จีนใจถึง! ให้หยุด 2.5 วัน/สัปดาห์ ลดเครียดพนักงาน กระตุ้นท่องเที่ยว

จีนใจถึง! ให้หยุด 2.5 วัน/สัปดาห์ ลดเครียดพนักงาน กระตุ้นท่องเที่ยว

ไทยสนมั้ย!! เมืองเซิ่งโจว ประเทศจีน นำร่องให้พนักงานหยุด 2.5 วันต่อสัปดาห์ หวังกระตุ้นการท่องเที่ยว ลดความเคร่งเครียดในการทำงาน

 

เรียกได้ว่าทำเอามนุษย์เงินเดือนและพนักงานบริษัทบ้านเราออกอาการตาร้อนไปตาม ๆ กัน เมื่อมีการรายงานข่าวที่สนใจจากทางรัฐบาลของเมืองเซิ่งโจว ประเทศจีน ที่มีนโยบายนำร่องใช้ระบบวันหยุดสุดสัปดาห์นาน 2.5 วัน เพื่อกระตุ้นการบริโภคและส่งเสริมการเติบโตทางเศรษฐกิจ

สำหรับบ้านเราโดยปกติบริษัทต่าง ๆ หรือราชการก็จะหยุดกัน 2 วัน เสาร์-อาทิตย์ ซึ่งเชื่อว่าหลายคนคงคิดตรงกันว่าช่างรวดเร็วเหลือเกิน วันแรกสำหรับการนอนตื่นสาย ซักผ้าทำความสะอาดบ้าน ก็หมดไปแล้ว 1 วัน ส่วนวันอาทิตย์ก็สำหรับไปทำธุระ หรือพักผ่อน รู้สึกตัวอีกทีวันจันทร์ก็มาแล้วทั้งที่ยังไม่พร้อมกลับไปทำงานเลยจริง ๆ นี่ยังไม่นับสำหรับบางคนที่หยุดแค่วันเดียวต่อสัปดาห์ อันนี้ยิ่งน่าเห็นใจมาก ๆ เพราะแทบจะไม่ได้รู้สึกเลยกับการได้ “หยุด”

กลับมาที่เรื่องของการหยุด 2.5 วัน ซึ่งที่จริงแล้วก็คือการได้เพิ่มมาอีกครึ่งวันนั่นเอง เซิ่งโจว เทียบแล้วคือเมืองระดับอำเภอ ในมณฑลเจ้อเจียง ทางตะวันออกของจีน ระบุเหตุผลว่า ต้องการกระตุ้นการบริโภคและส่งเสริมการเติบโตทางเศรษฐกิจ จึงเพิ่มวันหยุดให้อีก 0.5 วัน

 

 

ซึ่งนอกจากเรื่องเศรษฐกิจแล้ว ยังพ่วงเอาแนวคิดที่ว่า วันหยุดสุดสัปดาห์ 2.5 วันจะทำให้พนักงานมีเวลาในวันหยุดระยะสั้นเพิ่มมากขึ้น ซึ่งจะช่วยกระตุ้นการบริโภคด้านการท่องเที่ยว บรรเทาความตึงเครียดของพนักงาน และปรับปรุงประสิทธิภาพการทำงานให้ดียิ่งขึ้น

แนวปฏิบัตินี้เริ่มตั้งแต่วันที่ 1 ก.ค. ไปจนถึง 31 ธ.ค.63 กับพนักงานที่ทำงานในหน่วยงานภาครัฐ องค์กรทางสังคม วิสาหกิจ และสถาบันของรัฐ ได้รับอนุญาตให้เลิกงานตั้งแต่เวลา 12.00 น. ของทุกวันศุกร์ ก่อนกลับมาทำงานตามปกติอีกครั้งในเช้าวันจันทร์ (ครึ่งวันศุกร์ + เสาร์ + อาทิตย์ = 2.5 วัน)

นอกจากนี้ ในหลายภูมิภาคของจีน อาทิ มณฑลเจ้อเจียงและเจียงซี ได้ประกาศใช้ระบบวันหยุด 2.5 วันต่อสัปดาห์ เมื่อไม่นานมานี้เช่นเดียวกัน

จะว่าไปแล้ว มองมุมไหนก็มีแต่ด้านดี ทั้งเรื่องของพนักงานที่ประสิทธิภาพการทำงานจะดีขึ้น ส่งผลต่อบวกต่อบริษัทและระบบเศรษฐกิจโดยรวม หากผู้ใหญ่ในเมืองไทยทั้งภาครัฐและเอกชนสนใจจะเอาแนวปฏิบัตินี้มาใช้บ้าง เชื่อว่าต้องมีแต่คนเห็นด้วยแน่ๆ

ที่มา : สำนักข่าวซินหัว 

 

เรื่องอื่นที่น่าสนใจ

“ทิเบต” เปลี่ยนทะเลทราย 775,000 ไร่ สู่ความชุ่มชื้น

หลังโควิด-19 นวัตกรรมต้องมี กรีนธุรกิจต้องมา “BCG โมเดล” เศรษฐกิจยั่งยืน

Developed by sarunyacrop