ผลมหาวิทยาลัยบราวน์ทำการวิจัยพบผู้ชายที่กินอาหารเสริมกล้ามเนื้อมีโอกาสเป็นมะเร็งอัณฑะสูงกว่าผู้ชายทั่วไปถึง1.65 เท่า และเสี่ยงเป็น 2 เท่า หากใช้ก่อนอายุ 25 ปี
งานวิจัยล่าสุดของ อาจารย์ทองชาง เชง (Tongzhang Zheng) มหาวิทยาลัยบราวน์ที่สำรวจความสัมพันธ์ระหว่างการกินอาหารเสริมสร้างกล้ามเนื้อ (MBSs) กับโรคมะเร็งอัณฑะผ่านการเปรียบเทียบตัวอย่างผู้ป่วย 356 คน และคนปกติ 513 คน ที่มีอายุและประวัติการดูแลตนเองคล้ายกัน พบว่า ผู้ที่กินอาหารดังกล่าวมีความเสี่ยงโรคมะเร็งอัณฑะมากขึ้นกว่าคนปกติ 1.65 เท่า นอกจากนี้ความเสี่ยงจะเพิ่มขึ้นเป็น 2 เท่า หากเริ่มใช้ก่อนอายุ 25 ปี และใช้ติดต่อกันมากกว่า 3 ปี หรือใช้มากกว่า 1 ชนิด
อาจารย์ทองชางกล่าวว่า ผู้เชี่ยวชาญโรคมะเร็งชนิดนี้ ยังไม่พบปัจจัยดังกล่าวที่นักวิจัยสันนิษฐาน อย่างไรก็ตาม ข้อมูลจากหลักฐานทางวิทยาศาสตร์ยืนยันว่า โมเลกุลที่เลียนแบบผลลัพธ์ของฮอร์โมนเทสทอสเทอโรนทำให้ลูกอัณฑะหดตัว และส่งผลต่อการทำงานของอวัยวะนั้น
สำหรับอาการของมะเร็งอัณฑะนั้น ไม่ใช่อาการเฉพาะของโรค แต่จะเป็นอาการเหมือนกับโรคของอัณฑะทั่วไป วิธีสังเกตที่พบบ่อย คือ คลำได้ก้อนเนื้อแข็งมากในถุงอัณฑะ หรืออัณฑะโต ส่วนใหญ่จะไม่มีอาการเจ็บ ถ้าเจ็บ ก็ไม่รุนแรง (ต่างจากอาการลูกอัณฑะอักเสบทั่วไป ที่ปรากฏอาการบวม เนื้อค่อนข้างอ่อนอย่างชัดเจน เวลานวดคลำจะรู้สึกเจ็บ) รู้สึกปวดตื้อหรือถ่วง ๆ ที่อัณฑะด้านนั้น หรืออาจจะปวดหน่วง ๆ ตรงท้องน้อย
ส่วนล่างหรือขาหนีบ อัณฑะด้านนั้นบวมหรือคล้ายมีน้ำอยู่ในถุงอัณฑะขึ้นมาอย่างฉับพลัน อาจมีเลือดเจือปนในน้ำอสุจิ ในบางรายอาจมีอาการนมโตและเจ็บ หรืออ่อนเพลียโดยไม่ทราบสาเหตุ สมรรถภาพทางเพศลดลง กระทั่งสูญเสียสมรรถภาพทางเพศ ซึ่งเกิดจากการที่อสุจิตายหรือไม่มีอสุจิจากมะเร็ง
การตรวจคัดกรองมะเร็งอัณฑะ ในปัจจุบันยังไม่มีวิธีที่มีประสิทธิภาพในการตรวจคัดกรองมะเร็งอัณฑะให้พบตั้งแต่ยังไม่มีอาการ แต่วิธีที่ดีที่สุดในขณะนี้ คือ การตรวจพบโรคให้เร็วที่สุดโดยการหมั่นสังเกตอาการและคลำอัณฑะของตนเอง (แนะนำให้หมั่นตรวจอัณฑะด้วยตนเองเดือนละ 1 ครั้งเพื่อดูว่ามีก้อนผิดปกติเกิดขึ้นหรือไม่ โดยการใช้นิ้วหัวแม่มือและนิ้วชี้ค่อย ๆ คลำเลื่อนไปเรื่อย ๆ ทั้งสองข้าง ซึ่งจะช่วยให้ค้นพบมะเร็งได้ตั้งแต่ในระยะแรก) เมื่อพบสิ่งผิดปกติหรือสงสัยว่าผิดปกติหรือเมื่อมีอาการดังกล่าว (ในหัวข้ออาการ) ควรรีบไปพบแพทย์เสมอ
การรักษามะเร็งอัณฑะ แนวทางการรักษาโรคมะเร็งอัณฑะที่สำคัญ คือ การผ่าตัดลูกอัณฑะทั้งก้อนเฉพาะด้านที่มีก้อนเนื้อออกผ่านทางขาหนีบพร้อมกับนำชิ้นเนื้อมาตรวจวินิจฉัยโรค ถ้าผลการตรวจชิ้นเนื้อออกมาว่าไม่ใช่เนื้อร้าย การรักษาจะสิ้นสุดลง แต่ถ้าผลออกมาว่าเป็นก้อนเนื้อร้ายหรือมะเร็ง แพทย์จะทำการตรวจหาชนิดของเซลล์มะเร็ง ระยะของโรค และสุขภาพโดยรวมของผู้ป่วย เพื่อใช้เป็นแนวทางในการรักษาและให้การรักษาต่อเนื่องกันไป
การรักษาอาจจะเป็นการเฝ้าติดตามอาการเป็นระยะ ๆ การให้ยาเคมีบำบัด และ/หรือการให้รังสีรักษา (อาจเป็นการฉายรังสีรักษาที่ต่อมน้ำเหลืองในช่องท้อง ช่องอก และ/หรือในบริเวณเหนือกระดูกไหปลาร้า)
ข้อมูลงานวิจัย จาก British Journal of Cancer
เอกสารอ้างอิง
-หนังสือตำราการตรวจรักษาโรคทั่วไป “มะเร็งอัณฑะ (Testicular cancer)” นพ.สุรเกียรติ อาชานานุภาพ
– หาหมอดอทคอม “มะเร็งอัณฑะ (Testicular cancer)” ศ.เกียรติคุณพญ.พวงทอง ไกรพิบูลย์
ข่าวอื่นที่น่าสนใจ
