นพ.หมอธีระ โพสต์ข้อความ เตือนรัฐบาลหลังปล่อยให้มีผู้ติดเชื้อเข้ามาถึงพื้นที่ชั้นในประเทศ หวั่นโควิด-19 ระบาดรอบ 2 ชี้จุดอ่อนคือการปลดล็อกรับคนต่างชาติ เตือนคนไทยป้องกันตัวให้ดี ตอนนี้เริ่มเสี่ยงมากขึ้น
จากกรณีผู้ที่ติดเชื้อโควิด- 19 หลุดรอดจากมาตรการเฝ้าระวังและการคุมเข้มของหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ทั้งกรณีของ ทหารอียิปต์ติดเชื้อโควิด-19 ที่ออกจากโรงแรมที่พักกักกันตัวไปเดินเที่ยวห้างสรรพสินค้าในจังหวัดระยอง และกรณีของเด็กหญิงที่มากับครอบครัวทูตซึ่งตรวจพบการติดเชื้อโควิด-19 แต่กลับไปพักอยู่ในคอนโด กลายเป็นคลื่นลูกใหญ่เข้าถล่มรัฐบาล ไล่ตั้งแต่แม่ทัพใหญ่ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม รวมถึง ศบค. และ สมช. เกี่ยวกับมาตรการการเฝ้าระวังและมาตรการที่ต้องคงระดับความเข้มข้นด้านสาธารณสุขเอาไว้เพื่อความปลอดภัยของคนในประเทศนั้น
ล่าสุด “รศ.นพ.ธีระ วรธนารัตน์” คณะแพทยศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย โพสต์ผ่านเฟซบุ๊กส่วนตัว Thira Woratanarat เรียกร้องให้ นายกรัฐมนตรี ศบค. และ สมช. ล็อกดาวน์ประเทศเพื่อสร้างความเชื่อมั่นให้กับคนไทยอีกครั้ง โดยระบุข้อความว่า

“กราบเรียนท่านนายกรัฐมนตรี ศบค. และ สมช.
ความศรัทธา ความเชื่อมั่น…คือสิ่งที่ทำให้เราทุกคนรอดจากการระบาดระลอกแรก ปลอดภัยจนถึงปัจจุบัน
เราฉุดการระบาดที่คาดว่าจะกระจายไป 350,000 คน มาเหลือ 3,220 คนในวันนี้…เพราะการตัดสินใจดำเนินการล็อกดาวน์ได้ทันเวลาในขณะที่จำนวนเคสสะสมยังไม่เกิน 1,000 คน ตามที่โรงเรียนแพทย์ได้เรียนนำเสนอที่ทำเนียบรัฐบาลในวันที่ 19 มีนาคม 2563
หากไม่ทำตั้งแต่ตอนนั้น เราก็คงไม่ได้เป็นดังเช่นวันนี้
ผมเชื่อว่า ท่านทราบดีว่าวิกฤติที่ผ่านมานั้นเกิดจากอะไร?
เหตุใดจึงเกิดปรากฏการณ์ที่ไม่เกิดนโยบายปิดกั้นนักท่องเที่ยวตั้งแต่ช่วงแรก?
เหตุใดจึงเกิดปรากฏการณ์เชียร์แข่งรถในขณะที่มีโรคระบาด ทั้ง ๆ ที่ไม่มีตำราวิชาการแพทย์ สาธารณสุข หรือใด ๆ ที่จะแนะนำให้ทำเช่นนั้น?
เหตุใดจึงเกิดปรากฏการณ์หน้ากากล่องหน หวัดธรรมดา หักหัวคิวโรงแรม ยาเสพติดรักษาสารพัดโรคไม่เว้นแต่โควิด?
เหตุใดจึงเกิดปรากฏการณ์สองมาตรฐาน รณรงค์ให้ทุกคนในประเทศป้องกันตัวเต็มที่ แต่มีบางกลุ่มบางพวกที่ไปออกงานกับชาวต่างชาติแล้วไม่ใส่หน้ากาก ไม่เว้นระยะห่าง ซึ่งส่งผลกระทบต่อความเชื่อมั่น ศรัทธาของประชาชนอย่างมาก?
เหตุใดจึงมีการชงมาตรการการปลดล็อกที่กำลังดำเนินไปด้วยดีในระยะต้นๆ แต่ต้องมาปลดล็อกกิจการเสี่ยงสูงภายในประเทศไปพร้อมกับแง้มประตูประเทศเพื่อเปิดรับต่างชาติหลากหลายกลุ่ม พ่วงไปกับมาตรการหาเงินเข้าประเทศจากการนำผู้ป่วยต่างชาติ…ถือเป็นการเปิดทั้ง “ศึกนอกและศึกใน”ที่หนักหนาทั้งคู่ และควบคุมได้ยากไปพร้อมกัน โดยผมเชื่อว่าไม่มีตำราพิชัยสงครามใดสนับสนุนให้ทำแบบนั้น?
