“พุทธิพงษ์” ขู่ เฟซบุ๊ก เร่งฟัน 1,129 บัญชีผิดกฎหมาย ขีดเส้นตาย 15 วัน

“พุทธิพงษ์” ขู่ เฟซบุ๊ก เร่งฟัน 1,129 บัญชีผิดกฎหมาย ขีดเส้นตาย 15 วัน

“พุทธิพงษ์” หึ่ม เฟซบุ๊ก เร่งเช็คบิล 1,129 บัญชีผิดกฎหมาย ขู่ 15 วันยังนิ่ง เตรียมฟ้องตามกฎหมาย พ.ร.บ.คอม ฟุ้งเพจ “อาสาจับตาออนไลน์” สัปดาห์เดียวยอดแจ้งโซเชียล-เว็บ ผิดกฎหมาย กว่า 1,000 รายการ

วันที่ 10 สิงหาคม 2563 – นายพุทธิพงษ์ ปุณณกันต์ รมว.ดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอีเอส) เปิดเผยว่า การตรวจสอบการดำเนินการตามคำสั่งศาล ในการสั่งปิดบัญชีเว็บไซต์ที่มีเนื้อหาผิดกฎหมายจำนวน 1,500 URLs ในระยะเวลา 3 เดือนที่ผ่านมา ตั้งแต่เดือน เม.ย. – มิ.ย. 63 พบว่า ในส่วนบัญชี Facebook จำนวน 1,365 URLs ได้ดำเนินการระงับการเข้าถึงแล้ว เพียงแค่ 236 URL ขณะที่ บัญชี YouTube จำนวน 135 URLs ได้ระงับการเข้าถึงไปแล้วทั้งหมด 135 URLs

ทั้งนี้ เว็บไซต์ Facebook ที่ยังเปิดให้มีการเข้าถึงบัญชีที่ผิดกฎหมายอยู่มากถึง 1,129 URLs (1365 ลบ 236) กระทรวงได้มีหนังสือแจ้งเตือน (Letter of Notice) ไปยังผู้ให้บริการให้เร่งดำเนินการปิดกั้นเนื้อหาดังกล่าวโดยเร็ว ซึ่งหากไม่ดำเนินการภายใน 15 วันอาจเข้าข่ายการกระทำความผิดตาม มาตรา 27 พ.ร.บ. ว่าด้วยการกระทำความผิดเกี่ยวคอมพิวเตอร์ พ.ศ. 2550 และที่แก้ไขเพิ่มเติม มีโทษปรับ 200,000 บาท หรือวันละ 5,000 บาท

โดยจะมีการดำเนินการควบคู่กันไป ทั้งคดีทางอาญา และเปรียบเทียบปรับ เพื่อเป็นการบังคับใช้กฎหมายอย่างจริงจัง และกดดันผู้ให้บริการแพลตฟอร์มต่างประเทศดำเนินการภายใต้กฎหมายของประเทศไทย

ขณะเดียวกันกระทรวงได้เปิด “เพจอาสา จับตา ออนไลน์” เพื่อเป็นช่องทางสร้างความมีส่วนร่วมของประชาชนในการแจ้งเบาะแสสื่อสังคมออนไลน์/เว็บผิดกฎหมาย โดยพบว่า ในช่วง 1 สัปดาห์แรกของการเปิดตัว ตั้งแต่วันที่ 31 ก.ค. ถึง 9 ส.ค.63 มีผู้ส่งข้อมูลเข้ามาแล้ว จำนวน 1,050 URLs

โดยหลังผ่านกระบวนการตรวจสอบ คัดกรองเรื่องที่ซ้ำออกแล้ว พบว่าเหลือจำนวน 317 URLs ประกอบด้วยกรณีที่รวบรวมหลักฐาน ดำเนินการยื่นศาลขอปิดกั้นแล้ว จำนวน 181 URLs ในจำนวนนี้ ศาลมีคำสั่งแล้วทั้งสิ้น 7 URLs อยู่ระหว่างการดำเนินการตรวจสอบข้อกฎหมายอีก 101 URLs และอีก 35 URLs เป็นเรื่องการหลอกลวง การฉ้อโกง การให้คำปรึกษากับพี่น้องประชาชน

ดังนั้น กระทรวง จะเร่งรัดระบบรับเรื่องร้องเรียนสื่อออนไลน์ให้รวดเร็วยิ่งขึ้น ซึ่งกระบวนการรวบรวมและตรวจสอบหลักฐานต่างๆ ต้องเสร็จสิ้นภายใน 48 ชั่วโมง แล้วส่งให้ศาลอนุมัติคำสั่ง เมื่อศาลมีคำสั่งออกมาแล้ว จะดำเนินการส่งต่อให้กองบังคับการปราบปรามการกระทำความผิดเกี่ยวกับอาชญากรรมทางเทคโนโลยี (บก.ปอท.) และตำรวจที่เกี่ยวข้องไปจับกุมผู้กระทำผิดให้ได้โดยเร็ว ตลอดจนส่งต่อไปยังหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เช่น แพลตฟอร์มในต่างประเทศเพื่อปิดเว็บหรือลบเนื้อหาที่ไม่เหมาะสม

อย่างไรก็ตาม ประชาชนที่พบเห็นการกระทำผิดกฎหมายทางออนไลน์ หรือผิดตาม พ.ร.บ. คอมพิวเตอร์ฯ สามารถแจ้งข้อมูลได้ทาง เพจเฟซบุ๊ก “อาสา จับตา ออนไลน์” ซึ่งเป็นช่องทางรับแจ้งข้อมูลจากประชาชน โดยมีเจ้าหน้าที่รับเรื่องและตรวจสอบตลอด 24 ชม.

 

ข่าวที่น่าสนใจ

วอนผู้ใจบุญ อย่าทำบุญปล่อย “ปลาดุก” ชี้ปลาดุก 1 ตัน กินสัตว์น้ำได้ถึง 1.8 ล้านตัวต่อปี

Developed by sarunyacrop