติเมื่อวันที่ 7 ตุลาคม พ.ศ. 2502 โดยเป็นอุทยานแห่งชาติลำดับที่สองถัดจากอุทยานแห่งชาติเขาใหญ่ ตั้งอยู่ในท้องที่ตำบลศรีฐาน อำเภอภูกระดึง จังหวัดเลย ครอบคลุมพื้นที่ 348.12 ตารางกิโลเมตร (217,575 ไร่) ลักษณะภูมิประเทศเป็นภูเขาหินทรายยอดตัด โดยมีที่ราบบนยอดภูกระดึง ประมาณ 60 ตารางกิโลเมตร (37,500 ไร่) มีความสูงอยู่ระหว่าง 400-1,200 เมตรจากระดับน้ำทะเล จุดสูงสุดอยู่ที่บริเวณคอกเมย มีความสูง 1,316 เมตร

ภูกระดึงมีการปิดฤดูการท่องเที่ยว ตั้งแต่วันที่ 1 มิถุนายน-30 กันยายนของทุกปี และเปิดฤดูการท่องเที่ยว ตั้งแต่วันที่ 1 ตุลาคม-31 พฤษภาคมของทุกปี โดยนักท่องเที่ยวสามารถขึ้นเขาในเส้นทางนี้ได้ที่อำเภอภูกระดึง ณ ที่ทำการอุทยาน ในเส้นทางขึ้นจะมีบริเวณที่พักและร้านอาหารหลายช่วง มีระยะทาง 5.5 กม.จากที่ทำการถึงหลังแป และจากหลังแปถึงที่พักประมาณ 3.6 กม.

ข่าวอื่นที่เกี่ยวข้อง
