ดร.พีรภัทร อธิบาย การลงทุนของประกันสังคมในศรีพันวา ชี้ ทำกับกองทรัสต์ ไม่ใช่รายได้จากการบริหารงานโรงแรม ย้ำ คนละเรื่องกรณีรีสอร์ตขาดทุน 150 ล้านบาท
จากกรณีดราม่าในสังคมประเด็นการเมือง เมื่อเจ้าของรีสอร์ตดัง “ศรีพันวา” ได้ออกมาวิจารณ์แกนนำกลุ่มผู้ชุมนุม 19 ก.ย. ที่ท้องสนามหลวง จนเกิดการกระแสต่อต้านด้วยแอชแท็ก #แบนศรีพันวา ตามที่ได้เสนอข่าวไปแล้วนั้น
อ่านข่าว : เทรนด์ Twitter ผุด #แบนศรีพันวา หลังเจ้าของรีสอร์ตโพสต์ด่าม็อบ
ซึ่งประเด็นดังกล่าวมีการพูดถึงอย่างต่อเนื่อง และมีการสืบค้นข้อมูลพบว่า ธุรกิจของศรีพันวามีผู้ถือหุ้นรายใหญ่คือ “สำนักงานประกันสังคม” ประกอบกับข้อมูลจากผลประกอบการของศรีพันวาในปี 2561 ที่ขาดทุนถึง 150 ล้านบาท ทำให้เกิดความสงสัยตามมา ว่าการที่กองทุนประกันสังคมจ่ายเงินให้ผู้ประกันตนช่วงสถานการณ์โควิด-19 ไม่ทันนั้น มีส่วนเกี่ยวข้องกับการถือหุ้นครั้งนี้หรือไม่
ล่าสุด เฟซบุ๊กแฟนเพจ “Dr. Pete Peerapat” ของ ดร.พีรภัทร ฝอยทอง ทนายความและที่ปรึกษากฎหมาย ชื่อดัง ได้โพสต์อธิบายถึงกรณีดังกล่าว ระบุว่า การลงทุนของประกันสังคมทำกับ “กองทรัสต์” ซึ่งรับรายได้จากค่าเช่าตามสัญญา ไม่ใช่รายได้จากการบริหารงานโรงแรมศรีพันวา ซึ่งไม่เกี่ยวข้องกับขาดทุน 150 ล้าน บาท
โดยโพสต์ดังกล่าว มีรายละเอียดดังนี้
“#ศรีพันวา #ประกันสังคม
เห็นวันนี้มีข่าวดราม่าเรื่องเจ้าของศรีพันวาออกมาโพสต์วิจารณ์การเมือง และลามไปถึงการลงทุนของกองทุนประกันสังคมในโรงแรมศรีพันวา
ผมขอไม่พูดถึงเรื่องการเมืองนะครับ ในส่วนนั้นแต่ละท่านคงมีความเห็นแตกต่างกันออกไป แต่สิ่งที่ผมอยากอธิบายให้เข้าใจ คือ เรื่องการลงทุนของประกันสังคมในศรีพันวามากกว่าครับ
เพราะหลายคนเข้าใจเรื่องนี้ผิดไปไกลเลย
เริ่มกันที่เรื่องศรีพันวาก่อน ตามข้อมูลที่บอกว่าขาดทุน 150 ล้านแล้วทำไมประกันสังคมยังเข้าไปลงทุนอีก
ก่อนอื่นเราต้องเข้าใจก่อนว่า .. เจ้าของโรงแรมศรีพันวา กับ คนบริหารโรงแรมศรีพันวา คือ คนละคนกัน
