“Bio Responsive Block” เปลี่ยนเปลือกหอยเป็นวัสดุก่อสร้างรักษ์โลก

“Bio Responsive Block” เปลี่ยนเปลือกหอยเป็นวัสดุก่อสร้างรักษ์โลก

“Bio Responsive Block” เปลี่ยนเปลือกหอยแมลงภู่เป็นอิฐบล็อก ลดขยะ สร้างมูลค่าชุมชน

จาก “ขยะเปลือกหอย” ที่ถูกทิ้งสะสมตามชุมชนชายฝั่ง สู่การเป็นวัสดุก่อสร้างดีไซน์สวยและมีมูลค่า กับนวัตกรรม Bio Responsive Block อิฐบล็อกช่องลมจากเปลือกหอยแมลงภู่ ผลงานวิจัยจากจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัยที่นำแนวคิดเศรษฐกิจหมุนเวียนมาประยุกต์ใช้ พร้อมเปิดโอกาสให้ชุมชนสามารถผลิตและสร้างรายได้จากวัสดุเหลือทิ้งในพื้นที่

จากขยะประมงสู่ “วัสดุ” แห่งอนาคต

เปลือกหอยแมลงภู่เป็นหนึ่งในวัสดุเหลือทิ้งที่พบได้ในชุมชนประมงตามแนวชายฝั่งของประเทศไทย โดยมีการทิ้งและสะสมในปริมาณมาก แต่ด้วยองค์ประกอบสำคัญอย่างแคลเซียมคาร์บอเนต ทำให้เปลือกหอยมีศักยภาพที่จะนำกลับมาใช้ประโยชน์ในรูปแบบใหม่

แนวคิดดังกล่าวนำไปสู่การพัฒนา Bio Responsive Block โดย ผศ.ดร.รันดา อดุลเดชจรัส อาจารย์ประจำภาควิชาสถาปัตยกรรมภายใน คณะสถาปัตยกรรมศาสตร์ และรองผู้อำนวยการสถาบันวิจัยโลหะและวัสดุ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ซึ่งต่อยอดจากวิทยานิพนธ์ระดับปริญญาเอก เพื่อสร้างมูลค่าเพิ่มให้กับเปลือกหอยและเปลี่ยนของเหลือทิ้งจากชุมชนให้กลายเป็นวัสดุที่มีคุณค่าทางเศรษฐกิจ

เปลี่ยนเปลือกหอยด้วยกระบวนการที่ชุมชนทำได้

จุดเด่นของ Bio Responsive Block ไม่ได้อยู่เพียงการนำเปลือกหอยกลับมาใช้ใหม่ แต่ยังออกแบบกระบวนการผลิตให้เหมาะกับการมีส่วนร่วมของชุมชน

โดยทั่วไป การนำเปลือกหอยมาแปรรูปเป็นปูนขาวอาจต้องผ่านกระบวนการเผาที่อุณหภูมิสูง แต่งานวิจัยนี้เลือกใช้วิธี บดเปลือกหอย แทนการเผา ช่วยลดความซับซ้อนของกระบวนการ และลดการใช้พลังงานจากการเผา อีกทั้งยังเปิดโอกาสให้ชุมชนสามารถนำอุปกรณ์ที่หาได้ในครัวเรือนมาใช้ในการผลิตได้

กระบวนการเริ่มตั้งแต่การรวบรวมเปลือกหอยจากชุมชน ล้างทำความสะอาด ตากให้แห้ง และบดจนละเอียด จากนั้นจึงนำไปผสมกับปูนเทอร์ราซโซ เติมน้ำ คลุกเคล้า เทลงแม่พิมพ์ รอให้แห้ง แกะออก และขัดผิวด้วยมือ

แนวทางดังกล่าวช่วยให้ “ขยะ” สามารถกลับเข้าสู่กระบวนการผลิตได้อีกครั้ง และสอดคล้องกับแนวคิด Circular Economy ที่มุ่งใช้ทรัพยากรให้เกิดประโยชน์สูงสุดและลดการสูญเสียของวัสดุ

 

ไม่ใช่แค่รักษ์โลก แต่ยังมีดีไซน์เฉพาะตัว

นอกจากประโยชน์ด้านสิ่งแวดล้อมแล้ว Bio Responsive Block ยังถูกออกแบบให้มีความสวยงามและสามารถนำไปใช้เป็นองค์ประกอบด้านสถาปัตยกรรมได้

เปลือกหอยแมลงภู่ที่มีสีเขียวเข้ม เมื่อนำมาบดและผสมในวัสดุจะทำให้เกิดพื้นผิวและโทนสีที่มีความเป็นธรรมชาติ ตั้งแต่สีน้ำตาลอ่อนไปจนถึงน้ำตาลเข้ม โดยมีการกำหนดสัดส่วนส่วนผสมเพื่อให้ยังคงความแข็งแรงของบล็อกไว้

