รัฐมนตรีแรงงานเตรียมเรียกผู้บริหารระดับสูงของกระทรวงเข้าหารือเพื่อวิเคราะห์หาสาเหตุที่แท้จริงกรณีสหรัฐประกาศตัด GSP ไทย เชื่อว่า 6 เดือนก่อนมีผลบังคับใช้สามารถแก้ปัญหาได้ แต่ยอมรับว่าแรงงานประมงต่างด้าวยังเป็นปัญหาอยู่
วันนี้ ( 27 ต.ค.62) หม่อมราชวงศ์จัตุมงคล โสณกุล รัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงานกล่าวว่า ในช่วง 14.00 น.ของวันนี้จะเรียกประชุมด่วนปลัดกระทรวงแรงงาน และผู้บริหารกระทรวง หารือเป็นกรณีพิเศษเพื่อรวบรวมข้อมูลที่เกี่ยวข้องนำมาวิเคราะห์หาสาเหตุที่แท้จริงเพื่อหาแนวทางแก้ไขปัญหา กรณีที่สหรัฐอเมริกาจะตัดสิทธิพิเศษภาษีศุลกากรสินค้า หรือ จีเอสพี ของประเทศไทยในอีก 6 เดือน โดยอ้างว่าไทยไม่สามารถแก้ปัญหาแรงงานให้เป็นไปตามหลักสากลได้
รัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงานมั่นใจว่าในระยะเวลา 6 เดือนก่อนที่จะถูกตัดสิทธิ สามารถแก้ปัญหาให้เป็นที่พอใจของสหรัฐได้ แต่ก็ยอมรับว่า ปัญหาด้านแรงงานขณะนี้มีเพียงปัญหาการจ้างแรงงานต่างด้าว โดยเฉพาะเรื่องของแรงงานภาคประมง ที่ยังมีข้อสังเกตว่าไทยยังไม่ทำตามหลักสากล ซึ่งขณะนี้อยู่ระหว่างแก้ไขปัญหา แต่เนื่องจากเป็นเรื่องของความมั่นคงจึงต้องมีการทำงานประสานกับหน่วยงานภายนอกด้วย
ส่วน นายสมบูรณ์ ตรัยศิลานันท์ รองอธิบดีกรมสวัสดิการและคุ้มครองแรงงาน กระทรวงแรงงาน ระบุว่า เรื่องนี้เกี่ยวกับเรื่องแรงงานสัมพันธ์ ซึ่งทางสหรัฐฯพยายามให้ไทยรับอนุสัญญาองค์การแรงงานระหว่างประเทศ (ILO) 2 ฉบับ คือ ฉบับที่ 87 และฉบับที่ 98 ซึ่งฉบับที่ 87 เป็นเรื่องเกี่ยวกับการรวมตัวตั้งเป็นสหภาพแรงงาน โดยแรงงานไทยนั้นเราได้อนุญาตให้ตั้งสหภาพอยู่แล้ว แต่ต่างชาติ หรือ ต่างด้าวยังไม่ให้ทำ ส่วนอนุสัญญาฉบับที่ 98 เป็นเรื่องเกี่ยวกับการเจรจาต่อรอง
ในจำนวนนี้ไทยจะให้การรับรองฉบับที่ 98 ก่อน ซึ่งขณะนี้อยู่ระหว่างเตรียมการรับรอง โดยมีการแก้กฎหมาย 2 ฉบับ ให้สอดคล้องกับอนุสัญญาฉบับ 98 คือ พ.ร.บ.พนักงานรัฐวิสาหกิจสัมพันธ์ พ.ศ.2534 กับ พ.ร.บ.แรงงานสัมพันธ์ พ.ศ. 2518 ซึ่งตอนนี้มีรัฐบาลที่มาจากการเลือกตั้งแล้ว ต้องเดินหน้าตามกระบวนการรัฐสภา คาดว่าอาจจะใช้เวลาเป็นปี พร้อมเห็นว่า การตัดสิทธิจีเอสพีครั้งนี้ไม่น่าจะเกี่ยวข้องกับกรณีไทยมีมติแบน 3 สารเคมีในภาคเกษตร ที่สหรัฐฯ เพิ่งส่งหนังสือมาให้ไทยทบทวนการแบนสารไกลโพเซต
สำหรับประกาศดังกล่าวจะมีผลกับสินค้าไทย 573 รายการ ครอบคลุมทั้งของกินและของใช้ตั้งแต่อาหารทะเล ผักและผลไม้ เมล็ดพันธุ์ น้ำเชื่อมและน้ำตาล ซอสถั่วเหลือง น้ำผักและ ผลไม้ ไปจนถึงอุปกรณ์เครื่องครัว ประตูหน้าต่าง ไม้อัดและไม้แปรรูป เครื่องประดับ แผ่นเหล็ก และสเตนเลส ฯลฯ รวมมูลค่า 1,300 ล้านดอลลาร์สหรัฐ (39,650 ล้านบาท) หรือราว 1 ใน 3 ของสินค้าไทยที่ได้รับสิทธิ์ GSP โดยเฉพาะสินค้าประมงทั้งหมด ที่ไทยส่งออกไปยังสหรัฐฯ เนื่องจากปัญหาสิทธิแรงงานประมงของไทยที่ ไม่ได้รับการแก้ไขเพียงพอ โดยการระงับสิทธิดังกล่าวจะมีผลบังคับใช้ในวันที่ 25 เมษายน 2563
ข่าวอื่นที่น่าสนใจ
พาณิชย์เตรียมตั้งโต๊ะแถลงข่าวถึงผลกระทบที่ทรัมป์ตัด GSP
