“สมศักดิ์” รุกตัดตอนเครือข่ายค้ายา เสนอตรวจสารเสพติดจากเส้นผม

“สมศักดิ์” รุกตัดตอนเครือข่ายค้ายา เสนอตรวจสารเสพติดจากเส้นผม


รมว.ยุติธรรม ดันใช้วิธีตรวจหาสารเสพติดจากเส้นผมเป็นทางเลือก เผยสามารถตรวจยาเสพติดได้ 26 ชนิด ย้อนประวัติการเสพได้ถึง 6 เดือน ใช้เวลาแค่ 50 นาที ชี้ช่วยตัดตอนผู้ค้ารายใหญ่ หากไม่มีผู้ซื้อ

 

วันที่ 21 กันยายน 2563 – นายสมศักดิ์ เทพสุทิน รมว.ยุติธรรม เป็นประธานเปิดโครงการ “สร้างการรับรู้การตรวจสารเสพติดในเส้นผม” ซึ่งจัดขึ้นโดย สถาบันนิติวิทยาศาสตร์และสำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามยาเสพติด (ป.ป.ส.) โดยกล่าวว่า มีนโยบายในเรื่องของการป้องกันและปราบปรามยาเสพติดในประเทศให้ลดน้อยลงไป วันนี้ความก้าวหน้าทางวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีได้พัฒนาขึ้น และพร้อมที่ช่วยให้ความยุติธรรมเกิดขึ้นกับสังคมไทยได้มากที่สุด ดังเช่นกรณีของคดีความการยัดยาเสพติด

ซึ่งมีตัวอย่างกรณี คนขับสิบล้อ ที่ถูกจับยาบ้า 1 เม็ดที่ อ.สามร้อยยอด จ.ประจวบคีรีขันธ์ ซึ่ง ผอ.สถาบันนิติวิทยาศาสตร์ ได้เล่าให้ฟังว่า สามารถตรวจสอบคนเสพยาย้อนหลังได้ถึง 6 เดือน โดยตรวจเส้นผมยาว 30 เซนติเมตร (ซม.) ตนจึงได้ให้นำคนขับสิบล้อมาตรวจก็ไม่พบสารเสพประเภทยาบ้า นี่จึงเป็นเรื่องที่ทำให้สังคมมองหลักนิติวิทยาศาสตร์ในทางที่เป็นธรรมมากขึ้น ซึ่งทำให้กระจ่างชัดว่าคนขับสิบล้อไม่ได้เสพยา

ขณะเดียวกันที่ผ่านมา พบว่าในการตรวจหาสารเสพติดจากเด็กและเยาวชนในสถานพินิจ นักเที่ยวตามผับบาร์ คนที่เสพยา มักจะมีวิธีการเลี่ยง หากมีการตรวจปัสสาวะ หรือหากรู้ล่วงหน้าว่ามีการตรวจก็จะหยุดเสพ เมื่อตรวจเสร็จก็เสพใหม่อีก แต่หากใช้วิธีการตรวจสารเสพติดจากเส้นผม จะสามารถตรวจย้อนหลังการเสพได้ถึง 6 เดือน และแม่นยำกว่าวิธีปกติ

สำหรับการดำเนินการตรวจหาสารเสพติดในเส้นผม ซึ่งเริ่มในปี 2562 ที่ผ่านมา โดยนำมาใช้กับการตรวจหาสารเสพติดเด็กและเยาวชนในสถานพินิจ พบว่า ในปี 2561เด็กในสถานพินิจที่เข้ารับการอบรมแล้วได้พักกลับบ้าน เมื่อกลับเข้ามาเราตรวจพบการกลับไปเสพยาเสพติดถึง 27-28% แต่ขณะที่ปี 2562 ลดเหลือ 11% และปีนี้เหลือเพียง 7% เท่านั้น

