หมอธีระ ย้ำอีก! โควิด-19 ไม่ใช่ผีหลอกเด็ก อาจนำไปสู่หายนะทั้งประเทศ

หมอธีระ ย้ำอีก! โควิด-19 ไม่ใช่ผีหลอกเด็ก อาจนำไปสู่หายนะทั้งประเทศ


นพ.ธีระ อธิบายยาว แนวคิดเปิดประเทศเพื่อรับเชื้อสร้างภูมิคุ้มกัน ล้มเหลวในต่างประเทศ แลกกับการเสียชีวิตของคนจำนวนมาก แถมภูมิที่ได้มีแค่น้อยนิด เตือน เป็นแนวคิดที่อาจนำไปสู่หายนะทั้งประเทศ

 

วันที่ 24 ก.3.63 รศ.นพ.ธีระ วรธนารัตน์ คณะแพทยศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊ก “Thira Woratanarat” แสดงความคิดกรณีโควิด-19 เตือนถึงแนวคิดในการเปิดประเทศเพื่อรับเชื้อให้เกิดภูมิคุ้มกัน ระบุว่าในต่างประเทศล้มเหลวกับวิธีการนี้ สุดท้ายระบาดรุนแรงกว่าเดิม แลกมากับการเสียชีวิตของผู้คนจำนวนมาก

 

โดยโพสต์ดังกล่าว มีรายละเอียดดังนี้

“…ความคิดที่อาจนำไปสู่หายนะกันทั้งประเทศ…

1. “ประเทศอื่นติดกันเยอะ บางที่คนเค้ามีภูมิกันถึง 20%…ประเทศเราทำตัวเป็นไข่แดง รักษาพรหมจรรย์แบบนี้ไม่ได้ จึงต้องเปิดประเทศรับเชื้อเข้ามาบ้าง ทำให้คนติดเชื้อในประเทศบ้าง จะได้มีภูมิ เผื่อวันหลังได้วัคซีนมาจะได้ฉีดไม่ต้องเยอะมาก ก็จะได้ภูมิคุ้มกันหมู่ได้ง่ายขึ้น”

ตอบ: หากติดตามข้อมูลให้ดี คุณจะทราบว่า ประเทศต่างๆ ที่ระบาดหนักกันไปทั่วโลกนั้น ไม่ใช่ว่าทุกที่ที่ติดเชื้อแล้วภูมิคุ้มกันจะขึ้นกันหมดนะครับ ที่มีภูมิขึ้นไป 20% ของประชากรที่สำรวจนั้นแทบจะนับได้น้อยมาก ส่วนใหญ่ติดเชื้อกันเยอะๆ แล้ว ไปวัดภูมิก็ขึ้นกันแค่หลักหน่วย ที่ถึง 20% มีแค่ไม่กี่ที่เท่านั้น เช่น นิวยอร์ค สเปนในบางกลุ่มเป้าหมาย เป็นต้น

และเอาเข้าจริงภูมิคุ้มกันระดับสังคมหรือภูมิคุ้มกันหมู่ที่จะเพียงพอจะยับยั้งการแพร่ระบาดได้นั้น คาดว่าต้องมีถึง 60% ด้วยซ้ำไป

การปล่อยให้คนติดเชื้อในสังคมเยอะๆ เพื่อหวังภูมินั้นอาจเป็นการทำร้ายคนอื่นในสังคมโดยเค้าไม่รู้อิโหน่อิเหน่ รู้ไม่เท่าทันจุดประสงค์แอบแฝงเช่นนี้

เคยมีคนคาดประมาณว่า หากจะหวังให้คนติดเชื้อแล้วหวังจะได้ภูมิสัก 50% จะต้องแลกกับจำนวนคนตายหลายแสนถึงหลายล้านคนเลยทีเดียว หากคิดเทียบกับจำนวนประชากรในประเทศแถบยุโรปหรืออเมริกา

หลายประเทศในยุโรปก็เคยลองปล่อยให้ติดเชื้อเพื่อหวังภูมิหมู่ แต่ระบาดรุนแรงจนต้องยอมแพ้ และภูมิที่หวังก็ดันไม่ได้อย่างที่หวัง

