สภาอุตฯเผย ดัชนีความเชื่อมั่นเดือน ธ.ค.และแนวโน้ม 3 เดือน ทรุดต่อ เหตุกังวลกำลังซ์้อ และปัญหาภัยแล้ง รวมทั้งภาคส่งออก ปัจจับลบทั้งในและนอกประเทศ โดย งบประมาณปี 63 ล่าช้าเป็นปัจจัยใหม่ที่ฉุดความเชื่อมั่นเพิ่ม ทำให้ 45 กลุ่มอุตฯมองในทิศทางเดียวกัน
นายสุพันธุ์ มงคลสุธี ประธานสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (ส.อ.ท.) เผยผลสำรวจดัชนีความเชื่อมั่นภาคอุตสาหกรรมในเดือน ธ.ค.62 อยู่ที่ระดับ 91.7 ปรับตัวลดลงจาก 92.3 ในเดือน พ.ย.62 เนื่องจากมีปัจจัยเสี่ยงจากความกังวลต่อกำลังซื้อภายในประเทศ ปัญหาภัยแล้งที่มีความรุนแรงทำให้กระทบต่อผลผลิตและรายได้ของภาคเกษตร สะท้อนจากคำสั่งซื้อและยอดขายของสินค้าที่ลดลงทั้งจากสินค้าคงทนและไม่คงทน
ขณะเดียวกันผู้ประกอบการส่งออกยังคงได้รับผลกระทบจากการแข็งค่าของค่าเงินบาทต่อเนื่อง ตลอดจนความผันผวนของเศรษฐกิจโลก ซึ่งส่งผลกระทบต่อภาคการส่งออกของไทยอีกด้วย และสถานการณ์เศรษฐกิจในเดือนธ.ค.มีปัจจัยเสี่ยงเพิ่มมากขึ้น ทั้งปัญหาภัยแล้ง เงินบาทแข็งค่า และความขัดแย้งในตะวันออกกลาง
สำหรับดัชนีคาดการณ์ 3 เดือนข้างหน้า ปรับตัวลดลงอยู่ที่ระดับ 100.1 โดยลดลงจากระดับ 101.3 ในเดือนพ.ย. เนื่องจากผู้ประกอบการยังมีความกังวลเกี่ยวกับเศรษฐกิจในประเทศและเศรษฐกิจโลกที่ยังไม่แน่นอน ซึ่งเป็นครั้งแรกที่ 45 กลุ่มอุตสาหกรรามมีความกังวลไปในทิศทางเดียวกัน นอกจากนั้นยังมีปัจจัยสถานการณ์การเมืองในประเทศ งบประมาณรายจ่ายปี 2563 ที่ออกมาล้าช้ามีเวลาเบิกจ่ายเพียง 6 เดือนทำให้มองว่าเป้าหมายเบิกจ่ายที่ตั้งไว้ 90% อาจเป็นไปได้ยาก รวมถึงยังมีปัจจัยการปรับขึ้นค่าจ้างขั้นต่ำที่ส่งผลกระทบต่อต้นทุนการดำเนินกิจการโดยเฉพาะ SME
นอกจากนี้ ปัญหาความขัดแย้งและความตึงเครียดในตะวันออกกลางก็เป็นปัจจัยที่ทำให้ราคาน้ำมันปรับตัวสูงขึ้น กระทบต่อต้นทุนการผลิตของผู้ประกอบการและการส่งสินค้าไปยังตะวันออกกลาง ซึ่งผู้ประกอบการต้องวางแผนเพื่อรับมือสถานการณ์ดังกล่าว
ทั้งนี้ ส.อ.ท.ได้มีข้อเสนอแนะให้ภาครัฐปรับปรุงระเบียบการจัดซื้อจัดจ้างให้มีความคล่องตัวมากยิ่งขึ้น และขอให้ภาครัฐหามาตรการแก้ไขปัญหาภัยแล้งอย่างเร่งด่วน
ข่าวอื่นที่น่าสนใจ
“การเคหะฯ” จับมือ “รฟม.” MOU พัฒนาระบบคมนาคมและที่อยู่อาศัยเพื่อ ปชช.