ที่น่าเจ็บใจคือ การชงมาตรการฟองสบู่ท่องเที่ยว ที่ใช้แนวคิดแบบ “ฉันเชื่อใจเธอ เธอเชื่อใจฉัน เราจะไม่กักกัน” หวังจะผลักดันให้เปิดให้นักท่องเที่ยวต่างชาติเข้ามา หาเงินเข้าประเทศ ท่ามกลางสถานการณ์ระบาดรุนแรงทั่วโลก ที่วันนี้ทะลุ 13 ล้านคนไปแล้ว ตายไปเกินครึ่งล้าน และอัตราการติดเชื้อเพิ่ม 1 ล้านคนในทุก ๆ 5 วัน…สถานการณ์แบบนี้เด็ก ๆ ชั้นอนุบาล ประถม หรือมัธยม หากเค้าทราบ เค้าคงถามว่า เราปล่อยให้ “ใคร” ชงมาตรการอันตรายแบบนี้มาให้พิจารณาได้ ทั้ง ๆ ที่รู้กันดีว่าอันตราย เสี่ยงเกินไป และควรวางไว้บนหิ้งไปอีกระยะยาวนานพอสมควร กว่าจะกลับมาประเมินสถานการณ์ใหม่
ส่วนตัวแล้ว ผมได้พยายามให้ข้อมูล ทั้งต่อรัฐ และต่อสาธารณะ ด้วยจิตสำนึกว่า หากได้มีส่วนช่วยในการป้องกันอย่างเต็มที่ สุดความสามารถ ไม่ให้คนป่วยคนตาย และอยู่รอดจากโรคระบาดที่แพร่กระจายเร็ว รุนแรง แต่ยังไม่มียามาตรฐาน ไม่มีวัคซีนป้องกัน เพื่อยื้อเวลาให้เรามีอาวุธมาช่วยควบคุมได้ ก็ถือว่าชาตินี้ได้ตอบแทนคุณแผ่นดินในฐานะแพทย์ ครูแพทย์ และประชาชนชาวไทยคนหนึ่ง และตั้งใจทำมาตลอดตั้งแต่มีนาคมเป็นต้นมา
จนกระทั่งวันนี้ เป็นไปตามที่ผมได้เคยเตือนไว้หลายครั้งว่า จะเริ่มเห็นปัญหา หลังปลดล็อกรับคนต่างชาติราว 2-6 สัปดาห์ เพราะหลายประเทศที่เกิดการระบาดระลอกสองนั้นล้วนโชว์ประสบการณ์ให้เราทราบมาก่อนหน้านี้
สิ่งที่ใช้เพื่อนำเสนอมาตลอดนั้นเป็นข้อมูลเชิงประจักษ์ เพื่อมาต่อสู้กับนโยบายหรือมาตรการที่ไม่เหมาะสม ที่ถูกนำเสนอ กดดัน หรือผลักดันโดยวิถีการเมืองและวิถีการรับใช้การเมือง
วันนี้…ผมคิดว่าถึงเวลาที่เหมาะสมอีกครั้ง ก่อนที่จะวิกฤติไปมากกว่านี้
ผมขอกราบเรียนเสนอให้ท่านโปรดช่วยคนไทยให้พ้นจากวิกฤติ ด้วยการใช้ “คน” ที่เหมาะสม ดี มีสติ มีปัญญา มีคุณธรรม จริยธรรม ศีลธรรม และยึดมั่นในปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง ซึ่งในความเห็นของผมนั้นดูจะเป็นหนทางเดียว เป็นคำตอบสุดท้าย ที่จะช่วยให้ไทยรอดจากปัญหา COVID-19 นี้ได้
ลด ละ เลิก การยอมให้มีการชงนโยบายและมาตรการที่ใช้กิเลสเป็นตัวนำ
ในช่วงเวลาถัดจากนี้ไป เราคงต้องช่วยกันกระตุ้นเตือน และรณรงค์ให้ประชาชนชาวไทยที่รักของเรา รักตัวเอง รักครอบครัว ด้วยการป้องกันตัวอย่างแข็งขัน สม่ำเสมอ ด้วยความจริงที่ว่า ความเสี่ยงตอนนี้มากขึ้นเรื่อย ๆ และเราต้องไม่ยอมให้เกิดโรคระบาดระลอกสองกลับมาทำลายเราเหมือนที่เห็นในประเทศอื่น ๆ
แนวคิดการยอมให้คนติดเชื้อจำนวนเท่านั้นเท่านี้…เป็นสิ่งที่ยอมรับไม่ได้ เพราะสถานการณ์จริงเราจะไม่มีทางควบคุมและจัดการมันได้ครับ
โปรดเลือกที่จะเชื่อ…ในสิ่งที่ถูกต้อง เหมาะสม…
โปรดระวัง…เหตุที่เกิดมาในอดีต และจัดการที่ต้นเหตุไม่ให้มีโอกาสมาทำให้เกิดปัญหาซ้ำซาก
โดยเฉพาะอย่างยิ่ง หากปัญหาที่เกิดนั้นส่งผลโดยตรงต่อสวัสดิภาพ ความปลอดภัยของประชาชนชาวไทย และความมั่นคงของประเทศ
ถ้าไม่ป่วย ไม่ตาย…เรายังมีปัญญาอยู่รอด หาทางทำกินได้ในอนาคต
แต่หากป่วยและตาย…เราไม่มีทางชุบชีวิตกลับคืนมาครับ”

เรื่องที่น่าสนใจ
หมอธีระเตือน อย่ารนหาที่ เปิด “Travel bubble” ชี้ ทั่วโลกระบาดรุนแรง
สธ.การันตีข้อความไทม์ไลน์ “ลูกทูตซูดาน” ไปไหนบ้างในเมืองกรุง “เป็นของปลอม”