สุดท้ายคือ ต้องถามคนอุตริผลักดันความคิดนี้ว่า หากจะแลกให้มีภูมิเกิดขึ้นแบบนี้ ขอแลกกับชีวิตคุณและครอบครัวคุณ…เอาไหมครับ? หากได้รับคำถามแล้วกรุณาตอบด้วยนะครับ

2. “มัวแต่เล่าเรื่องผีหลอกเด็ก โรคนี้ตายแค่ 0.6% ระบบเราเอาอยู่ ปล่อยให้ติดเชื้อสักวันละ 50-100 คนก็ได้”

ตอบ: เรื่องผีหลอกเด็ก หากต้องการจะบอกว่า จริงๆ โรคนี้ไม่น่ากลัว เป็นเหมือนหวัดหรือหวัดใหญ่…คุณกำลังผิดศีลนะครับ

โรคที่แพร่เร็วมาก ทำให้ตายได้ แถมไม่มียารักษามาตรฐาน ไม่มีวัคซีนป้องกัน…มันน่ากลัวไหมครับ?

หากตอบว่าไม่น่ากลัว ก็ไม่ต้องเชื่อคำเตือนก็ได้ครับ แต่ขออย่างเดียว เวลาไม่ปฏิบัติตัว ไม่ป้องกัน แล้วสุดท้ายติดเชื้อขึ้นมา อย่าสร้างภาระต่อคนอื่น หรือทำตัวเป็นตัวแพร่ให้คนอื่นในสังคมนะครับ…เพราะนอกจากคุณผิดศีลเรื่องข้างบนแล้ว ยังทำบาปด้วยการทำร้ายคนอื่นและมีโอกาสฆ่าคนอื่นจากการแพร่เชื้อทั้งโดยรู้ตัวหรือไม่รู้ตัวได้

แต่น่าเสียดาย…จากประสบการณ์ที่ผมเห็นมา คนหรือกลุ่มคนที่มีความคิดข้างต้น มักเป็นประเภทปากกล้าขาสั่น ยอมให้คนอื่นตายได้เพื่อประโยชน์ตนเอง แต่กรูไม่ยอมเสี่ยงเวลาเผชิญหน้า…

และสุดท้าย การอ้างว่าระบบเอาอยู่ ติดมาเลย 50-100 คนต่อวัน รับได้สบายมากนั้น หากดูข้อมูลของต่างประเทศ เราจะพบว่าไม่มีใครที่จะควบคุมการระบาดให้เป็นไปตามที่ต้องการได้ และหลายต่อหลายประเทศก็สะบักสะบอมจากการระบาดซ้ำ ติดเชื้อกันมหาศาล ตายกันมาก และเกิดผลกระทบวงกว้างทั้งด้านสังคมเศรษฐกิจและสุขภาพ

…ที่เล่ามานั้น อยากกระตุ้นเตือนหน่วยงานต่างๆ รวมถึงหน่วยงานความมั่นคงของประเทศ ให้ระวังการผลักดันความคิดต่างๆ ข้างต้นให้ดี

…ความคิดที่อาจก่อให้เกิดภาวะคุกคามความมั่นคงของประเทศ และคุกคามสวัสดิภาพความปลอดภัยของประชาชนนั้น ไม่ได้มาจากไหนหรอกครับ มาจาก”คน”ทั้งนั้น…ดังนั้นจึงต้องระวังอย่างยิ่ง

เพราะหากตัดสินใจหลงเชื่อ ขึ้นขบวนรถไฟสายนี้แล้ว จะกลายเป็นหนทางสู่ความหายนะระบาดซ้ำรุนแรง และเกิดผลกระทบต่างๆ ที่ไม่อาจแก้ไขให้กลับคืนมาได้

ด้วยรักต่อทุกคน
รศ.นพ.ธีระ วรธนารัตน์
คณะแพทยศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย”

 

…ความคิดที่อาจนำไปสู่หายนะกันทั้งประเทศ… 1. “ประเทศอื่นติดกันเยอะ บางที่คนเค้ามีภูมิกันถึง…

โพสต์โดย Thira Woratanaratเมื่อ วันพุธที่ 23 กันยายน 2020

ข่าวอื่นที่น่าสนใจ