ส่วนเปลือกหอยที่มีลวดลายหรือพื้นผิวสวยงามสามารถคัดมาใช้เป็นส่วนตกแต่งบริเวณผิวหน้าของบล็อก ขณะที่ส่วนที่เหลือจะถูกบดเป็นผงเพื่อผสมเข้าไปในเนื้อวัสดุ ทำให้สามารถใช้ประโยชน์จากเปลือกหอยได้อย่างคุ้มค่า

 

ออกแบบให้เหมาะกับอากาศร้อนของไทย

Bio Responsive Block ยังมีอีกหนึ่งคุณสมบัติที่น่าสนใจจากการออกแบบให้เป็น อิฐบล็อกช่องลม ซึ่งช่วยให้อากาศสามารถไหลผ่านพื้นที่ได้ และเพิ่มการหมุนเวียนอากาศภายในอาคาร

ช่องลมยังช่วยสร้างมิติของแสงและเงา ทำให้บล็อกไม่ได้ทำหน้าที่เป็นเพียงวัสดุก่อสร้าง แต่สามารถกลายเป็นองค์ประกอบในการออกแบบพื้นที่ได้ด้วย

อย่างไรก็ตาม วัสดุนี้เน้นการใช้งานด้านการตกแต่งมากกว่าการรับน้ำหนักเชิงโครงสร้าง จึงเหมาะกับการใช้เป็นผนังตกแต่ง ผนังไฮไลต์ หรือพื้นที่บางส่วนของบ้าน รีสอร์ต คาเฟ่ และอาคารที่ต้องการสื่อสารเรื่องธรรมชาติและความยั่งยืน

 

Circular Economy ที่เริ่มต้นจากชุมชน

สิ่งที่ทำให้ Bio Responsive Block น่าสนใจในมุม ESG คือการไม่ได้มองปัญหาขยะเพียงด้านสิ่งแวดล้อม แต่เชื่อมโยงไปถึง เศรษฐกิจและสังคมของชุมชน

เมื่อเปลือกหอยสามารถถูกนำมาเป็นวัตถุดิบสำหรับผลิตภัณฑ์ใหม่ ชุมชนประมงก็มีโอกาสสร้างรายได้เพิ่มขึ้นจากทรัพยากรที่เคยถูกมองว่าเป็นขยะ ขณะเดียวกันยังสามารถต่อยอดองค์ความรู้ไปสู่การพัฒนาเป็นวิสาหกิจชุมชนได้

แนวคิดของโครงการยังสามารถเชื่อมโยงกับการท่องเที่ยวเชิงเรียนรู้ โดยนักท่องเที่ยวอาจเข้ามาเรียนรู้ตั้งแต่การเลี้ยงหอย การเก็บเกี่ยว การแปรรูป ไปจนถึงการนำเปลือกหอยมาสร้างเป็นผลิตภัณฑ์ใหม่

นี่จึงเป็นตัวอย่างของการสร้างคุณค่าที่ไม่ได้หยุดอยู่แค่ “การรีไซเคิล” แต่เป็นการนำทรัพยากรกลับเข้าสู่ระบบเศรษฐกิจ พร้อมสร้างโอกาสทางรายได้ให้กับคนในพื้นที่

 

ต่อยอดวัสดุท้องถิ่นสู่การก่อสร้างที่ยั่งยืน

ในอนาคต งานวิจัยมีแนวคิดที่จะพัฒนา Bio Responsive Block ให้มีคุณสมบัติเพิ่มขึ้น เช่น การเติมเส้นใยธรรมชาติจากพืชท้องถิ่นอย่างเส้นใยต้นตาล เพื่อเพิ่มคุณสมบัติด้านฉนวนความร้อน และช่วยลดอุณหภูมิภายในอาคาร

ขณะเดียวกัน แนวคิดการใช้เปลือกหอยก็ไม่ได้จำกัดอยู่เฉพาะหอยแมลงภู่ เพราะเปลือกหอยชนิดอื่น ๆ เช่น หอยนางรม หอยเชอรี่ และหอยลาย ต่างมีแคลเซียมคาร์บอเนตและมีศักยภาพในการนำมาพัฒนาต่อยอดได้เช่นกัน

Bio Responsive Block จึงสะท้อนให้เห็นว่า วัสดุสำหรับโลกอนาคตอาจไม่ได้เกิดจากการค้นหาวัตถุดิบใหม่เสมอไป แต่สามารถเริ่มต้นจากการมอง “ของเหลือทิ้ง” ที่อยู่รอบตัวเราในมุมใหม่

จากเปลือกหอยที่เคยถูกทิ้งให้กลายเป็นปัญหาของชุมชน วันนี้กำลังถูกเปลี่ยนให้เป็นทั้งวัสดุก่อสร้าง ผลิตภัณฑ์สร้างสรรค์ และโอกาสทางเศรษฐกิจ ซึ่งเป็นอีกหนึ่งภาพของ Circular Economy ที่ขับเคลื่อนจากระดับชุมชนสู่การสร้างความยั่งยืนในวงกว้าง

 

ที่มา : sdthailand

 

เรื่องอื่นๆที่น่าสนใจ : นวัตกรรม “พลาสติกไม้ไผ่” คืนสู่ธรรมชาติ – ESG Universe

Developed by sarunyacrop