“น้ำตกพลิ้ว” วอนนักท่องเที่ยว อย่าจับปลาพลวง

“น้ำตกพลิ้ว” วอนนักท่องเที่ยว อย่าจับปลาพลวง

อุทยานแห่งชาติน้ำตกพลิ้ว ขอความร่วมมือนักท่องเที่ยวอย่าทำผิดกฎ ห้ามจับ “ปลาพลวงหิน” ชี้ เป็นการทำร้ายธรรมชาติ

วันที่ 10 ต.ค.62 เฟซบุ๊กแฟนเพจ “อุทยานแห่งชาติน้ำตกพลิ้ว – Namtok Phlio National Park” โพสต์ข้อความฝากถึงนักท่องเที่ยวที่มาเล่นน้ำตก ขอความร่วมมือไม่ให้จับปลาพลวง เนื่องจากผิดกฎของอุทยานฯ และยังเป็นการทำร้ายธรรมชาติ

โดยโพสต์ดังกล่าวระบุว่า

“ท่องเที่ยวอย่างมีความสุขได้ ไม่จำเป็นต้องทำร้ายธรรมชาตินะคะ

บริเวณลำธารของน้ำตกพลิ้ว มีฝูงปลาพลวงหินอาศัยแหวกว่ายอยู่เป็นจำนวนมาก ซึ่งปลาพลวงหินเหล่านี้เป็นมิตรกับนักท่องเที่ยวมาก และมักจะว่ายน้ำเข้ามาทักทายนักท่องเที่ยวที่ลงไปเล่นน้ำในลำธาร

ซึ่งทางอุทยานฯก็มีกฏระเบียบในการดูแลสัตว์ป่าทุกชนิด รวมถึงปลาพลวงหินด้วย เพราะฉะนั้นเราจึงไม่ควรฝ่าฝืนกฏระเบียบกันดีกว่านะคะ”

 

 

สำหรับ “ปลาพลวงหิน” หรือที่เรียกสั้น ๆ ว่า “ปลาพลวง” เป็นปลาน้ำจืดชนิดหนึ่ง อยู่ในวงศ์ปลาตะเพียน มีขนาดใหญ่ ลำตัวยาว ด้านข้างแบน มีเกล็ดขนาดใหญ่ หัวเล็ก มีหนวด 2 คู่ อยู่ปากบนและมุมปาก ครีบหางเว้าเป็นแฉกลึก กระโดงหลังค่อนข้างสูงมีก้านแข็ง 1 อัน ครีบหูมีขนาดเล็ก ครีบท้องและครีบก้นมีขนาดใกล้เคียงกัน ลำตัวมีสีน้ำตาล ปนเขียว สีของปลาชนิดนี้ขึ้นอยู่กับสิ่งแวดล้อม บางแหล่งอาจจะมีสีน้ำตาลปนดำเข้ม มีแถบสีคล้ำพาดกลางลำตัวตามยาวไปใกล้โคนหาง ด้านท้องสีจาง ขนาดโดยประมาณ 60 เซนติเมตร พบใหญ่สุดถึง 1.5 เมตร

 

 

อาศัยอยู่เป็นฝูงใหญ่นับ 100 ตัวขึ้นไป ตามแม่น้ำขนาดใหญ่ที่มีน้ำใสสะอาด เช่น บริเวณแหล่งน้ำเชิงภูเขา หรือตามลำธารน้ำตกต่างๆ ทั่วประเทศ

อาหารได้แก่ เมล็ดพืชต่าง ๆ เป็นปลาใหญ่ที่มักไม่มีใครนำมารับประทาน เนื่องจากทานไปแล้วเกิดอาการมึนเมา จึงเชื่อว่าเป็นปลาเจ้า แต่ความจริงแล้ว ปลาชนิดนี้ได้สะสมพิษจากเมล็ดพืชที่รับประทานเข้าไปในร่างกาย

ทั้งนี้ “ปลาพลวงหิน” มีชื่อเรียกต่างออกไปตามภาษาถิ่นเช่น ภาคเหนือเรียก “ปลาพุง” หรือ “ปลามุง” บางพื้นที่เรียกว่า “ปลาจาด”, “ปลายาด” หรือ “ปลาโพ” เป็นต้น และมีชื่อเป็นภาษากะเหรี่ยงว่า “หญาเปอลา”

ในประเทศไทยสถานที่ท่องเที่ยวที่สามารถพบปลาพลวงได้เป็นจำนวนมาก ได้แก่ น้ำตกตาดหลวง จังหวัดน่าน, น้ำตกพลิ้ว และ น้ำตกลำนารายณ์ จังหวัดจันทบุรี, อุทยานถ้ำปลาและอุทยานถ้ำธารลอด จังหวัดแม่ฮ่องสอน เป็นต้น

ข่าวอื่นที่น่าสนใจ
“ชบาแก้ว” แข็งแรง! กรมอุทยานฯ มอบแนวทางการดูแล

Developed by sarunyacrop