เจ้าของที่ดินและตัวโรงแรมศรีพันวาตอนนี้ คือ #ทรัสต์เพื่อการลงทุนในอสังหาริมทรัพย์โรงแรมศรีพันวา (“กองทรัสต์”) ซึ่งเป็นกองทุนประเภทหนึ่งที่เปิดให้ใครก็ได้มาเป็นเจ้าของ โดยสามารถซื้อขายผ่านตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย
ส่วนคนที่บริหารงานโรงแรมศรีพันวาตอนนี้ คือ บริษัท ชาญอิสสระ เรสซิเดนซ์ จำกัด (“บริษัทฯ”) (ข้อมูลจาก https://www.sripanwa.com/th/about-us/)
[เหมือนเราเป็นเจ้าของบ้าน แล้วให้คนอื่นมาเช่าไปเปิดร้านขายของ]
ในส่วนของประกันสังคมนั้น ไปลงทุนในกองทรัสต์ครับ ไม่ได้ลงทุนในบริษัทฯ ที่บริหารงานโรงแรม
กองทรัสต์นี้จัดตั้งเมื่อปี 2559 ระดมเงินจากนักลงทุนต่าง ๆ ไปซื้อโรงแรมศรีพันวามาจากเจ้าของเดิม แล้วหลังจากนั้นก็ให้เจ้าของเดิมเช่าที่โรงแรมกลับไปบริหารงานต่อ
รายได้ของกองทรัสต์ คือ #ค่าเช่าตามสัญญา ไม่ใช่รายได้จากการบริหารงานโรงแรม (ค่าที่พัก อาหาร เครื่องดื่ม ฯลฯ)
ซึ่งเราลองไปดูงบการเงินของกองทรัสต์ได้ที่เว็บไซต์ตลาดหลักทรัพย์ https://www.set.or.th/set/factsheet.do?symbol=SRIPANWA…
ถ้าเข้าไปดูแล้วเราจะเห็นว่ารายได้หลักจะมาจากค่าเช่าและบริการ ส่วนรายจ่ายก็จะเป็นพวกค่าธรรมเนียมในการบริหารกองทุน ค่าธรรมเนียมนายทะเบียน

ที่สำคัญ จะเห็นว่ากองทรัสต์นี้มีกำไรตั้งแต่ปี 2560 ถึง 2562 ปีละ 230 – 240 กว่าล้านมาตลอด และเมื่อจ่ายปันผลแล้วผู้ถือหุ้นก็จะได้ปันผลปีละ 6% กว่า ๆ มาโดยตลอด
ที่คนสงสัยว่าประกันสังคมไปลงทุนในศรีพันวาทั้ง ๆ ที่ขาดทุนตลอดได้อย่างไร จึงไม่ใช่เรื่องที่ถูกต้องครับ
ที่ถูกต้อง คือ ประกันสังคมเข้าไปลงทุนในกองทรัสต์ที่เป็นเจ้าของศรีพันวา
ถ้าจะตั้งคำถาม เราต้องไปตั้งคำถามว่า มูลค่าที่ประกันสังคมซื้อกองทรัสต์นี้เหมาะสมหรือไม่
[เหมือนเราถามว่าซื้อหุ้นตัวนี้ถูกหรือแพง เพราะเวลาเขาขาย เขาไม่ได้ขายแค่มูลค่าที่ มูลค่าโรงแรม แต่ขายมูลค่าที่คาดว่าโรงแรมจะจ่ายค่าเช่าให้ตลอดสัญญาด้วย]
……..
