หลังอิทธิพลพายุ “ซินลากู” 4 เขื่อนหลักลุ่มเจ้าพระยาปริมาณน้ำเพิ่มขึ้น คาดน้ำต้นทุนเพียงพอถึงต้นฤดูแล้งหน้า กอนช.ย้ำ ยังคุมเข้มแผนจัดการต่อเนื่อง
ดร.สมเกียรติ ประจำวงษ์ เลขาธิการสำนักงานทรัพยากรน้ำแห่งชาติ (สทนช.) ในฐานะรองผู้อำนวยการกองอำนวยการน้ำแห่งชาติ (กอนช.) เปิดเผยในโอกาสลงพื้นที่ติดตามความก้าวหน้าการเตรียมความพร้อมรับมือฤดูฝน ระบุว่า จากอิทธิพลของพายุ “ซินลากู” ทำให้มีปริมาณน้ำไหลลงอ่างเก็บน้ำลุ่มน้ำเจ้าพระยาเพิ่มขึ้น ส่งผลสถานการณ์น้ำในลุ่มน้ำเจ้าพระยาดีขึ้นเป็นลำดับ โดยเฉพาะบริเวณเหนือเขื่อนสิริกิติ์ฝนตกหนักมาก ในพื้นที่จังหวัดน่าน ทำให้มีปริมาณน้ำไหลเข้าเขื่อนจำนวนมาก
นอกจากนั้น ด้านท้ายเขื่อนสิริกิติ์ ฝนตกหนักในพื้นที่จังหวัดอุตรดิตถ์ ทำให้มีปริมาณน้ำท่าไหลลงสู่แม่น้ำน่านเป็นจำนวนมากเช่นเดียวกัน ส่งผลให้ในช่วงวันที่ 31 ก.ค.- 4 ส.ค 63 ปริมาณน้ำ 4 เขื่อนหลักเจ้าพระยา มีน้ำไหลเข้าแล้วรวม 250 ล้านลูกบาศก์เมตร
ซึ่ง กอนช.คาดการณ์ปริมาณน้ำที่จะไหลเข้าอีก 3 วันข้างหน้า ช่วงวันที่ 5 – 7 ส.ค. 63 จะมีปริมาณน้ำไหลเข้าอ่างฯ เพิ่มขึ้นอีกประมาณ 337 ล้านลูกบาศก์เมตร โดยล่าสุดปริมาณน้ำใช้การได้ 4 เขื่อน ณ วันที่ 4 ส.ค. 63 มีปริมาณน้ำรวมสิ้น 838 ล้านลูกบาศก์เมตร ประกอบด้วย
เขื่อนภูมิพล 137 ล้านลูกบาศก์เมตร
เขื่อนสิริกิติ์ 531 ล้านลูกบาศก์เมตร
เขื่อนแควน้อยบำรุงแดน 86 ล้านลูกบาศก์เมตร
เขื่อนป่าสักชลสิทธิ์ 84 ล้านลูกบาศก์เมตร ขณะที่ปัจจุบันเขื่อนเจ้าพระยาระบายน้ำ 60 ลูกบาศก์เมตร/วินาที
อย่างไรก็ตาม เมื่อเปรียบเทียบปริมาณน้ำใช้การ 4 เขื่อนหลักเทียบช่วงเวลาเดียวกันของปี 2562 พบว่ามีปริมาณน้ำใกล้เคียงกัน ขณะที่การประเมินปริมาณน้ำต้นฤดูแล้งปี 2563/64 ณ 1 พ.ย.63 ปริมาณน้ำใช้การได้ 5,969 ล้าน ลบ.ม. หรือ 33% เมื่อเทียบกับปี 62 ปริมาณน้ำใช้การ 5,376 ล้าน ลบ.ม. หรือ 30% ซึ่งถือว่ายังเป็นปริมาณน้ำน้อย
กอนช.จึงได้กำชับหน่วยงานดำเนินการปรับแผนการจัดสรรน้ำให้สอดคล้องกับสถานการณ์ รวมถึงควบคุมการจัดสรรน้ำให้เป็นไปตามแผนอย่างเคร่งครัด ถึงแม้หลายพื้นที่มีฝนตกมาแล้วปลูกข้าวนาปีได้ แต่ยังต้องขอความร่วมมือเกษตรกรเริ่มทำการเพาะปลูกได้เมื่อมีฝนตกสม่ำเสมอและปริมาณน้ำในพื้นที่เพียงพอแล้ว ซึ่งการบริหารจัดการน้ำจะเป็นการจัดสรรจากอ่างฯ เสริมน้ำท่าและน้ำฝนท้ายอ่างฯให้กับพื้นที่เพาะปลูก
ทั้งนี้ กอนช.จะมีการประเมินปริมาณน้ำต้นทุนเป็นระยะๆ เพื่อให้การบริหารจัดการน้ำลุ่มเจ้าพระยาสอดคล้องกับสถานการณ์ โดยเน้นการเก็บกักน้ำในอ่างฯ และแหล่งน้ำต่างๆ ให้มากที่สุดไว้ใช้ในช่วงฤดูแล้งที่จะมาถึง รวมถึงการหารือหน่วยเกี่ยวข้องในวันที่ 13 สิงหาคมนี้ เพื่อจัดทำแผนเตรียมการป้องกันบรรเทาผลกระทบอุทกภัยในพื้นที่ลุ่มเจ้าพระยาตอนล่างที่คาดว่าจะมีปริมาณฝนเพิ่มขึ้นในช่วงปลายเดือนสิงหาคม-กันยายนนี้
ข่าวอื่นที่น่าสนใจ
“บิ๊กป้อม” แม่ทัพ ลุย 27,275 โครงการจัดการน้ำปี 64 ทั่วประเทศ