“ที่ผ่านมาหน่วยงานในสังกัดกระทรวงยุติธรรม ได้ให้ความรู้ทางนิติวิทยาศาสตร์แก่เด็กและเยาวชนในสถานพินิจ ว่า การตรวจเส้นผมสามารถตรวจพบย้อนหลังได้ถึง 6 เดือน และตรวจสารเสพติดได้ถึง 26 ชนิด ส่วนค่าใช้จ่ายจากการตรวจเส้นผม เมื่อก่อนเราใช้น้ำยาไปทำปฏิกิริยาซึ่งใช้เวลานานหลายวัน แต่ปัจจุบันนี้ใช้ระบบเอาเส้นผมมาอบแทน ซึ่งใช้เวลาเพียง 50 นาทีเท่านั้น และหากทำในคราวละมากๆ จากเดิมมีค่าใช้จ่าย 5,000บาท ก็จะเหลือเพียง1,000 กว่าบาทต่อคนเท่านั้น ซึ่งหากพ่อแม่ สงสัยในพฤติกรรมของลูกหลาน กระบวนการนี้ จะเป็นการตอบโจทย์ได้ดีทีเดียว” นายสมศักดิ์ กล่าว

นายสมศักดิ์ กล่าวอีกว่า อยากให้สังคมและประชาชนรับรู้ว่า เราได้ดำเนินการในกระบวนการดังกล่าว ควบคู่ไปกับการปราบปราม ซึ่งจะสามารถตัดตอนผู้ค้ารายใหญ่ได้ หากไม่มีคนเสพคนขายก็จะค่อยๆ หมดไป ก่อนหน้านี้เราปราบปรามหนักเพียงอย่างเดียว เราได้เพียงจำนวนยามาประมาณ 590 กว่าล้านเม็ดต่อปี โดยไม่ได้ช่วยให้ลูกหลานคนไทยหลีกเลี่ยงจากยาเสพติดได้เลย

นอกจากนี้ สถิติของ IODC มีการผลิตยาเสพติดที่สามเหลี่ยมทองคำส่งออกไปทั่วโลก มูลค่าถึง 1.8 ล้านล้านบาท โดยในอดีต เมื่อ 10 ปีก่อน สามารถผลิตได้วันละ 4 แสนเม็ด แต่ขณะนี้โรงงานเดียวผลิตได้วันละ 7 ล้านเม็ด ถ้าเราไม่ทำลายเครือข่าย ไปไล่จับอย่างเดียว เราก็ได้แค่จับยาเสพติดที่เพิ่มมากขึ้น

ดังนั้นจึงต้องเน้นทั้งการป้องกันควบคู่ไปกับการปราบปราม ในส่วนของการยึดทรัพย์จากเครือข่ายยาเสพติด ก่อนหน้านี้ยึดทรัพย์ได้ปีหนึ่งไม่เกิน 600 ล้านบาท แต่ต่อจากนี้ในปี 2564 ตนตั้งเป้าว่าต้องยึดให้ได้ 10 เท่า

“ผมมั่นใจว่ายาเสพติดจะค่อยลดน้อยลงไป จากการใช้หลายๆ ส่วนมาประกอบกัน เราจะไม่พูดกันลอยๆ เราจะไม่ใช้กำลังไปยึดยาเสพติดบนถนน ไม่มีการฆ่าตัดตอน ไม่ให้มีคนติดคุกเยอะ ผมไม่อยากให้คนล้นคุก แต่เราจะทลายเครือข่ายยึดทรัพย์เอาเงินเข้าหลวง โครงการวันนี้เป็นการลดทั้งทางตรงและทางอ้อมสำหรับคนที่หลงอยู่ในยาเสพติด เราจะต้องมีเครื่องไม้เครื่องมือที่เข้ามาช่วย มีกฎหมายมาควบคุม เราได้แก้ประกาศและกฎกระทรวงให้การตรวจสารยาเสพติดจากเส้นผมใช้เป็นทางเลือก หากมีการใช้มากๆ ราคาก็จะถูกลง ผมอยากให้ทุกคนสามารถตรวจได้” นายสมศักดิ์ กล่าวในตอนท้าย

 

ข่าวที่น่าสนใจ

“พาณิชย์” แจงยิบ วัดเจดีย์ จดลิขสิทธิ์ ”ไอ้ไข่” 10 รายการ ใครละเมิดไม่ได้