‘วราวุธ’สั่งการด่วนคุมเข้มดูแลฝูงวาฬบรูด้า

‘วราวุธ’สั่งการด่วนคุมเข้มดูแลฝูงวาฬบรูด้า

รัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม สั่งการด่วนผ่านที่ปรึกษา กำชับกรมทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่งให้เพิ่มความเข้มงวดในการดูแลฝูงวาฬบรูด้า ขอหยุดการกระทำรบกวนอีก

จากกรณีกลุ่มนักท่องเที่ยวไฮโซขับเจ็ทสกีจำนวนหนึ่ง ได้ขับเข้าไปชมวาฬบรูด้า ที่บริเวณหาดเจ้าสำราญ จ.เพชรบุรี เพื่อชม ในช่วงงานเทศกาล “ชมวาฬ ทานปู” ที่ทางจังหวัดเพชรบุรี ร่วมกับเทศบาลตำบลหาดเจ้าสำราญ และชมรมเรือประมงชายฝั่งจัดให้บริการนักท่องเที่ยวนั่งเรือชม ทำให้ก่อความวุ่นวายในพื้นที่นั้น

 

ล่าสุด นายวราวุธ ศิลปอาชา รัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมได้ให้สัมภาษณ์กับสื่อมวลชนถึงกรณีดังกล่าวว่า ที่ ตนทราบเรื่องนี้จากรายงานด่วนของที่ปรึกษารัฐมนตรี นายยุทธพล อังกินันทน์ และได้สั่งการให้นายยุทธพล กำชับกรมทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่งให้เพิ่มความเข้มงวดในการดูแลฝูงวาฬบรูด้า ที่มาหากินบริเวณชายฝั่งจังหวัดเพชรบุรี พร้อมให้เพิ่มการประชาสัมพันธ์ให้ความรู้นักท่องเที่ยวถึงวิธีการชมวาฬที่ถูกต้องและไม่รบกวนวิถีชีวิตฝูงวาฬ ตามแนวทางการท่องเที่ยวเชิงธรรมชาติอย่างยั่งยืน

“สำหรับฝูงวาฬบรูด้า ที่มาหากินที่ชายฝั่งทะเลเพชรบุรี ถือเป็นของขวัญที่มีค่าจากธรรมชาติ ฉะนั้นแล้ว นักท่องเที่ยวที่ต้องการชมวาฬบรูด้า ต้องช่วยกันดูแลรักษา และปฏิบัติตามกฎระเบียบในการเยี่ยมชมด้วย ต้องคิดถึงคนอื่นและชาวบ้านในพื้นที่ที่อาศัยรายได้จากการท่องเที่ยวที่เกิดจากฝูงวาฬบรูด้า การเข้าไปรบกวนวิถีชีวิต หรือสร้างความตกใจให้ฝูงวาฬที่มีพฤติกรรมละเอียดอ่อนเท่ากับเป็นการขับไล่วาฬ ไม่ให้กลับมาที่นี่อีก” นายวราวุธกล่าว

 

นอกจากนี้ นายวราวุธ ได้ยกตัวอย่างการจัดการที่เหมาะสมในประเทศฟิลิปปินส์ อย่างที่เกาะเซบู ซึ่งเป็นแหล่งดำน้ำชมฉลามวาฬที่มีชื่อเสียงระดับโลก ว่ามีมาตรการที่เข้มงวดในการดูแลรักษาฝูงฉลามวาฬ โดยภาครัฐได้รับความร่วมมือจากชาวบ้านท้องถิ่นและนักท่องเที่ยวเป็นอย่างดี ไม่ว่าจะเป็นกฎระเบียบต่าง ๆ ตั้งแต่การห้ามทาครีมกันแดดลงดำน้ำ เพื่อป้องกันสารเคมีเจือปนน้ำทะเล ไปจนถึงการห้ามนำเรือติดเครื่องยนต์ออกไปชมฝูงฉลามวาฬ ต้องจ้างเรือพายเท่านั้น ซึ่งนอกจากจะลดความเสี่ยงในการรบกวนฝูงวาฬแล้ว ยังสร้างรายได้จากการรับจ้างให้ชาวบ้านท้องถิ่นด้วย ทั้งนี้ จุดชมวาฬบรูด้า ที่เพชรบุรี ก็สามารถพัฒนาให้เป็นแหล่งท่องเที่ยวเชิงธรรมชาติที่มีชื่อเสียงเพื่อดึงดูดนักท่องเที่ยวได้เช่นเดียวกัน โดยตนจะประสานงานกับหน่วยงานด้านการท่องเที่ยว เพื่อหารือในเรื่องนี้ต่อไป ทั้งนี้ขอให้นักท่องเที่ยวทุกคนที่มาชมวาฬบรูด้า มีจิตสำนึกในการท่องเที่ยวอย่างสร้างสรรค์ด้วย เนื่องจาก การขับเจ็ทสกีวนรอบบริเวณที่อยู่อาศัยของวาฬบรูด้า จะสร้างผลกระทบโดยตรงต่อการหาอาหารและการอยู่อาศัยของวาฬในบริเวณดังกล่าว อีกทั้ง อาจเกิดเหตุที่เป็นอันตรายต่อวาฬบรูด้า จึงอยากขอร้องให้หยุดการกระทำดังกล่าวอย่างเด็ดขาด

 

อย่างไรก็ดี กรมทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่ง(ทช.) ได้เผยแพร่กฎระเบียบในการเข้าชมวาฬบรูด้าว่า สำหรับข้อปฏิบัติในการชมวาฬบรูด้าที่สำคัญ คือ ความเร็วเรือต้องต่ำกว่า 7 น็อต ในรัศมี 400 เมตร และต่ำกว่า 4 น็อต ในรัศมี 100-300 เมตร จำนวนเรือไม่เกิน 3 ลำ โดยรอบพื้นที่ นอกจากนี้ การสร้างเสียงรบกวนทั้งจากเหนือน้ำและใต้น้ำ จะส่งผลกระทบต่อวาฬ ดังนั้น จึงไม่ควรกระทำการใด ๆ ให้เกิดเสียงดังมาก เช่น การเร่งเครื่องยนต์เรือ การใช้เครื่องยนต์ขนาดใหญ่ และการส่งเสียงดังของนักท่องเที่ยว

สำหรับโทษตามพระราชบัญญัติสงวนและคุ้มครองสัตว์ป่า พ.ศ.2562 ระบุว่า “ห้ามมิให้ผู้ใดล่าสัตว์ป่าสงวนหรือสัตว์ป่าคุ้มครอง หากพิสูจน์ได้ว่าเป็นการล่า โทษสำหรับสัตว์ป่าสงวนคือ จำคุก 3-15 ปี ปรับ สามแสน – หนึ่งล้าห้าแสนบาท และ ในกรณีครอบครอง มาตรา 17 ระบุว่า ห้ามมิให้ผู้ใดมีไว้ในครอบครองซึ่งสัตว์ป่าสงวน สัตว์ป่าคุ้มครอง หรือซากสัตว์ป่า โทษครอบครองคือจำคุกไม่เกิน 5 ปี ปรับไม่เกินห้าแสนบาท

 

ข่าวอื่นที่น่าสนใจ

ก.ท่องเที่ยวขอสนับสนุนช่วงไฮซีซัน – คมนาคมเสนอบอร์ดชุดใหม่

 

Developed by sarunyacrop