ส่องเหตุผล สองชาติในทวีปอเมริกาที่ติดโควิด-19 หนักสุดในโลก “สหรัฐฯ-บราซิล” กับการเปิดหรือปิดประเทศ ที่หวังเศรษฐกิจจะดีขึ้น แต่ชีวิตคนอาจจะต้องเสี่ยง หรือจะเลือกชีวิตคน แล้วค่อยฟื้นเศรษฐกิจในภายหลัง
สองประเทศในทวีปอเมริกา ทั้งสหรัฐฯ และบราซิล ต่างเป็นประเทศที่เจอผลกระทบอย่างหนักจาการแพร่ระบาดของโควิด-19 ที่ทำให้ประชากรของทั้งสองประเทศติดเชื้อนับล้านคน อีกทั้งยังสร้างผลกระทบต่อเศรษฐกิจอย่างมากต่อทั้งคู่ แต่กระนั้น แนวทางการฟื้นฟูเศรษฐกิจของประเทศทั้งสองกลับแตกต่างกัน เมื่อผู้นำของบราซิลต้องการเปิดประเทศเพื่อฟื้้นเศรษฐกิจ แม้ว่าตัวเขาเพิ่งจะติดเชื้้อโควิด-19 มาไม่ถึงสัปดาห์ ขณะเดียวกันในฟากของสหรัฐฯ ผู้เชี่ยวชาญด้านโรคติดต่อแนะว่าควรปิดประเทศไปก่อน เพราะการแพร่ระบาดในหมู่คนอเมริกัน ยังไม่มีท่าทีที่จะลดลง
แอนโธนี เฟาซี ผู้เชี่ยวชาญโรคติดต่อระดับชั้นนำของสหรัฐอเมริกา ออกมาระบุล่าสุดว่า รัฐต่าง ๆ ในประเทศที่ได้รับผลกระทบรุนแรงจากการแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนาสายพันธุ์ใหม่ (โควิด-19) ยังไม่ควรเดินหน้าเปิดเศรษฐกิจอีกครั้ง
“ผมคิดว่าเราจำเป็นต้องบอกให้หลายรัฐระงับการเปิดเศรษฐกิจชั่วคราว โดยเรียนรู้จากสิ่งที่ไม่ได้ผลก่อนหน้านี้และพยายามบรรเทาผลกระทบจากสิ่งนั้น” เฟาซี ผู้อำนวยการสถาบันโรคภูมิแพ้และโรคติดเชื้อแห่งชาติของสหรัฐฯ (NIAID) กล่าวระหว่างให้สัมภาษณ์กับเดอะ ฮิลล์ (The Hill) เว็บไซต์ข่าวการเมืองของสหรัฐฯ
อย่างไรก็ดี เฟาซีได้หยุดชะงักการเรียกร้องให้ปิดเมืองอย่างเต็มรูปแบบ โดยเผยว่า “ผมคิดว่าเราไม่จำเป็นต้องกลับไปสู่การปิดเศรษฐกิจในระดับสูงสุดเหมือนตอนแรก” พร้อมเสริมว่ารัฐที่ได้รับผลกระทบรุนแรงจากโรคโควิด-19 ควรดำเนินมาตรการต่าง ๆ ซึ่งรวมถึงการปิดบาร์และหลีกเลี่ยงการรวมตัวขนาดใหญ่
คำแถลงดังกล่าวของเฟาซีขัดแย้งกับคำแถลงของโดนัลด์ ทรัมป์ ประธานาธิบดีสหรัฐฯ ซึ่งมักลดความสำคัญกับการแพร่ระบาดของโรคโควิด-19 ในประเทศ ทั้งยังกระตุ้นให้รัฐต่าง ๆ เปิดเศรษฐกิจโดยเร็ว
รายงานระบุว่านี่ไม่ใช่ครั้งแรกที่เฟาซีประณามทรัมป์ต่อหน้าสาธารณชน โดยเมื่อต้นสัปดาห์ที่ผ่านมา เฟาซีเตือนว่าประเด็นอัตราการเสียชีวิตจากโรคโควิด-19 ในสหรัฐฯ ที่มีแนวโน้มลดลงนั้นเป็น “เรื่องเล่าเท็จ” ซึ่งเป็นสิ่งที่ทรัมป์และรัฐบาลของเขาใช้อ้างอิงว่าการแก้ปัญหาโรคระบาดของสหรัฐฯ มีความคืบหน้า
ส่วนอีกด้านคือบราซิล ฌาอีร์ โบลโซนารู ประธานาธิบดีบราซิล แถลงผ่านระบบออนไลน์โดยเรียกร้องนายกเทศมนตรีและผู้ว่าการรัฐของบราซิลเปิดประเทศเพื่อดำเนินธุรกิจอีกครั้ง โบลโซนารู ย้ำว่า วิกฤตเศรษฐกิจที่อาจเกิดขึ้นนั้นอันตรายยิ่งกว่าโรคโควิด-19 และผลที่ตามมาภายหลังจะสร้างความเสียหายแก่ประเทศ
ขณะที่เมื่อวันที่ 7 กรกฎาคมที่ผ่านมา โบลโซนารูประกาศว่าเขามีผลตรวจโรคโควิด-19 เป็นบวก หลังเริ่มมีอาการป่วยอย่างมีไข้ 38 องศาเซลเซียส ไอ และปวดศีรษะ จึงตัดสินใจเข้ารับการตรวจโรคโควิด-19 ที่โรงพยาบาลกองทัพบราซิล (Brazilian Armed Forces Hospital)
ก่อนหน้านี้โบลโซนารูได้เรียกร้องให้ประเทศกลับมาดำเนินกิจกรรมทางเศรษฐกิจครั้งแล้วครั้งเล่า และมักปรากฏในที่สาธารณะโดยไม่สวมหน้ากากอนามัย
บราซิลถือเป็นประเทศที่ได้รับผลกระทบจากโรคโควิด-19 รุนแรงที่สุดเป็นอันดับ 2 ของโลก รองจากสหรัฐฯ โดยศูนย์วิทยาศาสตร์และวิศวกรรมเชิงระบบ (CSSE) มหาวิทยาลัยจอห์นส ฮอปกินส์ รายงานว่าบราซิลตรวจพบผู้ป่วย 1,755,779 ราย และผู้ป่วยเสียชีวิต 69,184 ราย (ข้อมูล ณ วันที่ 10 กรกฎาคม 2563)
อ้างอิง สำนักข่าวซินหัว
ข่าวที่น่าสนใจ
