รัฐบาลแจงไม่ได้บังคับเลิกใช้ “มลายู” ในภาคใต้ ย้ำส่งเสริมวัฒนธรรมหลากหลาย

รัฐบาลแจงไม่ได้บังคับเลิกใช้ “มลายู” ในภาคใต้ ย้ำส่งเสริมวัฒนธรรมหลากหลาย

รองโฆษกรัฐบาลชี้เกิดวิกฤตภาษามลายูในชายแดนใต้ไม่จริง ยืนยันสนับสนุนวัฒนธรรมที่หลากหลาย วอนสังคมอย่ากังวล

น.ส.รัชดา ธนาดิเรก รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า มีประเด็นข้อกังวลวิกฤตภาษามลายูในจังหวัดชายแดนใต้ของตัวแทนภาคประชาสังคม ณ เวทีสหประชาชาตินั้น ยืนยันว่า รัฐบาลได้ดำเนินการส่งเสริมให้เยาวชนในพื้นที่เข้าถึงการศึกษาที่มีคุณภาพ และส่งเสริมอัตลักษณ์วัฒนธรรมและภาษาท้องถิ่นเป็นเวลาหลายปีแล้ว โดยให้การสนับสนุนงบประมาณโรงเรียนตาดีกา สถาบันศึกษาปอเนาะ และโรงเรียนเอกชนสอนศาสนา ซึ่งทั้งสามสถาบันนี้เป็นแหล่งให้ความรู้ทางด้านศาสนาและภาษาแก่เยาวชนมุสลิมในพื้นที่ โดยเฉพาะโรงเรียนตาดีกาที่ตั้งอยู่ในชุมชน ซึ่งเด็กระดับประถมจะไปเรียนในวันเสาร์-อาทิตย์

นอกจากนี้ ในส่วนของสถาบันศึกษาปอเนาะ การเรียนการสอนสำหรับเด็กมัธยมเป็นไปอย่างสอดคล้องกับวิถีชาวบ้าน ให้ความรู้ทั้งทางศาสนาและภาษามลายู เสริมด้วยวิชาสามัญเพื่อทักษะในการประกอบอาชีพเท่าทันสถานการณ์ มากไปกว่านั้น ปัจจุบันนี้กระทรวงศึกษาได้จัดทำหลักสูตรกลางอิสลามศึกษาสำหรับผู้สนใจในระดับชั้นประถม มัธยมต้นและปลาย ทั้งในแบบภาษาไทยและมลายู ซึ่งกระทรวงฯไม่ได้เข้าแทรกแซง แต่เป็นการจัดทำหลักสูตรร่วมกันระหว่างศึกษานิเทศก์ที่มีความเชี่ยวชาญ โต๊ะครู และสมาคมโรงเรียนสอนศาสนาอิสลาม

น.ส.รัชดา กล่าวอีกว่า ขณะเดียวกันชื่อหมู่บ้าน ตำบล อำเภอ รวมถึงสถานที่ท่องเที่ยว หากมีชื่อเรียกภาษามลายูอยู่ก่อนแล้วชื่อนั้นก็ยังใช้อยู่ทุกวันนี้ เช่น บ้านตะบิงติงงี บ้านคาแวะ ต.กาบัง ต.สะเอะ อ.เจาะไอร้อง อ.ระแงะ หาดตะโล๊ะสะมีแล หาดตะโละกาโปร์ ดังนั้น ต่อคำกล่าวว่าไม่มีการใช้ภาษามลายูเป็นชื่อสถานที่จึงไม่เป็นความจริง

“ขอให้ประชาชนและนานาชาติมั่นใจต่อนโยบายของรัฐบาล ที่เคารพในเสรีภาพในการนับถือศาสนาของคนทุกกลุ่ม และส่งเสริมอัตลักษณ์และวัฒนธรรมอันหลากหลาย รวมถึงการพัฒนาชีวิตความเป็นอยู่ของประชาชน เพราะนั่นคือหัวใจของสันติภาพอย่างแท้จริง และขอให้พิจารณาข้อมูลต่างๆที่เผยแพร่ด้วยความหนักแน่น อย่าตกเป็นเครื่องมือการสร้างความเกลียดชัง เพราะกระแสจากภายนอกจะกระทบวิถีชีวิตคนในพื้นที่และอาจขยายวงไปสู่ประเด็นอื่น วันนี้คนไทยพุทธและไทยมุสลิมไม่ได้มีความขัดแย้งต่อกัน และประเทศไทยไม่มีความขัดแย้งทางศาสนาหรือวัฒนธรรมแต่อย่างใด” รองโฆษกประจำสำนักนายกฯ กล่าว

 

Developed by sarunyacrop