แถลงสรุปคดี “น้องชมพู่” ผบ.ตร.เผย ถูกผู้อื่นพาขึ้นไปบนภูเหล็กไฟจนเสียชีวิตยังไม่มีพยานหลักฐานเพียงพอในการแจ้งข้อหาใคร ปัดเรื่อง “ลุงพล” เป็นจำเลยสังคม ชี้ คนพูดกันไปเอง
วันที่ 2 ต.ค.63 พล.ต.อ.สุวัฒน์ แจ้งยอดสุข ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ(ผบ.ตร.) แถลงผลความคืบหน้าการเสียชีวิตปริศนาของ น้องชมพู่ อายุ 3 ขวบ ที่บ้านกกกอก อ.กกตูม อ.ดวงหลวง จ.มุกดาหาร ซึ่งใช้เวลาในการสืบสวนสอบสวนนานกว่า 144 วันในคดีนี้มีการสอบสวน 384 ปาก สอบผู้เชี่ยวชาญ 113 ปาก เก็บวัตถุพยานที่เป็นหลักฐานสำคัญในคดีตรวจพิสูจน์แล้ว 113 ชิ้น เป็นพยานหลักฐานในที่เกิดเหตุเป็น DNA จำนวน 150 ตัวอย่าง ผลการสอบสวน 985 แผ่น
โดย พล.ต.อ.สุวัฒน์ สรุปว่า
น้องชมพู่ไม่สามารถเดินไปด้วยได้ด้วยตัวเอง เนื่องจาก
1. เส้นทางที่ยากลำบากที่ขึ้นไปยังจุดพบศพ 4 เส้นทางเกินความสามารถ มีความชันมากกว่า 60 องศา ทุกเส้นทางน้องชมพู่ น้องชมพู่ไม่สามารถเดินขึ้นได้ เพราะบันได้บ้านมีความชัน 45 องศาน้องยังขึ้นไม่ได้
2.พลังงานไม่เพียงพอ ความเห็นนักวิชาการวิชาการสอดคล้องกันว่าอาหารเช้า มื้อสุดท้ายที่น้องผู้รับประทานมีเพียงไข่เจียว 3 คำและน้ำส้ม 1 ขวดไม่ให้พลังงานได้เพียงพอที่จะเดินขึ้นไปถึงบริเวณที่พบศพ
3.บริเวณพบศพเด็กไปได้ด้วยตัวเองไม่ได้
4.กรณีศึกษาการหายตัวไปของชาวบ้านที่บ้านกกกอก ระยะทางพัดหลง 2 เท่า ชาวบ้านยังหาเจอได้ภายในคืนเดียว
5.กรณีศพเปลือยกายมารดายืนยันว่าน้องชมพู่ถอดเสื้อเองไม่ได้
6.ในที่เกิดเหตุพบเส้นผม 36 เส้นเกิดจากการตัดหรือเฉือน เชื่อว่าเป็นการกระทำของบุคคลอื่น
7.น้องชมพู่กลัวป่า กลัวสวนยางพารา เชื่อว่าจะไม่ขึ้นไปเอง

ทั้งนี้ เชื่อว่ามีผู้พาน้องไปและทำให้ถึงแก่ความตายไม่ว่าทางตรงหรือทางอ้อม แต่ยังไม่มีพยานหลักฐานพอที่จะออกหมายจับหรือดำเนินคดีกับใครได้ แต่ยังไม่ยุติ เนื่องจากคดีมีอายุความ 20 ปี ซึ่งตามระเบียบ หากตำรวจไม่สามารถดำเนินคดีกับใครได้ภายใน 1 ปี ต้องส่งสำนวนการสอบสวนให้พนักงานอัยการ แต่การสืบสวนดำเนินการต่อได้ แม้ว่าวันนี้จะยังตอบคำถามประชาชนไม่ได้ว่าใครเป็นคนร้ายแต่ยืนยันว่ายังไม่ละเลิกความพยายามเพื่อหาคนร้ายที่กระทำการมารับผิดชอบ
ไม่มีพยานหลักฐานพอที่จะตั้งข้อหา “ลุงพล”
ส่วนประเด็นผู้ต้องสงสัย “ลุงพล” พล.ต.อ.สุวัฒน์ ระบุว่า ไม่มีพยานหลักฐานพอที่จะตั้งข้อหาใครได้เลย ไม่เพียงแค่ลุงพล ไม่สามารถจะบ่งชี้ว่า ใครเป็น หรือไม่เป็นผู้ต้องสงสัยทั้งสิ้น และหากบอกว่า “ลุงพล” เป็นจำเลยสังคม ต้องถามกลับไปว่า ใครเป็นผู้มอบตำแหน่งนั้นให้ เรื่องนี้ไม่เกี่ยวกับเจ้าหน้าที่ตำรวจ
โดยสรุป คือ “น้องชมพู่” ถูกผู้อื่นพาขึ้นไปบนภูเหล็กไฟจนเสียชีวิตในเวลาต่อมา ซึ่งความผิดที่สรุปได้คือข้อหากักขังหน่วงเหนี่ยว เป็นเหตุให้ผู้อื่นเสียชีวิต ซ่อนเร้นอำพรางศพ แต่ยังไม่มีพยานหลักฐานเพียงพอในการแจ้งข้อหา หรือออกหมายจับใครได้
ข่าวอื่นที่น่าสนใจ
ช่างภาพช่องดังลาออก สุดทน! เสนอแต่ข่าว “ลุงพล” จวกสื่อ “ไร้จรรยาบรรณ”