ประเด็นต่อมาที่มีคนสงสัย คือ ทำไมประกันสังคมต้องไปลงทุนอะไรที่เสี่ยงแบบนี้ด้วย
คำตอบ คือ กองทุนประกันสังคมที่เก็บเงินจากนายจ้าง ลูกจ้าง และรัฐบาลเพื่อนำไปบริหารนั้นมีเงินอยู่ประมาณ 2 ล้านล้านบาท
เงินก้อนนี้ประกันสังคมก็ต้องนำไปลงทุนเพื่อให้ได้ดอกผลมาจ่ายให้กับสมาชิก ซึ่งก็คือลูกจ้างที่ประกันตนเองไว้กับประกันสังคม
ไม่ว่าจะเป็นเจ็บ ตาย คลอดลูก ตกงาน รวมถึงเงินบำนาญที่จะได้ตอนเกษียณด้วย
ซึ่งเงินพวกนี้ถ้าประกันสังคมเอาไปฝากธนาคาร หรือซื้อพันธบัตรรัฐบาลเอาไว้ ดอกผลที่จะได้ คงไม่พอจ่ายคนที่จะเกษียณในอีก 20 – 30 ปีข้างหน้าแน่ ๆ
เพราะตอนนี้เราเข้าสู่สังคมผู้สูงวัยเต็มตัวแล้ว.. หมายความว่าประกันสังคม ต้องจ่ายเงินบำนาญให้คนจำนวนมากจนกว่าจะตาย แต่คนรุ่นใหม่ที่ทำงานและมาจ่ายเงินเข้าประกันสังคมจะมีจำนวนน้อยลง
ประกันสังคมจึงต้องกระจายการลงทุนไปลงทุนในสินทรัพย์อื่น ๆ ที่มีความเสี่ยงบ้าง แต่ต้องอยู่ในอัตราที่เหมาะสม
อย่างกองทรัสต์ศรีพันวานี้ ที่บอกว่าประกันสังคมถือหุ้นใหญ่สุด 20 กว่าเปอร์เซ็นต์ เมื่อดูจำนวนหุ้นแล้ว คือ 63 ล้านกว่าหุ้น สมมุติว่าซื้อมาตอน IPO ที่หุ้นละ 10 บาท
แปลว่าประกันสังคมเอาเงินไปซื้อเพียงแค่ 6 ร้อยกว่าล้านเท่านั้น เมื่อเทียบกับมูลค่ากองทุนประกันสังคมที่มีอยู่ 2 ล้านล้านบาท ถือว่าน้อยมาก ๆ
[ผมไม่ทราบนะครับว่าต้นทุนที่ประกันสังคมซื้อมาหุ้นละกี่บาท]
ดังนั้น การมาลงทุนในกองทรัสต์นี้ถือว่าสัดส่วนน้อยมาก แต่เป็นการลงทุนที่เหมาะสมหรือไม่อันนี้ผมคงตอบไม่ได้ เพราะ ประกันสังคมเขาก็มีผู้จัดการกองทุนและนักวิเคราะห์ของเขาวิเคราะห์ข้อมูล
………
สำหรับความเสี่ยงของกองทรัสต์ตอนนี้ ก็คือ การที่นักท่องเที่ยวเข้ามาประเทศไทยได้น้อยลง
แปลว่าตัวบริษัทที่บริหารงานศรีพันวาก็น่าจะมีรายได้ลดลงมาก
สิ่งที่เขาจะทำก็คือ ต่อรองขอลดหรือยกเว้นการจ่ายค่าเช่าลงจากกองทรัสต์ ซึ่งผมไม่รู้ว่าตอนนี้เขาตกลงกันอย่างไร
แต่ผมอยากให้นึกถึงพวกห้างต่าง ๆ ที่ลดค่าเช่าให้ร้านค้าอ่ะครับ เจ้าของได้ค่าเช่าน้อยลง แต่ธุรกิจก็ยังไปต่อได้
กองทรัสต์นี้ก็เช่นกัน ถ้าเขาไม่ลดค่าเช่าให้เลย ผมก็ไม่รู้ว่าโรงแรมจะเปิดต่อไปได้หรือไม่
ถ้าไปต่อไม่ได้ กองทรัสต์ก็จะขาดรายได้ในส่วนค่าเช่าไป แต่ความเป็นเจ้าของโรงแรมยังคงมีอยู่
ที่ทำได้ก็คือไปหาคนมาเช่าโรงแรมไปบริหารต่อ หรือไม่ก็มีมติว่าปิดกองทรัสต์โดยการขายโรงแรมนี้ทิ้งแล้วก็เอาเงินคืนผู้ถือหน่วยไปเลย
ขออธิบายทำความเข้าใจเรื่องกองทรัสต์และการลงทุนของประกันสังคมประมาณนี้ก่อนนะครับ ^^”
#ศรีพันวา #ประกันสังคม เห็นวันนี้มีข่าวดราม่าเรื่องเจ้าของศรีพันวาออกมาโพสต์วิจารณ์การเมือง…
โพสต์โดย Dr. Pete Peerapatเมื่อ วันอังคารที่ 22 กันยายน 2020
ข่าวที่เกี่ยวข้อง
เทรนด์ Twitter ผุด #แบนศรีพันวา หลังเจ้าของรีสอร์ตโพสต์ด่าม็อบ
